บทที่ 5 อกหักดีกว่ารักไม่เป็น
แสงที่ทอกระทบผ่านผ้าม่านสีขาวในยามเช้า เปรียบดั่งนาฬิกาปลุกที่ทำงานตรงต่อเวลาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ต่างกันก็ตรงที่วันนี้ เสียงที่เคยโหวกเหวกอยู่ใกล้หูดันเงียบสงบอย่างน่าใจหาย
สาธิดานิ่วหน้าเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงความร้าวระบมและความเมื่อยขบตามร่างกาย โดยเฉพาะจุดอ่อนไหวที่ดูเหมือนจะหนักหนาสุดนับตั้งแต่เคยสัมผัสมา
แต่เดียวนะ... เธอไม่ได้มีประจำเดือนนี่นา!
ถ้าเมนส์ยังไม่มา แล้วทำไมถึงรู้สึกเหมือนร่างจะพังแบบนี้ล่ะ?
“โอ๊ย!”
คนตัวเล็กทำหน้าเหยเกเมื่อผลุนผลันลุกอย่างรวดเร็ว ความเจ็บที่ได้รับมีมากเกินกว่าจะบอกตัวเองว่าไม่เป็นไรได้ มือข้างหนึ่งจึงควานหาแผงยาแก้ปวดที่มักมีติดห้องไว้อย่างทุลักทุเล แต่สิ่งที่ควรมีนั้นกลับไม่ถูกวางอยู่ในที่ที่เคยวาง นอกจากนั้นยังค้นพบบางอย่างที่ไม่น่าจะมีอยู่ในห้องอีกด้วย
“เฮ้ย!”
หญิงสาวร้องออกมาเสียงหลงเมื่อมือที่ควานหาสิ่งของดันไปเจอสิ่งที่ไม่ควรเจอเข้า สองเท้ายกขึ้นมาถีบชายปริศนาอัตโนมัติโดยที่เขายังไม่ทันลืมตาหรือแม้แต่เอ่ยคำอธิบายใด
หัวใจเธอเต้นรัว และมันก็รัวมากเสียจนเจ้าของร่างกายแทบลืมหายใจ นัยน์ตาสีเข้มยังคงจดจ้องอยู่ที่ใบหน้าของชายคนนั้นไม่ไปไหน มือไม้ทั้งสองข้างแทบอ่อนลงเมื่อพอจะเห็นเค้าลางความพินาศลอยมาแต่ไกล
“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย!”
คนที่ถูกประทุษร้ายตั้งแต่เช้าตรู่ร้องถามเสียงดังพร้อมนวดคลึงที่สะโพกไปมา ไม่ลืมคาดโทษคนที่มีแรงมหาศาลอยู่ในใจ
ตัวก็แค่นี้แต่แรงดีชะมัดเลยแม่คุณ!
“ทำอะไรของคุณเนี่ย มาถีบผมทำไมเนี่ย?!”
ไม่บ่อยนักที่จะได้ยินนักรบเสียงดังใส่ใคร แต่ครั้งนี้ถือเป็นกรณียกเว้นที่เขาเองก็ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นเช่นกัน
“คุณเป็นใคร เข้ามาในห้องฉันได้ยังไง!”
“ห้องคุณ?”
“ใช่สิ! ถ้าไม่ใช่ห้องฉันแล้วจะเป็นห้องใครล่ะไอ้มหาโจร!”
เจอกันแบบมีสติครบถ้วนได้ไม่ถึงนาทีดี หัวหน้าแผนกวิศวกรรมที่ใครๆ ต่างก็นับหน้าถือตาก็ถูกตั้งฉายาว่าเป็นมหาโจรไปเสียแล้ว
ให้มันได้อย่างนี้สิไอ้คุณนัท!
ชายหนุ่มก่นด่าตัวเองอยู่ในใจ เมื่อเผลอไผลคิดอะไรไปไกลโดยที่มีสายตาของแม่เสือสาวจ้องอยู่ รู้หรอกว่าเธอคงตกใจ ก็เมื่อคืนมีสติดีที่ไหน ถึงได้ทำใจกล้าบ้าบิ่นทั้งที่ตัวเองก็...
