บทที่ 6 อกหักดีกว่ารักไม่เป็น II
“ถ้าบอกว่าใช่ก็แปลกเกินคนแล้วล่ะ!”
“แล้วฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง คุณลักพาตัวฉันมาเหรอ?!”
“อย่างผมเนี่ยนะ จะลักพาตัวคุณมา?”
เจ้าของร่างสูงโปร่ง ผิวขาวจัดแถมยังมีซิกแพคลอนใหญ่บนหน้าท้องเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกึ่งเหยียดหยัน ไม่คิดว่าตนเองจะถูกตั้งข้อหาไร้สาระทั้งที่เธอเป็นฝ่ายตอบตกลงที่จะกลับมาพร้อมกัน
เป็นเธอทั้งนั้นที่เข้าหาเขาเพราะอกหักต่างหาก!
“ก็ถ้าคุณไม่ทำแบบนั้น ฉันคงไม่มาอยู่ที่นี่ในสภาพนี้หรอก!”
คนตัวเล็กเม้มปากแน่น จ้องใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มเขม็ง
“คุณข่มขืนฉันแน่ๆ ฉันค่อนข้างมั่นใจ!”
นักรบตาโตเมื่อถูกยัดข้อหาที่เขาไม่ได้กระทำ แต่เพียงครู่เดียวก็ตั้งสติได้ จึงหันไปคว้าผ้าขนหนูมาพันรอบเอวสอบเอาไว้พร้อมกับคว้าเครื่องมือสื่อสารที่เข้าโปรแกรมกล้องวงจรปิดได้มาเปิด
โยนของในมือไปตรงหน้าเพื่อยืนยันให้หญิงสาวเชื่อว่าเขาไม่มีวันทำในสิ่งที่เธอกล่าวหาแน่ เพราะภาพและเสียงที่ถูกบันทึกไว้ขณะที่เธอและเขานัวเนียกันอยู่ที่ห้องรับแขกด้านนอกนั้น คงพอทำให้คนที่เมาจนหัวราน้ำชนิดที่พูดไม่เป็นคำได้รู้ถึงต้นตอของเรื่องตรงหน้าได้
และภาพทั้งหมด ก็ทำให้ความทรงจำสุดท้ายก่อนที่สติจะดับวูบไปหวนคืนกลับมาเหมือนถูกเปิดสวิตช์อย่างรุนแรง!
บ้าเอ๊ย! ประชดชีวิตจนได้เรื่องสิน่าไอ้แสนดี!
นี่มันเรื่องเฮงซวย...
ซวยอย่างไร้ข้อกังขาใดเลยด้วย!
“เกลียดนักพวกผู้ชายเฮงซวย! เกลียดที่สุด!”
คนเมาบ่นพึมพำ พร้อมคว้าเตกิลาจากบาร์เทนเดอร์หนุ่มมาจิบทีเดียวหมดแก้ว ปลายนิ้วส่งสัญญาณแทนการสั่งเครื่องดื่มมึนเมา เมื่อเป้าหมายในค่ำคืนนี้คือการดื่มเพื่อลืมเธอ
“ไอ้คนหลายใจ ขอให้นกเขาแกไม่ขันไปชั่วชีวิต!”
หญิงสาวเบ้ปาก เมื่อนึกถึงสายตาว่างเปล่าของอดีตคนรักยามที่เขาจดจ้องใบหน้าของเธอ
“ขอให้มดกัดไข่ ขอให้มันไปทำรังในกางเกงในของแก!”
ช่างเป็นคำสาปแช่งที่ทำให้หนุ่มน้อยใหญ่ในบริเวณนั้นขนลุกไม่เบา แต่ถึงอย่างนั้นแล้วคนที่ยืนอยู่ตรงข้ามก็ไม่คิดจะสนใจนัก
“หยุดแช่งไอ้แม็กซ์ได้แล้วแสนดี...”
“ไม่มีทาง หนูจะแช่งให้มันจำทางกลับบ้านไม่ได้เลยคอยดู” เธอว่าเสียงแข็ง “เอาเหล้ามาได้แล้วพี่คิม อ้อ...แล้วก็ชงอีกแก้วรอไว้เลยนะคะ”
แก้วถัดมาถูกยกมาจิบเกินครึ่งก่อนสาวเจ้าจะฟุบหน้าลงกับโต๊ะบาร์อีกครั้ง ไม่สนใจว่าใครจะได้ยินหรือได้ฟังในสิ่งที่เธอพร่ำพรรณนา เพราะสิ่งเดียวที่เธอให้ความสนใจและถวิลหาคือของเหลวสีใสที่ถูกยื่นให้โดยบาร์เทนเดอร์หนุ่มเจ้าเดิมเท่านั้น
“ถ้าเมาก็พอได้แล้วแสนดี พี่ว่าวันนี้น้องดื่มเยอะเกินไปแล้วนะ”
ผู้เชี่ยวชาญด้านการทำเครื่องดื่มหลากชนิดเอ่ยบอก พลางใช้นิ้วจิ้มที่แขนของลูกค้าเจ้าประจำเบาๆ ราวกับต้องการเรียกสติ
“พี่ว่าเลิกดื่ม แล้วโทรตามให้พัสกับทรายมารับกลับบ้านดีกว่า”
“ไม่เอา ยังไม่กลับ จะเมาต่อ” คนเมาบอกด้วยเสียงยานคาง
“แต่พี่ว่าเราเมามากแล้วนะ จะดื่มไปถึงไหน” คิมหันต์แย้ง ด้วยอยู่ในเวลางานจึงไม่สามารถทำสิ่งใดมากไปกว่าสะกิดคนตรงหน้าได้
รับปากพัสกรไว้แล้วว่าจะช่วยดูสาธิดาให้ จึงไม่อาจละสายตาจากเจ้าหล่อนไปไหนได้ แม้ขณะชงเครื่องดื่มให้แขกเจ้าอื่นตามหน้าที่ที่ตนพึงมีก็ตาม
“หนูยังไหวอยู่ ยังกินได้อีกเยอะ”
“ไหวอะไร พี่เห็นเรานั่งหัวทิ่มโต๊ะมาตั้งแต่ชั่วโมงก่อน”
“แค่เสียการทรงตัวไม่เรียกว่าหัวทิ่มนะพี่คิม”
“เขาเรียกว่าเมาต่างหากแม่คนหัวรั้น!” คิมหันต์อดไม่ได้ที่จะว่า
“ไม่เมา!” เธอยังคงยืนกราน “หนูยังดื่มไหวอยู่ค่ะพี่คิม”
สาธิดาตอบรับ แต่นัยน์ตาฉ่ำหวานกลับปิดสนิทลงทั้งที่มือยังจับแก้วเตกิลาเอาไว้มั่น ราวกับมันเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวเพียงสิ่งเดียวในเวลานี้ที่เธอพอจะหาได้ แต่คนที่นั่งมองทุกความเคลื่อนไหวของเธอกลับไม่คิดแบบนั้น จึงขยับมาใกล้ยังจุดที่หญิงสาวนั่งอีกนิดพร้อมกับถาม
“รู้จักกันเป็นการส่วนตัวเหรอคิม?”
นักรบเอ่ยถามบาร์เทนเดอร์หนุ่มที่รู้จักมักจี่กันเป็นอย่างดี ด้วยเห็นอีกฝ่ายมานับตั้งแต่ร้านเพิ่งเปิดใหม่ๆ และเขาในฐานะที่เป็นเพื่อนสนิทของเจ้าของร้าน ย่อมคุ้นเคยกับคนเก่าคนแก่ของที่นี่เป็นอย่างดี
“หมายถึงน้องคนนี้เหรอครับคุณนัท?” เขาชี้ไปที่ลูกค้าตรงหน้า
“ใช่... เห็นทำงานไปมองไปแบบไม่คลาดสายตาเลยนี่นา”
“พอดีผมเป็นห่วงน่ะครับ กลัวว่าจะถูกใครหิ้วไปทั้งที่ไม่มีสติ”
คนฟังพยักหน้ารับ เห็นตรงกับคิมหันต์ทุกคำ หากแต่สายตานั้นยังคงจดจ้องใบหน้านวลผ่องของคนเมาไม่วางตา
เธอน่ารัก...
วีรกรรมเมื่อตอนหัวค่ำยังจิกจำอยู่ในใจคนมองไม่จางหาย ทำให้นักรบนึกสนใจ น้อยครั้งนักจะเจอใครที่เด็ดขาดเหมือนกับเธอ
และน้อยครั้งนัก...ที่ใครสักคนจะมีแรงดึงดูดมหาศาล ที่สามารถเหนี่ยวรั้งสายตาของเขาไว้ได้โดยที่เรายังไม่ทันได้สบตากัน
“นอกจากห่วงแล้วหวงด้วยหรือเปล่า?” นักรบถามทีเล่นทีจริง
“แค่เป็นห่วงเท่านั้นครับ” คิมหันต์ยิ้มกริ่ม
“แค่นั้นเหรอ?”
“แล้วคุณนัทคิดว่ายังไงล่ะครับ?” บาร์เทนเดอร์หนุ่มถามกลับ
“คิดว่าคืนนี้ผมคงหมดสิทธิ์ที่จะทำความรู้จักเธอแล้วน่ะสิ”
คนฟังหัวเราะร่วน ไม่คิดว่านักรบจะทำแบบนั้นจริงๆ แต่เพราะสังเกตเห็นอยู่พักใหญ่ ว่าเพื่อนรักของเจ้านายไม่ละสายตาไปไหน ซ้ำยังนั่งอยู่มุมเดิมเพื่อมองหญิงสาวทั้งที่ปกติเขาจะไม่ทำก็ได้ คิมหันต์จึงค่อนข้างมั่นใจ ว่าชายหนุ่มคง ‘สนใจ’ สาธิดาเข้าให้แล้ว
