บทที่ 9 บทที่ 3 เริ่มแผนการ 3

                แม้จะเป็นวันทำงานวันแรกของสัปดาห์แต่วันนี้งานกลับไม่หนักหนาอย่างที่คิดแถมยังไม่ต้องทำงานล่วงเวลาอีกด้วย ดังนั้นหลังเลิกงานพิมพ์นาราจึงรีบกลับมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อจะไปฟิตเนสต่อโดยไม่ลืมที่จะโทรชวนสองสาวเพื่อนซี้ของเธอไปด้วย แม้ว่าคนที่มาได้จะมีเพียงแค่พอลล่าคนเดียวก็ตาม

พิมพ์นาราสวมเลคกิ้งขายาวกับสปอร์ตบราสำหรับออกกำลังกายอีกทั้งยังสวมเสื้อยืดทับอีกชั้น เพราะถึงแม้ว่าสปอร์ตบราที่เธอสวมใส่อยู่นี้จะเป็นบราสำหรับใส่ออกกำลังกายโดยเฉพาะ แต่สำหรับเธอบราก็คือบราและเธอนั้นก็ไม่มีความมั่นใจพอที่จะใส่อะไรที่โชว์เนื้อหนังขนาดนั้น

เมื่อหญิงสาวไปถึงฟิตเนสเธอก็ยืดกล้ามเนื้อวอร์มร่างกายตัวเองก่อนสักพักจากนั้นจึงขึ้นไปเดินบนลู่วิ่งเพื่อรอพอลล่า เพราะนางบอกว่าเพิ่งเสร็จงานเลยอาจจะมาช้าหน่อย

พิมพ์นาราเริ่มวิ่งเหยาะๆ ได้สักพัก เสียงแหบหวานอันคุ้นเคยก็ดังขึ้น

“ฟิตนะคะคุณเพื่อน มานานรึยัง”

“น่าจะเกือบๆ ชั่วโมงนึงแล้วแหละ แล้วแกเพิ่งมาเหรอ” พิมพ์นาราย้อนถามคนที่มาช้ากว่าที่เธอคิดไว้

“ฉันมาได้สักพักแล้วแหละ แต่แค่แวะไปยืดเส้นยืดสายตรงโน้นมา” พอลล่าบอกเพื่อนสาวพร้อมทั้งส่งสายตาชี้เป้าอย่างรู้กันให้เพื่อนสนิทดู จนได้ยินเสียงแหมจากเพื่อนรักกลับมายาวๆ เมื่อพิมพ์นารามองไปยังที่ที่คนมาเลทแวะไปยืดเส้นยืดสายเสียนาน เพราะตรงนั้นมีหนุ่มหล่อล้ำกล้ามแน่นเต็มไปหมด

“แหมมมมมมมม ไม่ค่อยเลยนะคะคุณพอลล่า”

“ก็นิสนุงสิคะ ทำงานมาเหนื่อยๆ ก็ขอเจริญหูเจริญตากับเขาบ้างสิ อิอิ”

“จ้า จ้า ทีตัวเองนะไปน้ำลายหกอยู่ตรงนั้นเป็นนานสองนานได้ แต่พอฉันจะไปฟินบ้างดันห้ามซะงั้น” พิมพ์นาราได้ทีก็ไม่วายหาเรื่องมาเหน็บเพื่อนคืน

"น้ำลายฮงน้ำลายหกอะไรน่าเกลียด แล้วอีกอย่างฉันก็แค่มองเพลินๆ ไม่ได้อยากจะฟินลึกซึ้งเหมือนแก ว่าแต่แกเถอะ ยังไม่ล้มเลิกความคิดที่จะมี One night stand ไปอีกหรือไงฮะ" พอลล่ารีบแก้ตัวทันทีทั้งที่มันเป็นความจริงก็ตาม อีกทั้งยังถามถึงความคิดไม่เข้าท่าของคนที่เดินอยู่บนลู่วิ่งข้างๆ กันต่ออย่างไม่ต้องประดิษฐ์คำพูดเฉไฉให้เหนื่อยเพราะตรงโซนที่เธอและเพื่อนกำลังออกกำลังกายอยู่นี้ไม่มีคนอื่นอยู่ใกล้ๆ เลย

"โนเวย์ ค่ะ แล้ววันนี้ฟิตเนตเสร็จแล้วแกต้องไปช่วยฉันเลือกชุดต่อด้วย" เจ้าของความคิดไม่เข้าท่าปฏิเสธอย่างไม่ลังเลพร้อมทั้งเอ่ยชวนเพื่อนให้ไปช่วยเลือกชุดต่อ

ตอนที่มินตรากับพอลล่าเตือนเธอเมื่อวันก่อนนั้นเธอก็เกือบจะลังเลอยู่แล้วเชียว แต่พอวันนี้ที่เธอเห็นเป้าหมายเธอที่บริษัทและด้วยความหล่อเหลาดูอบอุ่นอ่อนโยนของเขา มดลูกของเธอที่หลับใหลอย่างสงบมายาวนานเกือบสามสิบปีก็กู่ร้องขึ้นมาทันทีว่า ‘คนนี้แหละที่มดต้องการ!’

"ชุดอะไรของแกฮึ" พอลล่าถามอย่างสงสัยเพราะร้อยวันพันปีไม่เห็นเพื่อน

เธอคนนี้จะสนใจแต่งตัวอะไรมากมาย แต่ถ้าหากวันไหนที่พิมพ์นาราจำเป็นต้องเลือกชุดไปออกงานสำคัญจริงๆ หญิงสาวก็มักจะนัดเธอและมินตราล่วงหน้าเพื่อให้ไปเลือกเป็นเพื่อน

"ก็ชุดอ่อยเหยื่อไงจ๊ะน้องสาว"

คนอยากซื้อชุดกะทันหันขยิบตาอย่างซุกซนให้เพื่อน

"โอ๊ย ตุ๊ดจะเป็นลม ที่ฉันกับยัยมิ้นท์พูดกรอกหูแกไปวันนั้นนี่ไม่ได้ซึมเข้าสมองแกเลยหรือยังไงฮะยัยพิมพ์" ถ้าเป็นไปได้พอลล่าก็อยากจะใช้นิ้วจิ้มๆๆๆๆ กะโหลกศีรษะของเพื่อนคนนี้ดูสักทีว่ามันแข็งขนาดไหน ทำไมไม่ยอมฟังกันบ้าง

"เข้า แต่เป็นเข้าหูซ้ายทะลุออกหูขวานะ ฮ่าฮ่าฮ่า"

"มันใช่เรื่องตลกไหมแก ฉันซีเรียสนะโว้ยยยยย"

"เออน่า รู้แหละว่าพวกแกเป็นห่วง แต่ดูนี่ก่อนอะ" พิมพ์นาราที่เห็นใบหน้านิ่วคิ้วขมวดของเพื่อนด้วยความเป็นห่วงจึงใช้ไม้ตายโดยการหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนลู่วิ่งขึ้นมา กดเปิดสิ่งที่เธอตั้งใจจะให้ดู จากนั้นจึงยื่นใส่มือให้พอลล่าดูชัดๆ กันไปเลย

"ดูไรยะ กรี๊ด ใครอ่ะ หล่อขาวใสสไตล์เกาหลี" พอลล่าที่คราแรกยังไม่ยอมก้มมองโทรศัพท์มือถือที่โดนยัดใส่มือก็ถามออกไปอย่างสงสัย แต่พอเห็นสิ่งที่เพื่อนให้ดูเท่านั้นแหละ ถึงกับกรี๊ดกร๊าดออกมาอย่างเสียอาการเลยทีเดียว

"เค้าชื่อคุณดล ดลฤทธิ์ เป็นเพื่อนกับบอสฉันเอง"

"บอสแกก็หล่อล่ำมาดขรึม คนนี้ก็หล่อขาวใสสไตล์โอปป้า สมกับเป็นเพื่อนกันจริงๆ หล่อกินกันไม่ลงเลยอ่ะ" คนที่ตกตะลึงกับความหล่อพูดออกไปอย่างใจคิด เพราะถึงแม้ว่าเธอจะเพิ่งเคยเห็นชายหนุ่มในโทรศัพท์ของเพื่อนเป็นครั้งแรก แต่ออร่าความหล่อนั้นก็ไม่ธรรมดา เรียกว่าหล่อคนละแนวแต่ตีคู่สูสีกับบอสจอมเนี้ยบของเพื่อนเธอได้เลยทีเดียว

"น้ำลายหกอีกแล้วพอลล่า" พิมพ์นาราแซวคนที่เดี๋ยวก็ซูมเข้าเดี๋ยวก็ซูม ออกดูหน้าคนในรูปอยู่นั่น

"บ้า ว่าแต่แกเอารูปเขามาให้ฉันดูทำไม"

"ก็คนนี้แหละเป้าหมายของฉัน"

"นี่แกอย่าบอกนะว่า..." พอลล่าตาโตมองหน้าเพื่อนสนิทสลับกับมองคนในโทรศัพท์อย่างอึ้งๆ เมื่อเธอพอจะเดาได้แล้วว่าอะไรเป็นอะไร

"Yesssssss" สิ้นเสียงหวาน พอลล่าถึงกับกรี๊ดกร๊าดออกมาด้วยความอิจฉา

"กรี๊ดๆ น่ากินอ่ะ หาแบบนี้ให้บ้างงงงง อร๊ายยยย"

"เดี๋ยวววววว แกอยู่ข้างแม่ชีมิ้นท์มาตลอดไม่ใช่เหรอ อีกอย่างเมื่อกี้นี้แกยังห้ามฉันอยู่หยกๆ" พิมพ์นาราอดขำคนที่เห็นคนหล่อเป็นไม่ได้ ทั้งที่ที่ผ่านมาพอลล่าก็เอาแต่ห้ามเธอมาตลอด พร้อมทั้งคิดในใจอย่างขำๆ ว่ารู้อย่างงี้หารูปคุณดลให้ดูตั้งนานแล้วก็ดี

"โอ๊ยแก โอปป้าขนาดนี้ถ้าฉันมีมดลูกนะฉันก็จะเอาไปประเคนให้เขาเหมือนกันแหละย่ะ" คนแพ้คนหล่อพูดออกไปโดยลืมเรื่องไม่เหมาะไม่ควรที่เพื่อนอยากทำเสียสนิท เพราะแค่เห็นหน้าหล่อๆ เธอก็ละลายแล้ว

"งั้นก็สรุปว่าแกจะไม่ห้ามฉันอย่างยัยมิ้นท์แล้วใช่ปะ" พิมพ์นารายิ้มถามคนที่ออกอาการดี๊ด๊ากว่าเธอไม่เลิก

"ค่ะ! มดลูกเราใช้ซะ อย่าปล่อยให้มันแห้งเหือดโรยราไปตามกาลเวลา"

"อร๊ายยยย ใช่ไหมล่ะเพื่อนร้ากกกกก งั้นเราไปกันเลยไหม" คำถามพร้อมรอยยิ้มซุกซนส่งตรงไปหาเพื่อนรักอีกครั้ง

"ไปซื้อชุดอ่อยเหยื่ออ่ะนะ"

"อื้อ"

"ก็ไปสิคะ จะรออะไร"

ว่าแล้วสองสาวก็รีบเปลี่ยนชุดออกไปกันทันที โดยถือคติว่าเรื่องผู้ชายต้องมาก่อนฟิตนงฟิตเน็ตค่อยว่ากันทีหลัง

โดยระหว่างที่ทั้งสองนั้นเดินเลือกชุดสำหรับอ่อยเหยื่อในห้างสรรพสินค้านั้น พิมพ์นาราก็ได้เล่าประวัติของดลฤทธิ์ให้พอลล่าฟังคร่าวๆ ว่าเขาเป็นใครมาจากไหน ทำงานอะไรและยังบอกด้วยอีกว่าเธอจะไปอ่อยดลฤทธิ์ที่ไหนยังไง โดยครั้งนี้เพื่อนเธอนั้นไม่คัดค้านอะไรแม้แต่น้อยแต่กลับทำหน้าฟินแทนซะงั้นจนตอนนี้พิมพ์นาราไม่แน่ใจแล้วว่าระหว่างเธอกับพอลล่าใครจะเพี้ยนกว่ากัน

หลังจากสองสาวเลือกซื้อชุดสุดแซ่บเสร็จทั้งสองคนก็แวะทานอาหารจากนั้นก็แยกย้ายกันกลับไปพักผ่อน

วันต่อๆ มา พิมพ์นาราก็กลับมาทำงานอย่างเลขาทาสทุกวันรวมทั้งทำงานล่วงเวลาด้วยบางวันโดยครั้งนี้เธอไม่อิดออดอย่างเคยเพราะถ้าบอสและเธอเคลียร์งานกันเสร็จรวมถึงไม่มีงานเร่งด่วนอะไรเข้ามา คืนวันศุกร์นี้เธอจะได้ออกไปปฏิบัติการฟินตามแผนที่เธอวางไว้กับพอลล่าและมินตรา แม้ในตอนแรกมินตราจะไม่ค่อยอยากร่วมมือกับเธอเท่าไหร่นักแต่สรุปสุดท้ายแล้วมินตราก็ตอบตกลงที่จะไป Heaven Blessing Night Club ในคืนวันศุกร์นี้ด้วยกัน

และในที่สุดคืนวันศุกร์ที่พิมพ์นารารอคอยก็มาถึง สามสามพากันมาแต่งตัวกันที่คอนโดมิเนียมของคนต้นคิดจากนั้นจึงพากันไปยังไนต์คลับสุดหรูที่พิมพ์นาราสืบรู้มาจากเลขาของดลฤทธิ์ว่าดลฤทธิ์นั้นมีนัดสังสรรค์กับเพื่อนที่นั่นในคืนนี้

สามสาวเดินควงแขนกันเข้าไปยัง Heaven Blessing Night Club สุดหรู โดยไม่มีใครคาดคิดเลยว่าหลังจากก้าวเท้าเข้าไปยังไนต์คลับแห่งนี้แล้วชีวิตของพิมพ์นาราเลขาทาสจะเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล

บทก่อนหน้า
บทถัดไป