นักรบหยุดความคิดไว้แค่นั้น เมื่อหมอนใบใหญ่ลอยละลิ่วมาตกอยู่ตรงหน้า สายตาของเจ้าหล่อนที่จ้องมองมา บ่งบอกได้ชัดเจนว่าในห้วงความคิดของเธอในยามนี้ เขาคือมหาโจรตัวจริงอย่างไม่ต้องสงสัย
“เงียบทำไม เถียงไม่ได้ใช่ไหมล่ะไอ้โจรกระจอก!”
เพิ่งรู้ว่าแม่คุณถูกโจรกระจอกฟาดเรียบไปเสียแล้ว
นักรบคิดอยู่ในใจ ก่อนคว้าหมอนข้างตัวมาปิดอะไรต่อมิอะไรไว้พร้อมอธิบายความจริงอย่างใจเย็น
“ข้อแรกเลยนะคุณผู้หญิง ผมไม่ใช่มหาโจรอย่างที่คุณว่า”
“ฉันไม่เชื่อ!”
“นั่นเป็นปัญหาของคุณ ไม่ใช่ผมสักหน่อย”
สาธิดาเม้มปาก ไม่กล้าเถียงเพราะเธอเองก็เห็นไม่ต่างกัน ว่าคนที่ดูหน่วยก้านดีแถมเครื่องหน้าเป็นเลิศอย่างเขานั้น คงไม่มีวันเป็นในสิ่งที่เธอกล่าวหาได้
แต่จะให้ทำอย่างไรกับสถานการณ์อันล่อแหลมนี้เล่า จะให้ชวนเขาไปกินปาท่องโก๋กับชาร้อนรับอรุณหรือไง!
ให้ตายสิ! นี่ฉันเสียตัวเพราะความเมาหรอกเหรอ?!
ถ้าแม่รู้เข้า มีหวังคงถูกก้านมะยมฟาดจนขาลายแน่นังแสนดี!
“และข้อสอง ที่นี่ไม่ใช่ห้องนอนของคุณ” น้ำเสียงนุ่มทุ้มของเขาเรียกสติเธอให้หวนกลับมา “แต่เป็นห้องนอนของผมต่างหาก”
นักรบยันตัวเองให้ลุกขึ้นพร้อมหันหน้ามาเผชิญกับสาวแรงดี ที่ออกแรงถีบเพียงหนึ่งทีแต่กลับทำให้เขากระเด็นตกลงมาจากเตียงได้
ปลายนิ้วไล่ชี้ไปยังข้าวของเครื่องใช้รวมถึงกรอบรูปขนาดใหญ่ที่ถูกติดไว้บนผนัง ซ้ำยังจงใจเปิดผ้าม่านออกกว้าง เพื่อให้หญิงสาวที่ไม่รู้แม้กระทั่งชื่อเสียงเรียงนามได้เห็นทุกอย่างได้อย่างเต็มตา
แน่นอน...ว่าเธอตกใจจนทำให้ตาโตๆ นั่นเกือบถลันออกมานอกเบ้าเลยทีเดียว!
“เวรแล้ว...” เธอสบถเสียงแผ่ว
“ว่าไง ยังคิดว่าเป็นห้องนอนของตัวเองอยู่อีกไหมแม่คุณ?”
“ไม่ใช่! ที่นี่ไม่ใช่ห้องของฉัน!”
หญิงสาวร้องบอกเสียงดังพลางกระชับผ้าห่มผืนใหญ่ขึ้นมาคลุมเนื้อตัวเปลือยเปล่าของตนเอง ไม่ลืมเขวี้ยงหมอนที่เหลืออยู่ใส่คนที่ยืนจังก้าอยู่ตรงหน้า คล้ายกับสั่งให้เขาใช้มันปกปิดอะไรต่อมิอะไรที่โด่เด่ชี้หน้าเธออย่างไม่คิดเกรงใจ
นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น?!
