บทที่ 1 บทนำ ลูกกะจ๊อก 1
เสียงเพลงสากลทำนองคลาสสิกเปิดคลอเบาๆ ในช่วงเวลาเกือบสามทุ่มซึ่งเป็นเวลาที่เหล่าหนุ่มสาวเริ่มทยอยกันเข้ามาในที่แห่งนี้ ‘Heaven Blessing’ ไนต์คลับสุดหรูชื่อดังกลางกรุงซึ่งเป็นที่นิยมสำหรับนักท่องราตรีที่ต้องการมาสังสรรค์พบปะเพื่อนพ้องเพื่อผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากการทำงานหรือจะมาหาคู่เดท มาหาเพื่อน มาหาคนคุยเล่นหรือแม้กระทั่ง One night stand แบบ High class ก็สามารถมาหาได้ในที่ Heaven Blessing แห่งนี้
เพราะไนต์คลับสุดหรูแห่งนี้นั้นเปิดให้บริการเฉพาะผู้ที่สมัครสมาชิกในราคาที่คนธรรมดาไม่อาจเอื้อมถึง เพราะฉะนั้นนี่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นสถานที่เริงรมย์ของเหล่าคนไฮโซในประเทศก็ว่าได้
“เอาจริงใช่ไหมยัยพิมพ์”
มิ้นท์ หรือ มินตราเอ่ยถามสองสาวเพื่อนสนิทอีกครั้งเมื่อทั้งสามคนมายืนอยู่ตรงหน้าประตูทางเข้าไนต์คลับ Heaven Blessing สุดหรู
“ไม่เอาจริงมั้งคะคุณมิ้นท์ คุณพิมพ์เขาแต่งเต็มมาซะขนาดนี้” เสียงกระแนะกระแหนที่จะห้าวก็ไม่ห้าวจะแหลมก็ไม่แหลมเป็นฝ่ายเอ่ยตอบมินตราไปแทนเจ้าของชื่อ
“ใครจะไปคีพลุคแบบคุณล่ะคะ คุณพงษ์ศักดิ์”
ทางด้านเจ้าของชื่อที่โดนกล่าวหาว่าแต่งตัวเต็มจึงเหน็บเพื่อนสาวร่างชายแต่ใจเป็นหญิงคืนไปบ้างอย่างที่ทั้งสามคนมักจะพูดเล่นหยอกล้อด้วยความสนิทสนมกันเป็นประจำ แต่ครั้งนี้เพื่อนชายใจหญิงของเธอคงจะพูดผิดเพราะถ้าพูดให้ถูกคือเธอแต่งน้อยต่างหาก แต่ไม่ใช่ ‘น้อย’ ที่แปลว่า ‘ธรรมดา’ นะ แต่เป็น ‘น้อย’ที่แปลว่า ‘น้อยชิ้น’ เพราะครั้งนี้ถือว่าเป็นการแต่งตัวที่เซ็กซี่ที่สุดในชีวิตของเธอเลยก็ว่าได้
“ว้าย! เดี๋ยวตีตายเลย พอลล่าย่ะ พอลล่า” พงษ์ศักดิ์หรือชื่อใหม่ในวงการ
คือพอลล่าถึงกับแหวกเสียงใส่เพื่อนสาวที่บังอาจเรียกชื่อเก่าของเธอในที่สาธารณะ
“ฮ่าฮ่าฮ่า ย่ะ แม่พอลล่า”
“สองคนนี้นี่ ยังจะเล่นกันอีก สรุปจะเข้าไปจริงๆ ใช่ไหม”
มินตราส่ายหัวให้กับถ้อยคำหยอกล้อของเพื่อนสาวทั้งสองพร้อมทั้งเอ่ยถามขึ้นมาอีกครั้งเพราะว่าตอนนี้พวกเธอนั้นยืนอยู่ตรงนี้กันนานพอสมควรแล้วแต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะขยับกันไปไหนสักที ได้แต่พูดจาหยอกล้อกันเล่นอยู่แบบนี้จนพนักงานต้อนรับที่อยู่ด้านหน้าคลับเริ่มมองมาบ้างแล้ว
“ใช่สิยัยมิ้นท์ อุตส่าห์ลงทุนขนาดนี้แล้ว วันนี้ยังไงก็ต้องได้ฟินกับเขาบ้างล่ะ” พิมพ์นาราเป็นคนเอ่ยตอบ วันนี้เธอสวยขนาดนี้ยังไงก็ขอฟินขอแซ่บแบบใครเขาบ้างเถอะ ไหนจะค่าสมัครสมาชิกเข้าคลับที่แพงจนกระเป๋าแทบฉีกนี่อีก จะให้กลับไปมือเปล่าได้ยังไงกัน
