บทที่ 6 บทที่ 2 อยากฟินกับเขาบ้าง 2
หลังจากเดินช้อปปิ้งกันอยู่นานหรือเรียกให้ถูกคือเดินเล่นดูของเสียมากกว่าเพราะทั้งสามสาวนั้นแทบจะไม่ได้ซื้ออะไรกันเลยนอกจากพวกโลชั่นกับครีมอาบน้ำลดราคาในร้านเครื่องสำอางค์ ตอนนี้สามสาวจึงพากันมานั่งในคาเฟ่ห์น่ารักๆ ร้านหนึ่งเพราะตอนนี้ชาบูที่พากันสวาปามไปเมื่อหลายชั่วโมงก่อนนั้นได้ย่อยไปหมดแล้ว
“พอลล่า แกเคยมี One night stand ไหม”
“แค่ก! แค่ก! เมื่อกี้แกถามว่าอะไรนะ” พอลล่าที่กำลังดูดชาเขียวปั่นถึงกับสำลักหน้าดำหน้าแดงกับคำถามโต้งๆ ของเพื่อน ส่วนมินตราที่กำลังจะตักเครปเค้กเข้าปากนั้นก็ถึงกับชะงักตาโตมองหน้าคนถาม
“อะไรกันยัยพอลล่า แค่ถามว่าเคยมี One night stand ไหมแค่นี้ถึงกับสำลักเลยเหรอคะ” พิมพ์นาราขำกับท่าทางตกใจจนดูเว่อร์ของเพื่อน แต่ก็รีบดึงทิชชูส่งให้
“จะไม่ให้สำลักได้ไง ก็ฉันตกใจนี่ยะ อยู่ๆ มาถามเรื่อง One night stand”
“นั่นแหละ แล้วตกลงแกเคยมีปะล่ะ” พิมพ์นาราถามซ้ำอีกครั้งด้วยสายตากรุ้มกริ่ม
“จะเคยมีได้ยังไงคะ ฉันเคยบอกแกไปแล้วนี่ว่าฉันน่ะโสดจริงและซิงมาก” คนถูกถามเรื่อง One night stand ยืนยันเสียงหนักแน่น อีกทั้งยังไม่ลืมย้ำสโลแกนของตัวเองให้เพื่อนสาวจอมทะเล้นฟังอีกด้วย
“จริงอ่ะ” พิมพ์นาราหรี่ตามองอย่างจับผิด ถึงแม้ว่าพวกเธอจะเป็นเพื่อนกันมานานอีกทั้งยังสนิทกันสุดๆ แบบที่ไม่มีความลับต่อกัน แต่บางทีเรื่องแบบนี้ยัยพอลล่าอาจจะแอบไปแอบฟินมาก่อนเธอก็ได้ใครจะรู้
เมื่อเห็นสายตาจับผิดของเพื่อนสาว พอลล่าเลยยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเองอีกครั้งด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“จริงสิยะ ถึงฉันจะสวยเริดขนาดนี้แต่ชายใดก็ยังไม่เคยได้เห็นแม้แต่ขาอ่อนของฉันนะคะ”
“แล้วแกถามพอลล่ามันทำไม” มินตราที่ฟังสองเพื่อนรักคุยกันอยู่นานโผล่ถามขึ้นด้วยความตะหงิดใจแปลกๆ
“ใช่อยู่ๆ ก็มาถาม” เสียงพอลล่าถามขึ้นมาสมทบเพราะเธอเองก็สงสัยไม่แพ้มินตรา
“เปล๊าาาา ก็แค่ถามดู” คนถูกเพื่อนรักจ้องตอบเสียงสูงพลางก้มดูดสมูตตี้ปั่นเพื่อหลบเลี่ยงสายตาสองคู่ที่จับจ้องมายังเธออย่างรู้ทัน
“แหนะ อย่ามาสะตอชะนีน้อยหอยสังข์ บอกเพื่อนมาเดี๋ยวนี้”
พอลล่าตีแขนคนโกหกไม่เนียนไปเบาๆ
“ก็ไม่มีอะไร ก็แค่…”
“แค่อะไร” ครั้งนี้เป็นเสียงของมินตราที่คาดคั้นเพื่อนต่อจากพอลล่า
สุดท้ายพิมพ์นาราที่แกล้งเล่นตัวก็ยอมบอกสองเพื่อนซี้ไปตามตรง เพราะความจริงเธอก็ไม่คิดที่จะปิดบังอะไรสองคนนี้อยู่แล้ว
“ก็แค่อยากลองฟินกับเขาบ้างอะไรบ้าง”
“แบบ One night stand อ่ะนะ” พอลล่าโผล่ถามขึ้นมาเพื่อต้องการความแน่ใจว่าตัวเองไม่ได้ตีความผิดหรือเข้าใจอะไรผิดไป
“อือ” พิมพ์นาราตอบรับสั้นๆ พร้อมกับดูดสมูตตี้ปั่นต่อ
“บ้าไปแล้วยัยพิมพ์” มินตราพูดออกไปอย่างไม่อยากจะเชื่อว่าเพื่อนสนิทของตัวเองจะมีความคิดอะไรแผลงๆ แบบนี้ได้
“แกมีแฟนแล้ว แกไม่เข้าใจอารมณ์เหงา อยากรู้อยากลองของสาวโสดสด ซิงแบบพวกฉันหรอก ใช่ไหมพอลล่า”
เจ้าของความคิดแผลงๆ รีบดึงพอลล่ามาเป็นพวก คนโสดย่อมเข้าใจคนโสดเธอรู้ดี แต่ก็ไม่วายโดนพอลล่ากระแนะกระแหน
“หาพวกเชียวนะยะ”
“ถ้าแกเหงาแกก็หาแฟนสิ จะไปอยากมี One night stand ทำไม แบบนั้นมีแต่เสียกับเสีย ดีไม่ดีซวยขึ้นมาจะได้เอดส์เป็นของแถมมาอีก”
มินตราที่ไม่ขำกับความคิดไม่เข้าท่าของเพื่อนพูดขึ้นมาอย่างจริงจัง เพราะเธอรู้ดีว่าพิมพ์นาราเพื่อนของเธอนั้นไม่ใช่คนที่จะพูดอะไรเรื่อยเปื่อยเพราะฉะนั้นเธอมั่นใจว่าเพื่อนของเธอคงตั้งใจจะทำแบบที่พูดจริงๆ เพราะฉะนั้นเธอจะต้องรีบหยุดความคิดไม่เข้าท่าของเพื่อนรักตั้งแต่ตอนนี้ โดยพอลล่าที่เริ่มเห็นท่าทางจริงจังของมินตราจึงช่วยเพื่อนพูดอีกแรงเพราะความสัมพันธ์แบบนั้นก็น่ากลัวเกินไปจริงๆ
“ใช่แก สมัยนี้ใครเป็นโรคติดต่อบ้างหรือเปล่าเราก็ไม่รู้ มันดูแค่หน้าตาไม่ได้หรอก”
“เรื่องนั้นฉันรู้ แต่พวกแกก็น่าจะรู้นี่ว่าฉันไม่คิดจะมีแฟน ไม่คิดจะแต่งงานกับใคร อีกอย่างฉันก็ยี่สิบแปดแล้ว อีกสองปีก็จะสามสิบ แล้วพวกแกดู”
คนพูดทำท่าพรีเซนต์รูปร่างหน้าตาอันสวยสดงดงามให้เพื่อนทั้งสองคนดูประกอบไปด้วย
“สวยๆ แบบนี้กะจะไม่ให้ลองใช้งานบ้างเลยเหรอ” พิมพ์นาราแกล้งพูดติดตลก แต่เมื่อเห็นท่าทางเป็นห่วงจริงจังของเพื่อนทั้งสองคนก็เข้าใจ และไม่ใช่ว่าเธอจะไม่รู้เรื่องนั้นแต่เรื่องแบบนี้มันก็พูดยาก
“งั้นก็เถอะ แต่ฉันก็ไม่เห็นด้วยอยู่ดีเรื่องที่แกอยากมี One night stand”
“ชะนี ฟังนะ ถึงแม้เหตุผลของแกจะตรงกับความอยากในด้านมืดของฉันก็ตาม แต่ฉันก็คิดว่ายัยมิ้นท์มันพูดถูกนะ ประสบการณ์ครั้งแรกก็ควรจะมีร่วมกันกับคนที่เรารักเปล่าวะแก” คนสวย สด ซิงเหมือนกันพูดกับพิมพ์นาราอย่างเข้าอกเข้าใจ เพราะก็ใช่ว่าคนโสดๆ อย่างเธอจะไม่เคยมีความคิดอยากรู้ซึ้งถึงความฟินแบบนั้นมาก่อนเสียเมื่อไหร่
