บทที่ 1 บทนำ
“เธอดีเกินไป ไม่เหมาะกับคนแบบเราหรอก”
นั่นคือประโยคแรกที่ทำให้ ‘สาธิดา’ คิ้วกระตุก ลมหายใจที่สูดเข้าปอดลึกไม่อาจทำให้ความโกรธเกรี้ยวจางหาย แม้ว่าพยายามเป็นอย่างยิ่งที่จะไม่โวยวายอย่างไร แต่ประโยคสุดท้ายที่ผู้ชายเฮงซวยคนนี้พูดออกมา ก็ทำให้ทุกความอดทนที่มีขาดสะบั้นในบัดดล
“เลิกกันเถอะนะแสนดี เราอยากให้เธอได้เจอคนที่ดีกว่าเรา”
“ดีกว่า?”
เจ้าของเรียวปากสีชมพูที่อยู่ในชุดเดรสเกาะอกสีขาวถาม ก่อนวาดวงแขนขึ้นมากอดอกเพื่อพิจารณาอากัปกิริยาของชายที่เธอคบหาดูใจมามากกว่าหกปีด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความขุ่นเคืองเปิดเผย
เธอจะไม่โกรธเลย...
หากเขาหมดรัก เมื่อรักนั้นถึงจุดอิ่มตัว
แต่โกรธที่เขานอกใจและหาเรื่องเลิกตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา อย่างที่ไม่รู้เลยว่าเธอรู้ทันทุกความคิดของผู้ชายเส็งเคร็งอย่างเขา
ไอ้หน้าว่าวเอ๊ย!
มีสิทธิ์อะไรมาบอกเลิกคนอย่างแสนดีไม่ทราบ!
“เธอเป็นคนน่ารัก เป็นคนมีน้ำใจ เป็นคนที่ใครอยู่ด้วยก็...”
“พอเถอะแม็กซ์ หยุดพล่ามเรื่องไร้สาระสักที!”
หญิงสาววัยยี่สิบหกยกมือขึ้นมาห้าม เมื่อคนตรงหน้าทำท่าจะพล่ามถึงสรรพคุณอันดีเลิศที่มีไว้เพื่อบอกเลิกใครสักคนอีกยกใหญ่
กลัวว่าจะเผลออ้วกออกมาทั้งที่เขายังพูดไม่ถึงไหน และกลัวว่าใครอีกคนที่นั่งลุ้นอยู่ในรถยนต์คันหรูของ ‘อดีตแฟน’ จะรอนาน
และแน่นอน...ว่าสิ่งที่เธอกลัวที่สุดก็คือกลัวตัวเอง!
ไม่ลากลงมาสำเร็จโทษทั้งที่อยากทำนักหนา ก็นับว่าเธอมีความอดทนและปรานีอีกฝ่ายมากในฐานะมนุษย์คนหนึ่งแล้ว!
“แสนดี”
“ไม่ต้องอารัมภบท ถ้าจะเลิกกันก็ควรหาเหตุผลที่ดีกว่านี้มาพูด หรือไม่...ก็แค่พูดความจริงออกมาว่าตัวเองทำเลวอะไรไว้ มากกว่าจะหาข้ออ้างไร้สาระมาอ้างทั้งที่มันฟังไม่ขึ้น!”
“คืออย่างนี้นะแสนดี...”
“แกแอบคบกับเขาลับหลังฉันมานานเท่าไหร่แล้วแม็กซ์!”
“เธอรู้...”
สีหน้าของชายหนุ่มตื่นตะลึงอย่างชัดเจนไม่ต่างจาก ‘หญิงสาวรูปร่างผอมบาง เจ้าของผมบ๊อบสั้นที่ยังอยู่ในชุดนักศึกษา’ คนที่กำลังนั่งดูทุกสถานการณ์อยู่ในรถคนหรูของเมธัส ชายหนุ่มผู้สมบูรณ์พร้อมคนหนึ่งที่เธอเคยคิดว่าเขาเป็นคนรักที่ดีเสมอมา!
“ถ้าไม่รู้จะมายืนพูดปาวๆ อยู่ตรงนี้เหรอ!”
น้ำเสียงของหญิงสาวสูงขึ้นเล็กน้อยพร้อมยกบรั่นดีในมือขึ้นจิบ หวังให้อารมณ์ร้อนที่ปะทุอยู่ภายในอกสงบลงบ้าง แต่มันก็เท่านั้น
“คิดว่าฉันโง่มากหรือไงแม็กซ์ ถึงได้ทำกันขนาดนี้”
“เราก็แค่...”
“ขี้ขลาด เห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้ก็เท่านั้น!”
เธอรัวสิ่งที่คิดว่าตรงกับเมธัสที่สุดออกมาอย่างไม่ไว้หน้า ราวกับว่าสถานที่แห่งนี้ไม่มีใครอื่นนอกจากเธอและเขา
“ไม่เห็นต้องว่ากันแรงๆ เลยนะแสนดี”
“ถ้าไม่ว่าแรง แล้วคนอย่างแกจะสำนึกได้ไหมล่ะ?”
สาธิดายิ้มเยาะ ไม่สนใจนักว่าคนฟังจะรู้สึกอย่างไร
“คิดถึงใจกันบ้างดิวะ! ฉันคบแกมาตั้งหกปี และมันก็เป็นหกปีที่ฉันพลาดอะไรในชีวิตไปตั้งมากมาย ถ้ารู้ว่าไม่รัก ทำไมถึงไม่ปล่อยฉันไปตั้งแต่แรก แกจะรั้งฉันไว้หาพระแสงอะไร!”
ของเหลวสีอำพันส่วนที่เหลือถูกสาดลงลำคอระหงอย่างรวดเร็ว ก่อนเธอจะเขวี้ยงแก้วใบนั้นไปตรงหน้า เป้าหมายคือรถคันใหญ่อย่างไม่ต้องสงสัย อยากระบายทุกอย่างที่ติดอยู่ในใจ มากพอกับที่อยากจะยกเรียวขาขาวขึ้นมาตวัดไปบนลำคอของเขาแบบไม่ยั้งนั่นแหละ
“ขอโทษนะแสนดี เราไม่คิดว่า...”
“ไม่คิดว่าแม่จะตายช้าขนาดนี้ใช่ไหม ไม่อย่างนั้นคงได้เปิดตัวว่าคบกับเด็กในบ้านทั้งที่แม่เธอเคยพูดแล้วว่าเกลียดแสนเกลียดน่ะ!”
“นี่เธอ!” เมธัสนิ่วหน้า ไม่พอใจชัดเจน
“อย่ามาชี้หน้าฉันนะไอ้คนทุเรศ!” เธอปัดปลายนิ้วของเขาอย่างไม่แยแส “แกไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้กับฉัน!”
“เธอก็ไม่มีสิทธิ์มาลามปามถึงแม่เราเหมือนกัน!” เขาขึ้นเสียงใส่
“เปล่าเลย! ฉันไม่ได้ลามปาม แต่กำลังพูดความจริงต่างหาก”
“ความจริงอะไรของเธอ!”
“ก็ความจริงเรื่องที่แม่แกรับไม่ได้ไง ความจริงที่ทำให้แม่แกกับพ่อแกต้องเลิกกัน และความจริงนั้นมันก็กำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้งเพราะแกดันเดินตามรอยเท้าพ่อแบบเป๊ะๆ อย่างที่แม่แกกลัวมาตลอด!”
คนฟังเงียบไปครู่ใหญ่ ไม่คิดว่ามารดาจะปริปากพูดเรื่องนี้ให้คนนอกอย่างสาธิดาฟัง แต่ถึงอย่างนั้นแล้วเขาก็พยายามสะกดอารมณ์ให้คงที่ที่สุดเท่าที่พอจะทำได้
“เธอไม่มีสิทธิ์เอาเรื่องนี้มาพูด มันไม่ใช่เรื่องของเธอ!”
“แน่เหรอว่าไม่ใช่ ในเมื่อแม่แกเป็นคนพูดเองว่าสงสัยพฤติกรรมของลูกชาย ที่ดูเหมือนจะสนิทสนมกับเด็กรับใช้จนเกินงามน่ะ”
คนพูดจงใจเน้นย้ำคำว่าเด็กรับใช้จนคนฟังหน้าตึง อันที่จริงเธอไม่ได้อยากเหยียดฐานะใครให้ดูตกต่ำ แต่สิ่งที่เด็กนั่นทำกับเธอ ทั้งที่รู้ว่าเธอกับเมธัสคบหากัน มันก็แรงมากพอที่จะยั่วให้อารมณ์กรุ่นโกรธในอกทะยานขึ้นสูงแบบไร้เพดาน
