บทที่ 4 บทนำ IV

“ทำไมใจดำนักวะแม็กซ์ ทำไมแกถึงทำกับฉันแบบนี้!”

“แสนดี...” เขาเรียกอย่างอ่อนใจ 

“แกไม่รักฉัน ฉันไม่โกรธ แต่แกไม่ควรหลอกฉัน รู้ไหมไอ้ผู้ชายสันดานหมา! ไอ้คนใจโลเล! หน้าไหว้หลังหลอก หลอกได้แม้กระทั่งคนที่ตัวเองเรียกว่าแม่มาชั่วชีวิต!”

“ว่ากันแรงเกินไปแล้วนะ!” แม็กซ์บอกเสียงแข็ง

“แรงกว่านี้ก็ทำได้ อยากฟังไหมล่ะไอ้ขยะเปียก!”

สารพัดคำเปรียบเปรยชวนให้รู้สึกแสบคันหัวใจ ถูกขุดขึ้นมาก่นด่าคู่กรณีอย่างไม่มีทีท่าว่าจะสงบลงง่ายๆ เป็นที่ถูกใจของคนฟังหลายคนที่พากันอมยิ้มไปกับสารพัดสิ่งที่แม่สาวใจกล้าช่างหามาเปรียบ

ไม่เว้นแม้แต่นักรบ...ที่ยังจดจ้องแม่สาวใจกล้าคนนั้นไม่วางตา

ปากแซ่บจริงๆ เลยเชียวแม่คุณ!

“พอแล้วแสนดี โวยวายไปก็ไม่ทำให้อะไรดีขึ้นหรอกนะแก” 

เพื่อนสนิทที่ชื่อมัทรีร้องห้ามพลางหันไปสะกิดแขนพัสกร เพื่อนใจหญิงอีกคนให้ช่วยกันห้ามปรามคนเมาที่ดูเหมือนตอนนี้จะควบคุมสติของตนไม่ได้อีกต่อไปแล้ว

เพราะนับตั้งแต่มาถึง...แม่เจ้าประคุณก็ซัดเหล้าเข้าปากราวกับตายอดตายอยากมานานแรมปี ยิ่งเป็นฝ่ายถูกบอกเลิกก่อนแบบนี้ คนที่มีความมั่นใจอย่างเปี่ยมล้นคงซวนเซไม่เบา

“พอได้ไง ที่ด่าอยู่นี่ยังไม่ได้ครึ่งหนึ่งกับสิ่งที่ฉันรู้สึกเลยนะ!”

คนเมาผลักเพื่อนให้หลีกทาง เงยหน้าสบตาอดีตแฟนอีกครั้ง

“แกควรรู้ ว่าขณะที่ฉันเลือกแก ฉันพลาดอะไรดีๆ ไปบ้าง!” 

“แต่...” มัทรีพยายามจะแย้ง แต่เมธัสกลับยกมือห้าม ต้องการให้เธอได้พูดทุกสิ่งออกมาก่อนที่เขาจะพาตัวเองและคนรักหายไปจากชีวิตของสาธิดาตามที่ตั้งใจไว้

“ให้เขาพูดเถอะ เราไม่เป็นไรหรอกทราย”

คนที่ถูกขอร้องเบ้ปาก แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ขัดอะไร สาธิดาจึงขยับไปใกล้เมธัสอีกครั้งก่อนจะเริ่มพูด

“รู้ไหมว่าฉันไม่ได้คบกับพี่โต้ง แผนกวิศวะไฟฟ้าก็เพราะแก!”

เธอโพล่งเสียงดัง ชี้หน้าเขาอย่างเอาเรื่อง

“พี่หมอพีคนที่ลงทุนมาคุกเข่าบอกรักฉัน เขาต้องยอมหลีกทางให้คนอย่างแก เพราะฉันไม่คิดจะมีคนอื่นลับหลังใคร!”

“เรา...”

“ฉันปฏิเสธทุกคนที่เขาดีกว่าแก โดยเฉพาะพี่ท็อป ลูกพี่ลูกน้องของแกที่เตือนฉันอยู่กลายๆ ว่าแกมีบางอย่างปกปิดฉันอยู่ มีบางอย่างที่แกไม่พูด และฉันในวันนั้นก็โง่งมเกินกว่าจะถามให้หายสงสัย”

คนฟังทำได้แค่พยักหน้ารับอย่างจำนน เพราะสิ่งที่สาธิดาพูดมาล้วนเป็นความจริงทุกอย่าง ผู้ชายที่เธอพูดถึงหล่อเหลาหน้าตาดี ซ้ำฐานะทางบ้านยังร่ำรวยติดอันดับของไฮโซในวงสังคม แต่เธอในวันนั้นก็ไม่คิดจะสนใจเพียงเพราะความสุจริตใจที่เธอมีเป็นนิสัย

เขาหลอกใช้ความดีข้อนี้ของเธออย่างเลือดเย็น เป็นเขาเองที่ผิดและไม่สมควรได้รับการให้อภัย

“เราขอโทษ นี่เป็นความรู้สึกผิดจากใจที่เราอยากบอกให้เธอรู้”

นี่คือความสัตย์จริงที่สุดเท่าที่เขาพอจะทำได้ในเวลานี้

เพียงแต่มันดันไม่เพียงพอสำหรับคนที่ถูกกระทำ คำขอโทษซ้ำๆ ที่กองอยู่ตรงหน้า มันไร้ราคาเกินกว่าจะยกโทษให้

“แต่ฉันไม่อยากได้แค่คำพูด!” คนตัวเล็กผลักเขาอีกครั้ง

“แสนดี...”

“เพราะบาดแผลที่ฉันมีมันรักษาด้วยคำว่าขอโทษไม่หาย ถ้าแกอยากชดใช้ก็ช่วยพากันเดินออกไปจากชีวิตฉันเสียที ไปให้พ้นหน้าฉันทั้งแกและแม่คนนั้น อย่าได้วนเวียนมาใกล้ จนทำให้ฉันอยากอาเจียนใส่แกแบบตอนนี้อีก!”

แม้จะเตรียมใจมาบ้างแล้ว แต่พอถึงเวลาต้องตัดขาด ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าความรู้สึกในอกช่างวูบโหวง 

แต่ก็เอาเถอะ... จบแบบนี้ก็ดีกว่าคาราคาซังไปอีกนาน

“อย่ามาทำให้ฉันหงุดหงิด อย่ามาทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า! อย่าทำอะไรก็ตามให้ฉันรู้สึกว่าความดีที่ฉันมีมันเป็นเรื่องน่าตลก!”

“สักวันเธอจะเจอคนที่ดีกว่าเรา”

“แน่นอน! เพราะฉันคงไม่เทใจรักใครง่ายๆ เหมือนที่เคยตาบอดไปรักหมาจรจัดที่หน้าเหมือนแกไง!”

แรงมาก...

แรงจนทำเอาคนฟังหลายคนถึงกับซู้ดปากกันเป็นแถบ 

จะมีก็แต่คนที่มีประสบการณ์ในการเป็น ‘เมียหลวง’ หรือคนที่มีประสบการณ์แบบเดียวกับสาธิดาเท่านั้น ที่พากันชอบอกชอบใจและยกนิ้วให้แม่คนปากแซ่บใจถึงกันระนาว

“รับปากมา ว่าแกกับเด็กนั่นจะหายไปจากชีวิตฉันตลอดไป!”

จะไม่มาเป็นตราบาปในใจ 

จะไม่คอยย้ำเตือนให้เธอย้ำถึงเรื่องที่ถูกทิ้งทั้งที่ไม่ได้ทำผิดอะไร

เธอต้องการแค่นั้น ต้องการลืมเรื่องบ้าๆ นี่ให้ไวที่สุด!

“ได้...เรายินดีทำให้ เรากับรินจะไม่มาให้เธอเห็นหน้าอีก”

“ดี...จากนี้แกจะไปลงนรกที่ไหนก็เชิญ ฉันจะคอยแช่งแกเอง!”

นั่นคือประโยคสุดท้ายที่นักรบได้ยิน ก่อนเขาจะหมุนตัวเดินเข้าไปในอาคารขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยแสงไฟยามราตรี

ก็...เป็นผู้หญิงที่ดูแปลกดี 

แปลกจนเขาชักสงสัยว่าผู้ชายคนนั้นกล้าทิ้งเธอไปได้อย่างไร ทั้งที่เธอก็ดูตรงไปตรงมาและน่าคบหามากกว่าผู้หญิงอีกคนที่นั่งรออยู่ในรถตั้งเยอะ

ผู้หญิงคนที่จ้องมองแฟนเก่าของแฟนตัวเองด้วยสายตาชิงชังทั้งที่ตัวเองเป็นฝ่ายแทรกเข้ามาในความสัมพันธ์อย่างไม่น่าให้อภัย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป