บทที่ 2 บทนำ ลูกกะจ๊อก 2
สิบห้านาทีผ่านไปมินตราก็เดินกลับมาที่โต๊ะที่พิมพ์นารานั่งรออยู่
“หาพอลล่าไปเจอเลยอ่ะพิมพ์ นี่ฉันทั้งเดินหาทั้งไลน์ไป ทั้งโทรไปแต่นางก็ไม่หือไม่อือเลยอ่ะ” มินตรานั่งลงบ่นให้พิมพ์นาราฟังขณะที่มือก็ก้มกดส่งสติ๊กเกอร์รัวๆ หาพอลล่าเพราะเธอคิดว่าเพื่อนอาจจะยังไม่รู้สึกตอนโทรศัพท์สั่น
“ป่านนี้…นางคงไปต่อกับผู้แล้ว…หรือเปล่า” พิมพ์นาราได้ยินที่มินตราพูดจึงหันหน้าขึ้นไปพูดในสิ่งที่ตัวเองคิด แต่เพราะตอนนี้เสียงของเธอคงยานครางมากมินตราก็เลยรู้ว่าเธอนั้นเมาไปเรียบร้อยแล้ว ก็ดูสิทำเสียงเสียตกอกตกใจเสียเว่อร์เลย
“ยัยพิมพ์! นี่แกดื่มเหรอ”
“ก็แกไปนานอ่า ฉันไม่รู้จะทำอะไรก็เลยดื่มรอออออออ เพราะไหนๆ เป้าหมายของฉันก็ไม่มาแล้วและอีกอย่างก็ขี้เกียจเงยหน้าขึ้นมามองด้วย เดี๋ยวมีผู้ชายมาอ่อยอีก ฮ่าฮ่า” คนได้ดื่มแล้วอารมณ์ดีเลยตอบออกไปตามประสา เพราะระหว่างที่เธอนั่งรออยู่ที่โต๊ะคนเดียวนั้นมีชายหนุ่มมากหน้าหลายตาเข้ามาหาเธอจนนับไม่ถ้วนจริงๆ แต่เธอทำเพียงแค่ยิ้มตอบตามมารยาทจากนั้นก็ก้มหน้าก้มตาดื่มเสียเลย ใครเข้ามาทักก็ทำเป็นไม่ได้ยิน
“แกก็เลยก้มหน้าก้มตาดื่มแทน?”
“อ่าฮะ ใช่แล้วจ้ะหนูมิ้นท์” พิมพ์นาราตอบรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้มพร้อมทั้งบีบแก้มนุ่มนิ่มของเพื่อนรักไปหนึ่งที โดยไม่ได้ดูสีหน้ากลุ้มใจของเพื่อนเลย
“โอ๊ย แกนะแก เอ๊ะ! ยัยพอลล่าตอบไลน์มาแล้ว อ้าวพี่กฤษนี่” มินตราจับพลิกหงายโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูทันทีเมื่อรู้สึกถึงแรงสั่นจากข้อความเข้าเพราะเธอคิดว่าคงต้องเป็นข้อความจากพอลล่าแน่ๆ แต่แล้วก็ไม่ใช่เพราะคนที่ไลน์มานี้ดันเป็น พี่กฤษ หรือกฤษณะ แฟนหนุ่มของเธอเอง
“เป็นอารายหนูมิ้นนนนนท์” พิมพ์นาราถามขึ้นด้วยความสงสัยเพราะเห็นเพื่อนมีสีหน้าไม่ดีหลังจากที่อ่านไลน์
“พี่กฤษไลน์มาบอกว่าไม่สบายอ่ะแก ท่าทางจะเป็นเยอะด้วย แกสั่งเช็กบิลแล้วใช่ปะ จะได้รีบไปกันเดี๋ยวฉันขับไปส่งแกก่อน ยัยพอลล่าคงไม่กลับกับเราแล้วล่ะคืนนี้” คนเป็นห่วงแฟนหนุ่มพูดมาเป็นชุดแต่คนเมาทำเพียงแค่ยิ้มด้วยนัยน์ตาฉ่ำเยิ้มพร้อมทั้งตอบออกมาสั้นๆ
“ยัง”
“ยังอะไรของแก ปะกลับกัน”
มินตราดึงแขนเพื่อนขึ้นเพื่อจะพากลับ แต่พิมพ์นารากลับขืนตัวไว้พร้อมกับพูดด้วยสีหน้ายิ้มแฉ่งใส่เพื่อนสาว จนมินตราแทบจะกุมขมับ และใช่มันเป็นการกุมขมับรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่อาจนับได้ตั้งแต่ที่เธอเข้ามาในคลับแห่งนี้
“ยางม่ายด้าย เช็กบิล”
“แกนี่น้า แล้วนั่งทำอะไรอยู่ตั้งนาน”
“กินหล้าวงาย คิกคิก”
ตอนนี้มินตราไม่รู้จะขำหรือปวดหัวดีกับคำตอบที่ได้รับเพราะดูแล้วเพื่อนสาวของเธอคงจะเมากว่าเดิมแน่ๆ ดูจากน้ำเสียงที่เริ่มยานครางขึ้นกว่าเดิม มินตรากำลังจะยกมือเรียกพนักงานมาเก็บเงิน แต่เพื่อนสาวของเธอดันเรียกเธอไว้เสียก่อน
“แกรีบไปเหอะ แฟนแกไม่ซาบายยย” คนเมายังมีกระจิตกระใจเป็นห่วงแฟนของเพื่อน
“แกจะบ้ารึไง ฉันจะทิ้งแกได้ยังไงเดี๋ยวฉันเรียกเก็บเงินแป๊บนะแก”
“ม่ายต้อง เดี๋ยวพี่จัดการเอง” พิมพ์นาราพูดเสร็จแล้วจึงรีบหยิบโทรศัพท์ของตนเองออกมากดโทรออกทันที ซึ่งปลายสายนั้นก็กดรับสายแทบจะทันทีเช่นกัน
“ฮัลโหล! คุณอยู่ไหน ออกมาหาฉันหน่อยยยย ที่… อืออออ ด่วน! ด่วนๆ เข้าจายม้ายยยย ฮึ สิบนาที ห้ามเลทไม่งั้นหักเงิน!”
พิมพ์นาราวางสายเสร็จแล้วหันมายิ้มแฉ่งกับเพื่อนต่อ
“พิมพ์ นี่แกโทรหาใครอ่ะ” มินตราถามอย่างสงสัย เพราะเพื่อนสนิทของพิมพ์นาราก็มีแค่เธอกับพอลล่าและเธอก็ไม่คิดว่าพิมพ์นาราจะโทรหาพอลล่าที่หายเข้าไปในกลีบเมฆกับผู้ชายแล้วได้
“หือ ลูกกะจ๊อกฉ้านเอง” พิมพ์นารายังคงพูดไปยิ้มไป
“ลูกกะจ๊อกที่ไหนพิมพ์ พูดให้รู้เรื่องหน่อยสิ”
“วันนี้ฉันเป็นบอส ฉันโทรเรียกเลขาทาสมารับยังไงล่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า”
“บอส? เลขาทาส? นี่แกอย่าบอกนะว่าแกโทรหาคุณชรันเจ้านายแกน่ะ” มินตราที่เริ่มจะปะติดปะต่อคำพูดของเพื่อนได้ถามออกไปอย่างตกใจ
“ปิ๊งป่องงงงง”
“บ้าไปแล้วยัยพิมพ์” มินตราส่ายหัวเหนื่อยใจกับความเมารั่วของเพื่อนสาวได้ไม่นานพนักงานเสิร์ฟที่เธอเรียกมาเก็บเงินระหว่างที่พิมพ์นาราคุยโทรศัพท์เมื่อครู่นี้ก็มาถึงพอดี
หลังจากจ่ายเงินเสร็จเธอก็ไลน์คุยกับแฟนหนุ่มอีกครั้งเพราะเขาไลน์มาบอกว่าเขาอาการไม่ดีเลยกำลังจะโทรเรียกรถพยาบาล ตอนนี้ใจเธอจึงตกไปอยู่ที่ตาตุ่มแล้วด้วยความเป็นห่วงแฟนหนุ่ม มินตราตั้งใจจะประคองพิมพ์นารากลับไปที่รถเพื่อไปส่งหญิงสาวก่อนแม้ว่าจะเป็นห่วงแฟนหนุ่มมากแค่ไหนก็ตามแต่เธอก็ทิ้งพิมพ์นาราที่เมาหนักขนาดนี้ไม่ได้ แม้เจ้าตัวจะยืนยันหนักแน่นว่าอีกเดี๋ยวลูกกะจ๊อกของเธอจะมารับก็ตาม
“นั่นไง! มาแล้ววว”
พิมพ์นาราชี้นิ้วไปยังชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่เดินโดดเด่นออร่าความหล่อเหลาฟุ้งกระจายมาแต่ไกลจนเหล่าสาวๆ ที่เขาเดินผ่านถึงกับมองเหลียวหลังจับจ้องไม่วางตา ในขณะที่มินตรานั้นกำลังก้มลงเก็บของใส่กระเป๋าให้หญิงสาวอยู่
“มาก่อนเวลาไม่ตัดเงิน ยัยมิ้นท์แกไปเถอะลูกกะจ๊อกฉันมาแล้วววว”
พิมพ์นาราส่งยิ้มให้คนมาก่อนเวลาแล้วหันไปพูดกับมินตราต่อ
“แต่ว่า…”
“ไปเหอะน่า มานี่ซิคุณรัน ช้านบอกห้ายมานี่ยังไงเล่า” หญิงสาวจำเป็นต้องกวักมือเรียกซ้ำสองลูกกะจ๊อกสุดหล่อแต่ใบหน้าบึ้งตึงของเธอจึงยอมเดินเข้ามาหา
“อะไรของคุณเนี่ย” คนที่โดนเรียกว่าลูกกะจ๊อกส่งเสียงถามออกไปอย่างไม่พอใจ
“เอ่อ ขอโทษนะคะคุณชรัน ถ้าอย่างนั้นฉันรบกวนฝากเพื่อนฉันด้วยนะคะ พอดีว่าฉันมีธุระด่วนต้องรีบไปต่อจริงๆ ค่ะ”
แม้มินตราจะรู้สึกผิดแต่เมื่อเห็นว่าพิมพ์นารายังพอมีสติรับรู้ว่าใครเป็นใครและอีกอย่างเธอก็รู้ว่าทั้งสองคนนี้ทำงานร่วมกันมานานและไม่เคยมีเรื่องเสื่อมเสียอะไรเกิดขึ้นเลยระหว่างทั้งสองคนเธอจึงขอให้เจ้านายของเพื่อนดูแลเพื่อนเธอต่อเพราะเธอนั้นก็อยากไปหากฤษณะเร็วๆ แล้วเช่นกัน
“ไปเลยน้องสาวววว”
พิมพ์นารายกมือโบกบ๊ายบายให้เพื่อน จากนั้นจึงหันมาเกาะไหล่ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างกัน
“พาไปส่งที่ห้องทีสิจ๊ะ น้องงงงรันนนนน”
!!
