บทที่ 3 บทที่ 1 บอสปีศาจกับเลขาทาส 1

            หญิงสาวที่กำลังนั่งเร่งพิมพ์งานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์จนมือเป็นระวิงเหลือบสายตามองเข็มบนหน้าปัดนาฬิกาเรือนสวยของตัวเองและพบว่าขณะนี้เป็นเวลาสี่โมงห้าสิบแล้ว ซึ่งเธอเหลือเวลาอีกแค่เพียงสิบนาทีเท่านั้นสำหรับการจัดการเอกสารตรงหน้านี้ให้แล้วเสร็จ จากนั้นเธอก็จะต้องปริ๊นออกมาเพื่อนำไปให้บอส ด้านในห้อง บอสของเธอไม่ชอบให้เธอส่งงานผ่านทางอีเมลเท่าไหร่นักหากไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนหรือฉุกละหุกจริงๆ เพราะบอสของเธอนั้นไม่ชอบใช้สายตาเพ่งเล็งผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือแม้แต่หน้าจอโทรศัพท์นานนักหากไม่จำเป็น เพราะฉะนั้นคนที่ต้องรับหน้าที่แก้งานแล้วแก้งานอีก ปริ๊นงานแล้วปริ๊นงานอีก เดินเข้าเดินออกนอกห้องในห้องแต่ละวันเป็นร้อยๆ รอบ ก็คือเธอนี่ไง พิมพ์นาราคนนี้ เลขาที่เขาใช้งานเยี่ยงทาสตั้งแต่เช้าจรดเย็น

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“ขออนุญาตค่ะบอส” เสียงเคาะประตูตามด้วยเสียงอันคุ้นเคยดังขึ้นทำให้ชายหนุ่มที่กำลังเอนหลังพักสายตาบนเก้าอี้ทำงานตัวใหญ่ลืมตาขึ้น

สายตาคมกล้าตวัดมองไปยังนาฬิกาเรือนหรูของตัวเองที่ตอนนี้เข็มหน้าปัดนาฬิกาชี้ไปที่เวลาสี่โมงห้าสิบหกนาที

บอสบ้า! บอสปีศาจ! นี่กะจะไม่ให้เธอได้พักหายใจหายคอบ้างเลยรึไงกัน! พิมพ์นาราแอบก่นด่าบอสเจ้าระเบียบของตัวเองในใจเมื่อเธอเห็นเขาพลิกข้อมือดูนาฬิการะหว่างที่เธอถือเอกสารที่เพิ่งสั่งปริ๊นเสร็จสดๆ ร้อนๆ เดินเข้ามาให้

ดวงตากลมโตจับจ้องไปยังมือหนาที่เปิดแฟ้มเอกสารทีละหน้าทีละหน้าอย่างลุ้นระทึก เพราะถ้าหากงานที่เธอทำมายังไม่เรียบร้อยตรงใจเขา เธอก็ต้องกลับไปแก้อีกครั้งจนกว่าเจ้านายเจ้าระเบียบตรงหน้าจะพอใจ แต่นี่มันจะห้าโมงเย็นแล้วและเธอไม่อยากแก้งานอีกแล้วเพราะแค่นี้เธอก็ทำงานล่วงเวลามากว่าหนึ่งชั่วโมงแล้ว

“โอเคเรียบร้อย คุณกลับไปพักได้” กว่าสิบนาทีริมฝีปากหยักสวยสีแดงอมชมพูอย่างคนมีสุขภาพดีจึงเปล่งวาจาที่คนฟังรอคอยออกมา หลังจากที่พิมพ์นาราเห็นคนตรงหน้าเปิดเอกสารไปมาเพื่อตรวจทานอยู่หลายครั้ง

“ขอบคุณค่ะบอส ถ้าอย่างนั้นดิฉันขออนุญาตกลับก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ”

หญิงสาวส่งยิ้มให้เจ้านายจอมเข้มงวดของเธอเมื่อเขาพยักหน้าตอบ จากนั้นจึงเดินกลับมายังโต๊ะทำงานของเธอเองที่ตั้งอยู่หน้าห้องของเขาเพื่อจะเก็บของกลับบ้านหลังจากที่วันนี้เธอทำงานจนแทบไม่ได้หยุดพัก แถมยังต้องทำงานล่วงเวลาอีกต่างหาก ถ้าไม่ใช่เพราะเงินดีโบนัสเยี่ยมแล้วล่ะก็เธอไม่อดทนทำงานกับบอสปีศาจอย่างเขามากว่าสามปีหรอก

พิมพ์นาราเก็บของไปพลางบ่นอุบในใจถึงบอสไปพลางที่เธอนั้นแอบตั้งฉายาให้เขาว่าบอสปีศาจ โดยฉายานี้เธอไม่ได้มโนขึ้นมาเองแต่เธอนั้นตั้งมาจากบุคลิกท่าทางและความร้ายกาจของเขาทั้งสิ้น แม้ในความเป็นจริงแล้วบอสของเธอจะหล่อเหลาปานเทพบุตรก็ตาม แต่สำหรับเธอปีศาจก็คือปีศาจ! แถมตลอดหลายปีที่ผ่านมาเขายังใช้งานเธอเยี่ยงทาสจนเธอนั้นก็มีฉายาให้กับตัวเธอเองเหมือนกัน นั่นก็คือ เลขาทาส! ฮื่อออออ คิดแล้วเศร้า แต่จะโทษใครได้ในเมื่อเธออยากมาทำงานที่บริษัทแห่งนี้เองนี่นา

บริษัทที่พิมพ์นาราทำงานอยู่นี้คือบริษัท บัดเลอร์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจปิโตรเคมีการกลั่นครบวงจรและจำหน่ายน้ำมันปิโตรเลียมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย อีกทั้งยังเป็นโรงกลั่นที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและยังเป็นบริษัทที่หญิงสาวใฝ่ฝันอยากเข้าทำงานตั้งแต่สมัยที่เธอยังเรียนอยู่มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆ ของประเทศ และเมื่อเธอเรียนจบด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่งเป็นใบเบิกทางบวกกับทัศนะคติของเธอตอนสัมภาษณ์งานเธอจึงสามารถเข้าทำงานในบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งนี้ได้โดยที่ยังเป็นแค่เด็กจบใหม่ไร้ประสบการณ์ แต่ก็ใช่ว่าเธอนั้นจะได้ทำงานในตำแหน่งเลขาของรองประธานบริษัทใหญ่ขนาดนี้ได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เข้ามาทำงาน เพราะแม้ว่าเธอจะสมัครเข้ามาทำงานในตำแหน่งเลขาของรองประธานบริษัทที่ว่างเว้นแทบจะทุกสามเดือนแต่สองปีแรกที่เธอได้มาทำงานที่นี่นั้นเธอได้เริ่มเรียนรู้งานจากระดับล่างพร้อมๆ กับผู้คนอีกหลายคนที่ได้รับเลือกให้เขามาทำงานที่นี่ก่อน จนกระทั่งสองปีต่อมาเลขาของท่านประธานใหญ่เล็งเห็นถึงความสามารถและความอดทนในตัวเธอ เลขาของท่านประธานใหญ่จึงเสนอชื่อเธอเข้าเป็นเลขาของท่านรองผู้ซึ่งเปลี่ยนเลขาทุกสามเดือน

พิมพ์นารายังคงนึกย้อยกลับไปถึงครั้งแรกที่เธอได้มีโอกาสพบกับบอส ของเธออย่างเป็นทางการซึ่งวันนั้นก็คือวันที่เธอนั้นต้องเข้าไปสัมภาษณ์งานเลขากับเขาโดยตรง เธอยังจำได้ดีถึงสายตาคมเข้มที่มองมายังเธออย่างประเมินตั้งแต่ที่เธอก้าวเท้าเข้าไปในห้องสัมภาษณ์ เครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำบวกกับน้ำเสียงและท่าทางสุขุมเยือกเย็นของเขาทำเอาเธอประหม่าไปหมดแต่เธอก็พยายามเก็บอาการตื่นเต้นเหล่านั้นไว้อย่างสุดความสามารถและจดจ่อกับการตอบคำถามของท่านรองประธานบริษัทเพียงอย่างเดียวเท่านั้น จนเมื่อเวลาผ่านไปจนเธอคิดว่าการสัมภาษณ์งานครั้งนี้ได้จบลงแล้ว กลับมีคำถามหนึ่งออกมาจากปากได้รูปของท่านรองหลังจากที่เขานั้นเงียบไปชั่วขณะ และเป็นคำถามที่เธอไม่คิดว่าเขาจะถาม

'คุณมีความคิดเห็นยังไงกับเรื่องเจ้านายและลูกน้องที่มีความสัมพันธ์กันเกินเลยหน้าที่'

เธอนิ่งอึ้งไปชั่วครู่หลังจากได้ยินคำถามของคนตรงหน้า พาลให้คิดไปในแง่ลบว่าหรือนี่คือเหตุผลที่แท้จริงที่เขาเปลี่ยนเลขาบ่อยๆ แทบทุกสามเดือน ดังนี้น้ำเสียงในการตอบคำถามของเธอจึงไม่สุภาพนอบน้อมเท่าที่ควรนัก

'เรียนท่านรอง ดิฉันคิดว่าเป็นเรื่องไม่สมควรอย่างยิ่งค่ะ ที่ทำงานคือที่ทำงาน การทำงานคือการทำงานแล้วยิ่งหากคนทั้งสองนั้นมีตำแหน่งเป็นเจ้านายกับลูกน้องกันแล้วด้วย ดิฉันจึงเห็นว่าเป็นการไม่สมควรอย่างยิ่งค่ะหากว่าคนทั้งสองนั้นจะมีความสัมพันธ์ที่เกินเลยต่อกัน'

'ครับ เชิญคุณออกไปได้'

หลังจากเธอออกจากห้องสัมภาษณ์มาเธอคิดไว้แล้วว่าเธอคงจะชวดตำแหน่งเลขารองประธานบริษัทเงินเดือนสูงลิบนี้แน่แล้ว แต่กลับกลายเป็นว่าหลังจากนั้นหนึ่งเดือนเธอได้กลายมาเป็นเลขาของเขาและยังคงเป็นเสมอมาจนถึงตอนนี้ก็สามปีแล้วซึ่งนับว่าเป็นสถิติสูงสุดของการเป็นเลขารองประธานบริษัทบัดเลอร์แห่งนี้ตั้งแต่บอสของเธอเข้ามารับตำแหน่ง

พิมพ์นารายังคงคิดในใจอย่างขำๆ ว่าดีนะที่เธอไม่หลงเสน่ห์เขาจนเสียการเสียงานเหมือนเลขาคนก่อนๆ ของเขา ไม่อย่างนั้นเธอคงก็เป็นหนึ่งในเลขาของเขาที่โดนไล่ออกเป็นแน่ เพราะหลังจากที่เธอเข้ามาเป็นเลขาของเขาได้สักพักใหญ่เธอถึงได้รู้ความจริงว่าที่จริงแล้วเขานั้นไม่ใช่เจ้านายหัวงูชอบหลีพวกเลขาหรือพนักงานสาวๆ ตามที่เธอเคยคิด แต่กลับกลายเป็นว่าเป็นเพราะพวกหญิงสาวเข้าหาเขาเองจนเกินงามหรือเสียการเสียงานเสียการปกครอง เจ้านายที่เคร่งครัดและจริงจังกับงานเช่นเขาจึงจำเป็นต้องไล่ผู้คนเหล่านั้นออก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป