บทที่ 7 บทที่ 3 เริ่มแผนการ 1

                เช้าวันจันทร์พิมพ์นารามาทำงานด้วยความสดชื่น เพราะเมื่อวานหญิงสาวได้ไปเดินช้อปปิ้งกินของโปรดกับเพื่อนสาวมาแล้วทั้งวันซึ่งถือเป็นการพักผ่อนของเธอในรูปแบบหนึ่ง ดังนั้นวันนี้พิมพ์นาราจึงพร้อมเต็มที่สำหรับงานแรกของต้นสัปดาห์

“สวัสดีค่ะบอส วันนี้มีประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อหารือเรื่องงบประมาณสำหรับจัดซื้อเครื่องจักรเพื่อใช้ในการผลิตและกลั่นน้ำมัน เวลาสิบโมงนะคะ ส่วนนี่เป็นเอกสารอ้างอิงที่ฝ่ายงบประมาณเสนอมาค่ะ” พิมพ์นารากล่าวทักทายบอสของเธอพร้อมทั้งบอกกำหนดการแรกของเช้าวันนี้ แม้ว่าบอสของเธอจะเป็นคนความจำดีมากอยู่แล้วก็ตามโดยเฉพาะเรื่องงาน แต่เธอก็ต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดไม่ให้ขาดตกบกพร่อง จากนั้นเธอจึงยื่นเอกสารอ้างอิงที่ฝ่ายงบประมาณนำมาให้เพราะบอสของเธอต้องการดูเอกสารการประชุมทุกครั้งก่อนเข้าประชุม

“แล้ววันนี้ท่านประธานจะเข้าร่วมประชุมด้วยหรือเปล่า” ชรันพยักหน้าให้เลขาสาวจากนั้นจึงถามถึงท่านประธานใหญ่ ซึ่งก็คือคุณพ่อของเขาเอง เพราะเขานั้นเพิ่งคุยกับคุณพ่อเมื่ออาทิตย์ก่อนและรับรู้ว่าท่านนั้นไปต่างจังหวัดกับคุณแม่จนตอนนี้ก็ยังไม่ทราบเลยว่าท่านทั้งสองกลับมาหรือยังเพราะส่วนใหญ่แล้วเขาจะอาศัยอยู่ที่คอนโดมิเนียมเป็นส่วนใหญ่เนื่องจากใกล้กับบริษัท

“ท่านประธานจะไม่เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ค่ะ เลขาท่านแจ้งมาว่าท่านประธานมีธุระต่อค่ะ ตอนนี้ยังไม่กลับจากภูเก็ตค่ะ” พิมพ์นารารายงานทุกอย่างตามที่เธอนั้นได้รับแจ้งมาจากเลขาของท่านประธานใหญ่ให้บอสของเธอทราบ

“โอเค เดี๋ยวใกล้ถึงเวลาแล้วผมออกไป”

“ค่ะ”

“แล้ววันนี้ตอนบ่ายสองผมมีนัดหมายอะไรหรือเปล่า” ระหว่างที่พิมพ์นารากำลังจะขอตัวกลับออกไป ชรันก็เกิดนึกขึ้นได้เลยถามเลขาออกไปสำหรับกำหนดการในวันนี้เพราะเพื่อนของเขาเพิ่งติดต่อมาเป็นการส่วนตัวเมื่อวานนี้เอง

“ไม่มีค่ะ วันนี้บอสไม่มีตารางพบลูกค้าตลอดช่วงบ่ายค่ะ”

“ถ้างั้นช่วงบ่ายสองเดี๋ยวคุณดลฤทธิ์เขาจะเข้ามาคุยงาน คุณก็ช่วยต้อนรับเขาด้วยแล้วกัน”

“ทราบแล้วค่ะบอส บอสมีอะไรจะสั่งดิฉันเพิ่มเติมอีกไหมคะ”

“ไม่มีแล้ว คุณไปเตรียมตัวเถอะ”

“ค่ะ ถ้าอย่างนั้นดิฉันขอตัวก่อนนะคะ” พิมพ์นาราพูดจบก็หมุนตัวเดินออกไปเพื่อเตรียมตัวเข้าประชุมร่วมกับบอสของเธอในอีกไม่ถึงสองชั่วโมงข้างหน้า

การประชุมในครั้งนี้ค่อนข้างเคร่งเครียดกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ปกติแล้วหากเป็นการประชุมในเรื่องงบประมาณการลงทุนเพิ่มเพื่อผลประกอบการในอนาคตของบริษัท ชรันผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจแทนท่านประธานใหญ่นั้นมักจะอนุมัติงบประมาณตามแผนงานการประชุมได้ไม่ยากนัก แต่ในครั้งนี้นอกจากบรรยากาศการประชุมจะเป็นที่น่าอึดอัดแล้วการประชุมในครั้งนี้ก็เกือบจะถูกยกเลิกตั้งแต่ที่ ชรันนั้นก้าวเท้าเข้ามาในห้องประชุมและได้กลิ่นแอลกอฮอล์ฟุ้งกระจายอบอวนในห้องปรับอากาศ แต่ถึงแม้ชรันจะอยากยกเลิกการประชุมครั้งนี้เพียงไรแต่เขานั้นก็เกรงใจผู้ถือหุ้นรายอื่นๆ จึงจำเป็นต้องปล่อยให้การประชุมเพื่อหารืองบประมาณสำหรับจัดซื้อเครื่องจักรเพื่อใช้ในการผลิตและกลั่นน้ำมันในครั้งนี้ดำเนินต่อไป รวมถึงปล่อยให้พนักงานคนที่นำกลิ่นไม่พึงประสงค์นี้ร่วมประชุมต่อไปด้วยเพราะพนักงานคนดังกล่าวนั้นเป็นพนักงานจากฝ่ายงบประมาณ

ในที่สุดการประชุมที่น่าอึดอัดนี้ก็จบลงโดยได้ข้อสรุปว่าจะต้องมีการปรับเปลี่ยนแผนที่เสนอมา อีกทั้งยังต้องมาประชุมหารือในเรื่องนี้กันใหม่ในอีกสิบห้าวัน

“พิมพ์นารา” เสียงทุ้มเปล่งออกมาเรียกเลขาคู่ใจที่ทำงานร่วมกันมานาน

“ค่ะบอส”

ทางด้านเลขาคู่ใจก็ตอบรับทันทีอย่างรู้ใจบอสจอมเนี้ยบของเธอว่าต้องการอะไร เสียงหวานจึงกล่าวออกไปอย่างเป็นทางการเพื่อรั้งให้เหล่าบุคคลที่บอสของเธอต้องการพบอยู่ต่อ

“รบกวนฝ่ายงบประมาณเชิญอยู่ต่ออีกสักครู่นะคะ”

ฝ่ายงบประมาณที่โดนเลขาของท่านรองประธานบริษัทสั่งให้อยู่ต่อถึงกับหน้าถอดสี ด้วยทุกคนรู้ดีถึงกิตติศัพท์ความเคร่งครัดของท่านรองประธาน โดยเฉพาะชายหนุ่มเมาค้างตัวต้นเรื่องที่ตอนนี้นั่งเหงื่อแตกพลักท่ามกลางห้องปรับอากาศเย็นฉ่ำ

“คุณนภดล” ชรันเอ่ยเสียงเรียก นภดล หัวหน้าฝ่ายงบประมาณด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง จนคนถูกเรียกชื่อถึงกับเกร็งไปทั้งตัว

“ครับท่านรอง”

“คุณละเลยปล่อยให้ลูกน้องที่เมามายมาเข้าประชุมแบบนี้ได้ยังไง”

“ผมต้องขอโทษท่านรองด้วยจริงๆ ครับ คือวิทยาเขามีหน้าที่ดูแลงบประมาณตรงนี้ร่วมกันกับทีมน่ะครับ แล้วผมก็เพิ่งเจอตัวเขาก่อนเริ่มประชุมได้ไม่นานทำให้ยังไม่มีเวลาได้ถามไถ่หรือว่ากล่าวตักเตือนครับท่านรอง ผมต้องขอโทษด้วยจริงๆ” หัวหน้าฝ่ายงบประมาณเรียนรองประธานบริษัทไปตามตรง เพราะถ้าเขาเจอตัววิทยาเร็วกว่านี้เขาคงไม่ปล่อยให้วิทยาทำให้ทีมและการประชุมพังไม่เป็นท่าแบบนี้ เขาไม่นึกเลยว่าคนที่ที่ผ่านมาทำงานได้ดีจนเขามอบหมายงานชิ้นสำคัญให้ทำร่วมกันจะกลับกลายเป็นคนไม่รับผิดชอบแบบนี้ไปได้

“ผมขอโทษครับ ผมไม่ได้ตั้งใจ” วิทยาตัวตนเรื่องเอ่ยขอโทษออกมาอย่างละอายใจที่ตนเองเป็นต้นเหตุให้ทั้งหัวหน้าและทีมเดือดร้อนไปด้วย

“ผมคิดว่าคุณน่าจะรู้กฎระเบียบของบริษัทดี การประชุมในครั้งนี้สำคัญขนาดไหนคุณไม่รู้เหรอ”

ชรันเพ่งสายตาไปหาวิทยานิ่งๆ อย่างต้องการคำตอบ

“ผมทราบดีครับ”

“ถ้าทราบดีแล้วทำไมคุณถึงมาประชุมในสภาพนี้”

“ผมขอโทษจริงๆ ครับท่านรอง ผมสัญญาว่าจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีกครับ” ทางด้านวิทยาที่ไม่สามารถหาถ้อยคำใดมาแก้ตัวในความผิดครั้งนี้ได้จึงได้แต่ก้มหน้าขอโทษและน้อมรับความผิดพลาดของตัวเอง

“โอกาสของคนเรามันไม่ได้มาบ่อยๆ หรอกนะ ยิ่งคุณทำงานแบบนี้คุณยิ่งต้องทำตัวให้ดี และที่สำคัญอย่าทำให้ทีมของคุณหรือบริษัทเดือดร้อนหรือได้รับผลกระทบจากการกระทำของคุณอีก”

“ครับท่านรอง ผมจะไม่ทำตัวแบบนี้อีกแล้วครับท่าน”

“เอาล่ะ ที่ผมเรียกทีมงบประมาณไว้ก็มีเพียงเท่านี้”

เมื่อหมดธุระแล้วชรันจึงลุกขึ้นเต็มความสูง พร้อมทั้งหันไปสั่งเลขาคู่ใจด้วยเสียงเรียบนิ่งในระหว่างที่ติดกระดุมเสื้อสูท

“คุณพิมพ์ เดี๋ยวคุณจัดการตามกฎต่อด้วยเลยแล้วกัน”

“รับทราบค่ะบอส”

หลังจากบอสจอมเนี้ยบของเธอออกจากห้องประชุมไป หญิงสาวก็ส่งเรื่องทั้งหมดให้ฝ่ายบุคคลดูแลต่อตามระเบียบของบริษัทเพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่บอส ของเธอเอ่ยปากเตือนพนักงานที่กระทำการไม่สมควรด้วยตัวเองครั้งแรก ดังนั้นเลขาเช่นเธอจึงรู้ดีว่าตัวเองควรจะจัดการเรื่องทั้งหมดต่อจากบอสยังไง

ตอนนี้เป็นเวลากว่าเที่ยงครึ่งแล้วหลังจากเข้าร่วมการประชุมตั้งแต่ตอนสิบโมงตรง พิมพ์นาราจึงรีบกลับมาที่โต๊ะทำงานของตัวเองพอมาถึงหญิงสาวก็รีบกวาดตามองแผ่นเมนูอาหารตามสั่งของร้านอาหารด้านล่างบริษัทอย่างรวดเร็ว

ใช่แล้วที่เธอรีบเดินจ้ำอ้าวกลับมาที่โต๊ะทำงานเพื่อที่จะมาดูเมนูอาหารกลางวันที่อยู่ในลิ้นชักเพราะตอนนี้เธอหิวมาก และก็รู้ด้วยว่าบอสจอมบ้างานของเธอก็น่าจะหิวด้วยเหมือนกัน เธอกวาดสายตาไล่ดูเมนูอาหารเพียงแค่ครู่เดียวจากนั้นจึงโทรไปสั่งอาหารยังร้านอาหารด้านล่างทันทีเพราะหากชักช้ากว่านี้เธอกับบอสอาจจะต้องหิ้วท้องรอคิวไปอีกนาน

เมื่อปลายสายตอบรับพิมพ์นาราก็สั่งเมนูที่เธอนั้นอยากทานออกไป และแน่นอนเธอสั่งเผื่อบอสด้วยในเมนูเดียวกันเพื่อความรวดเร็วเพราะแม้ว่าบอสของเธอจะจู้จี้จุกจิกและเข้มงวดเรื่องงาน แต่หากเป็นเรื่องอาหารการกินแล้วล่ะก็บอส ของเธอนั้นเรียกได้ว่าเป็นคนเรียบง่ายไม่เรื่องมากเลยทีเดียว เรียกว่าทานได้ทุกอย่างที่เป็นเมนูไม่จัดจ้านจนเกินไป ซึ่งนั่นก็ทำให้เธอไม่เคยมีปัญหาเวลาสั่งอาหารเผื่อบอสมาก่อนเลยสักครั้ง

“เอาข้าวหมูกรอบผัดพริกแกงไข่ดาวสุกๆ พิเศษสองกล่องค่ะ”

“ได้เลยค่ะคุณพิมพ์ รอแป๊บนึงนะคะ” เจ้าของร้านอาหารรสเลิศตอบกลับมาด้วยเธอนั้นจำเสียงหวานของลูกค้าเจ้าประจำที่ชอบโทรมาสั่งได้เป็นอย่างดี

“ค่ะ ขอบคุณมากค่ะพี่แมว”

พิมพ์นาราวางสายเสร็จก็เดินไปยังห้องครัวของชั้นนี้ที่มีทั้งชา กาแฟ น้ำผลไม้ ของทานเล่นและอื่นๆ อีกเล็กน้อยสำหรับทานรองท้องและต้อนรับแขกของบอส เธอจึงรินน้ำสมแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ใส่แก้วใบใสสองใบวางลงบนถาด และเมื่อเดินผ่านโต๊ะทำงานของตัวเองเธอก็หยิบแก้วน้ำส้มหนึ่งแก้ววางไว้บนโต๊ะ จากนั้นก็เดินไปเสิร์ฟน้ำส้มอีกแก้วหนึ่งบนถาดให้บอสของเธอต่อในห้องทำงาน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป