บทที่ 2 บทนำ II
“นั่นถือเป็นเรื่องส่วนตัว และเธอไม่ควรเอามาพูดตรงนี้!”
“เรื่องส่วนตัวของใครล่ะ แกคบอยู่กับฉันแต่ไปมีเรื่องส่วนตัวกับเด็กรับใช้ในบ้าน มันไม่ตลกไปหน่อยเหรอ?”
“หยุดพูดคำนั้นสักที เด็กรับใช้มันไม่ใช่คนหรือยังไง?”
“ก็คน...แต่เป็นคนหน้าด้านที่กินไม่เลือกน่ะ!”
เมธัสจ้องหญิงสาวนิ่ง หมัดทั้งสองกำเข้าหากันแน่น บ่งบอกให้รู้ว่าเขากำลังไม่พอใจสาธิดาจนถึงขีดสุด แต่เธอกลับไม่สนใจ
ตรงกันข้าม...กลับยั่วใส่อย่างไม่คิดกลัวเกรง
“โกรธเหรอแม็กซ์...” หญิงสาวเหยียดยิ้ม “โกรธที่ฉันพูดแทงใจดำ หรือโกรธที่ฉันรู้เรื่องเน่าๆ ในบ้านกันล่ะ?”
“พอแล้วนังแสนดี แกจะขุดเรื่องในบ้านของเขามาพูดทำไม!”
หนึ่งในสองเพื่อนสนิทที่เดินตามสาธิดาและแม็กซ์มาเงียบๆ รีบปรี่มารั้งแขนคนเมาเอาไว้ ด้วยกลัวว่าปัญหาจะบานปลายไปไกลทั้งที่อีกฝ่ายได้แจ้งให้ทราบตั้งแต่แรกแล้วว่าจะขอคุยด้วยดีๆ
แต่ใครไม่เจอแบบนี้ คงไม่มีวันเข้าใจหัวอกของสาธิดา!
“ฉันไม่ได้อยากพูดเลยพัส แต่ที่ต้องพูด เพราะคิดว่ามันคือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นลับหลังฉันต่างหาก” เธอว่าเสียงสั่น “แม่ปิ่นเขากลัวแทบตาย ว่าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนจะคว้าเอาลูกคนใช้มาทำเมียออกหน้าออกตา แล้วเป็นไงล่ะ สุดท้ายก็...”
“พอแล้วนังแสนดี!”
พัสกรผู้เป็นเพื่อนสนิทรีบห้าม ด้วยรู้ว่าสกิลการยั่วประสาทของสาธิดาในยามเมานั้น มีมากเกินกว่าที่จะปรามได้
“ไม่ต้องมาห้ามให้ฉันพูดเลยนะนังพัส!”
“ขอล่ะแสนดี ถ้าแกจะเลิกกับมันก็เลิกให้ขาดไปซะ อย่าขุดเอาเรื่องพวกนี้มาพูดต่อเลย มันไม่มีประโยชน์กับใครหรอกนะแก”
เพื่อนผู้หญิงอีกคนของสาธิดาร้องห้ามพร้อมกับลูบแขนเพื่อนรักอย่างปลอบโยน นี่ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับเธอและพัสกรเพื่อนรัก แต่มันคือเรื่องใหม่สำหรับสาธิดา คนที่ไม่เคยเปิดใจฟังคำเตือนของใครเพียงเพราะคำว่าบูชาความรักแค่เพียงคำเดียว
ฉับพลัน...ข่าวลือหนาหูว่าเมธัสเทคแคร์เด็กรับใช้ในบ้านมากจนเกินกว่าฐานะที่อีกฝ่ายยืนก็ผุดขึ้นมา
“ไม่พูดก็ได้ แต่แกต้องตอบคำถามที่ฉันสงสัยมาก่อน”
“อะไร?” เมธัสเอ่ยถามอย่างไม่สบอารมณ์นัก
“ได้กันนานแล้วใช่ไหม?”
เงียบ....
เขาไม่ตอบ นอกจากเบนหน้าหนีไปอีกทางเพื่อหลบสายตา หากสาธิดารู้เรื่องระยะเวลา ดีกรีความโกรธเกรี้ยวนั้นคงเพิ่มเป็นเท่าทวี
“ตอบฉันมา หลังจากตอบแล้วจะไสหัวไปไหนก็เชิญ!”
เธออยากรู้ว่าระยะเวลาที่ถูกสวมเขาเนิ่นนานแค่ไหน แต่เมธัสก็ไม่ยอมตอบอะไรนอกจากเงียบ และเงียบเท่านั้น
ซึ่งความเงียบนี้ก็ดูเหมือนจะตอบคำถามที่เธอสงสัยได้เป็นอย่างดี ว่าความสัมพันธ์ของเมธัสและผู้หญิงคนนั้น คงกินระยะเวลามานานอย่างที่เพื่อนรักทั้งสองของเธอสงสัยตลอดมา
“ฉันถามว่าแกกับเขาได้กันนานแค่ไหนแล้วไอ้แม็กซ์!”
“แสนดี...”
“ตอบ!!”
หมัดของสาธิดากำเข้าหากันจนแน่น เมื่อวูบหนึ่งนั้นดันเผลอไปสบตากับแม่ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบเข้า เสี้ยวนาทีนั้น...ประโยคหนึ่งที่เมธัสเคยพูดกรอกหูไว้ก็พลันฉายชัดขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
‘รินเป็นเด็กในบ้าน เราเอ็นดูเขาเหมือนน้องคนหนึ่งเท่านั้น’
น้องงั้นเหรอ...
ถ้าเป็นแค่น้องอย่างที่อ้าง คนอย่างสาธิดาคงไม่มายืนสั่นเป็นเจ้าอยู่ตรงนี้หรอก!
“ฉันถาม... หูตึงหรือไงถึงไม่ยอมตอบน่ะ!”
“เบาๆ หน่อยเถอะแสนดี ฉันว่าแกเสียงดังเกินไปแล้วนะ”
“ฉันไม่สน และฉันต้องการคำตอบจากมันเดี๋ยวนี้!”
สาธิดาสะบัดแขนจากเพื่อน ไม่สนใจแม้ว่าจะถูกห้ามปราม และยิ่งไม่อยากสนใจอะไร เมื่อแม่คนหน้าใสผลักประตูลงมาจากรถ
สีหน้าของเธอดูเหมือนคนที่พร้อมจะร้องไห้ตลอดเวลา นัยน์ตากลมโตที่ดูหมองเศร้าเรียกคะแนนสงสารจากผู้คนได้มาก เว้นแค่เพียงกลุ่มเพื่อนของแสนดีที่ยังคงเฉยเมยต่อความน่าสงสารนั้น
“พี่แสนดีคะ คือว่าเราสองคน...”
“หุบปาก! ฉันไม่ได้ขอความเห็นจากเธอ!” สาธิดาว่าเสียงแข็ง