“ชะนีน้อยผู้หิวโหยยยยย” พอลล่าไปวายเอ่ยแซว จนโดนพิมพ์นาราแซว กลับบ้าง
“แล้วคุณเก้งน้อยไม่หิวเลยน้ออออ ได้ข่าวว่าฐานทัพก็ยังไม่เคยโดนตีแตกเหมือนกันไม่ใช่เหรอคะ”
“อร๊ายยยย แทงใจดำ ถ้างั้นก็ไปกันเลยค่ะ Let’ s go! ปล่อยให้คนที่เสียเอกราชไปแล้วตามเข้าไปทีหลังก็แล้วกัน”
“อิจฉาล่ะสิคุณพงษ์ศักดิ์”
มินตราที่โดนตีฐานแตกแล้วยักคิ้วเย้ยเพื่อนสาวอย่างขำๆ เพราะเธอนั้นกำลังจะแต่งงานในอีกไม่นานนี้แล้ว
“เชอะ! ใครอิจฉาหล่อนยะ เข้าไปกันเถอะย่ะ เดี๋ยวจะทำให้อิจฉาบ้าง”
พอลล่าแกล้งทำท่าทางสะดีดสะดิ้งพอเป็นพิธีจากนั้นจึงเดินควงเพื่อนสาวทั้งสองคนเข้าไปด้านในพร้อมกัน
เสียงเพลงภายในคลับสุดหรูเริ่มเปลี่ยนจากท่วงทำนองเพลงคลาสสิกเป็น
จังหวะทุ้มหนัก อีกทั้งแสงไฟที่ค่อนข้างสว่างเมื่อครู่ก็ถูกปรับให้สลัวลงเพื่อให้เข้ากับ
บรรยากาศหลังจากที่ทั้งสามสาวเข้าไปด้านในได้ครู่ใหญ่
“โห หนุ่มๆ มองพวกแกตาเป็นมันส์เลยอ่ะ โดยเฉพาะยัยพิมพ์” พอลล่าพูดขึ้นเมื่อเห็นสายตาจากหนุ่มหล่อหลายโต๊ะที่ส่งมายังสองเพื่อนสาวด้วยความชอบพอสนอกสนใจ โดยเฉพาะพิมพ์นาราที่วันนี้ดูสวยโดดเด่นกว่าใครทั้งหมดในที่นี้ โดยชุดที่หญิงสาวสวมใส่มานั้นเป็นเดรสสั้นสีขาวมุกนวลเนียนซึ่งดูกลมกลืนกับสีผิวขาวอมชมพูของหญิงสาว แผ่นหลังบอบบางนั้นก็เปิดเปลือยอย่างยั่วเย้าเนื่องด้วยมีแค่สายเส้นเล็กๆ จากชุดสวยไขว้กันไว้เพียงเท่านั้น เส้นผมที่จากเดิมเจ้าตัวมักจะปล่อยให้ยาวสลวยทิ้งตัวตามแผ่นหลัง บัดนี้กลับถูกดัดเป็นลอนใหญ่อ่อนหวานก่อนจะมัดรวบขึ้นเป็นวงกลมหลวมๆ ไว้ด้านบนและปล่อยลูกผมลงมาเล็กน้อยให้คลอเคลียกับแก้มเนียนใส อีกทั้งวันนี้หญิงสาวนั้นยังจงใจแต่งแต้มใบหน้าของตัวเองให้สวยหวานปนเซ็กซี่กระชากใจในเวลาเดียวกันอีกต่างหาก
“ก็แน่ล่ะสิ วันนี้ฉันออกจะเซ็กซี่ขยี้ใจปานนี้ แต่พวกแกก็รู้นี่ว่าเป้าหมายของฉันคือใคร” พิมพ์นารายิ้มรับตอบเพื่อนสาว เธอก็ต้องสวยสิเพราะวันนี้เธอมีเป้าหมายนี่นา
“แต่ยังไงฉันก็ไม่เห็นด้วยอยู่ดีที่แกจะมาหาคน One night stand ด้วยง่ายๆ แบบนี้” เสียงของมินตราเอ่ยเตือนขึ้นอีกครั้งด้วยความเป็นห่วงเพื่อนรัก แม้เธอจะรู้ดีว่าเพื่อนต้องการอะไรแต่เธอก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี
“แกเคยฟินแล้วแกก็พูดได้สิ นี่ฉันก็จะสามสิบแล้วนะ อยากหาคนมาฟินบ้างอะไรบ้างมันผิดตรงไหน”
“มันก็ไม่ผิดหรอกเพราะว่าแก่น่ะโสด แถมยังมีหน้าที่การงานดีรับผิดชอบชีวิตของตัวเองได้แล้ว แต่แกไม่คิดเผื่อบ้างเหรอว่าถ้าเกิดพ้นคืนนี้ไปแล้วแกดันเกิดติดใจหรือเกิดชอบเขาขึ้นมาจริงๆ แล้วจะเป็นยังไงต่อ อีกอย่างถ้าแย่กว่านั้นคือถ้าหากว่าเขาคนนั้นเป็นโรคติดต่อล่ะ”
“เรื่องโรคแกไม่ต้องห่วง ฉันว่าฉันสืบมาดีแล้ว แล้วอีกอย่างถุงยางก็มีนะจ๊ะน้องมิ้นท์ ใช่ไหมคะน้องพอลล่า” พิมพ์นาราตอบมินตราออกไปด้วยความมั่นใจเพราะคุณดล เป้าหมายของเธอนั้นเธอรู้จักกับชายหนุ่มมานานด้วยเขาเป็นทั้งเพื่อนและเป็นคู่ค้าทางธุรกิจกับเจ้านายของเธอเอง จากนั้นเธอจึงหันไปหาพอลล่าเพื่อเป็นแนวร่วม และแน่นอนว่าแนวร่วมของเธอก็ไม่เคยทำให้เธอผิดหวัง
“ใช่ค่าคุณพิมพ์ คุณแม่ชีมีสามีก่อนเพื่อนไหนเลยจะเข้าใจสาวสดซิงใกล้ขึ้นคานอย่างพวกเราเนอะ” พอลล่าพูดขึ้นมา พิมพ์นาราก็ตอบรับเป็นอย่างดี
“ช่ายยยยยย”
เห็นสองเพื่อนซี้เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยแล้วมินตราก็ได้แต่ถอนหายใจ แต่ก็เอาเถอะเพราะเพื่อนเธอก็ไม่ใช่เด็กๆ กันแล้วนี่นาถึงจะได้ไม่รู้ว่าอะไรควรอะไรไม่ควร อีกอย่างเธอก็ได้บอกได้เตือนไปหมดแล้ว
“พิมพ์ คุณดลของแกไม่เห็นจะมาเลย” มินตราพูดกับพิมพ์นาราหลังจากที่สองสาวนั่งพูดคุยนั่งดื่มเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์กันไปได้สักพักใหญ่ๆ แต่ก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของเป้าหมายของพิมพ์นารา
“เฮ้อ นั่นสิ ทำไมกันนะทั้งๆ ที่ฉันคิดว่าคืนวันศุกร์แบบนี้เขาต้องมาที่นี่แท้ๆ” พิมพ์นาราตอบกลับอย่างเซ็งๆ เพราะดูแล้วหนุ่มหล่อสุดแสนจะเพอร์เฟคที่เธอจงใจมาอ่อยเขาดันไม่มาเสียได้
“ถ้าอย่างนั้นเรากลับกันเลยไหม เดี๋ยวฉันจะได้ไปตามยัยพอลล่า ป่านนี้ไม่รู้ว่าไปหลงมัวเมาอยู่ตรงไหนแล้ว” มินตราพูดถึงเพื่อนรักอีกคนที่อันตรธานหายไปหลังจากสบสายตากับหนุ่มหล่อวิ้งค์ๆ กลางฟลอร์เมื่อชั่วโมงก่อน
“อือก็ได้ ถ้างั้นเดี๋ยวฉันเรียกเช็กบิลรอแล้วกัน”
เมื่อตกลงกันได้ตามนั้นมินตราจึงเดินไปตามพอลล่าส่วนพิมพ์นาราก็นั่งรออยู่ที่โต๊ะเพื่อที่จะรอเช็กบิลค่าอาหารและเครื่องดื่มเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเพราะนี่ก็ดึกมากแล้ว ในเมื่อเป้าหมายของเธอไม่มาเธอและเพื่อนก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่อีกแล้วเพราะความจริงนั้นทั้งเธอและมินตราหรือแม้แต่พอลล่าก็ไม่ค่อยชอบเข้ามาในสถานที่แบบนี้เท่าใดนัก และอีกอย่างที่สำคัญคือเธออยากเปลี่ยนชุดล่อเสือล่อตะเข้นี่ออกเต็มทนแล้วด้วยเธอนั้นตั้งใจใส่มาอ่อยเป้าหมายเพียงคนเดียวเท่านั้นเพราะถึงแม้ว่าเธอจะอยากลองแซ่บแต่ก็ใช่ว่าเธอจะแซ่บกับใครก็ได้โดยที่ไม่
รู้ประวัติมาก่อนเพราะแบบนั้นเธอคิดว่ามันอันตรายเกินไป
