บทที่ 7 อกหักดีกว่ารักไม่เป็น III
“เพราะอะไรล่ะครับ ในเมื่อผมยังไม่ได้ตอบคำถามให้ชัด”
“เพราะผมไม่อยากยุ่งกับคนมีเจ้าของแล้วน่ะสิ”
“โธ่! อย่ามาหลอกถามหน่อยเลย เพราะผมเชื่อว่าคุณนัทคงเห็นแล้วว่าเมื่อหัวค่ำมีอะไรเกิดขึ้นที่หน้าร้านบ้าง”
“ก็เห็น ใครไม่เห็นก็คงแปลกเต็มทน ด่ากันเสียงดังขนาดนั้น”
เขาไม่คิดจะปฏิเสธ ด้วยหวังให้คิมหันต์ยอมคายข้อมูลออกมา
“ผู้หญิงอะไรก็ไม่รู้ ปากจัดเป็นบ้า!”
“คงโกรธมากที่ถูกทิ้งทั้งที่วันนี้เป็นวันครบรอบหกปีน่ะครับ”
อ๋อ...เพราะอย่างนี้นี่เอง
นักรบพยักหน้ารับ พอใจกับข้อมูลที่ได้รับเป็นอย่างมาก
“เพื่อนเขาเล่าให้ผมฟังคร่าวๆ ก่อนที่ผู้ชายคนนั้นจะมาถึง”
“แล้ว...เขารู้ตัวมาก่อนไหม ว่าตัวเองจะถูกบอกเลิก?”
“ถ้าให้เดา ผมว่าแสนดีคงไม่รู้ตัวหรอกครับ”
เสียงเพลงที่ดังกระหึ่มรอบทิศ ทำให้เขาพลาดที่จะได้ยินชื่อของเธอไปอย่างน่าใจหาย
“เพราะเพื่อนสนิทของเขาก็คอยเตือนอยู่เรื่อยๆ ว่าให้ระวังเรื่องมือที่สามให้ดี แต่แม่คนนี้ก็เมินเฉยจนเกิดเรื่องขึ้นนี่แหละครับ”
“ได้ยินว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นเด็กในบ้านของผู้ชายคนนั้น”
“ครับ...ผมเองก็ได้ยินเรื่องนี้จากปากพัสมาเหมือนกัน” คิมหันต์พูดพลางชงเครื่องดื่มในมืออย่างคล่องแคล่ว “ผมหมายถึงเพื่อนผู้ชายของเขา คนที่แต่งตัวเหมือนผู้หญิง”
นักรบพยักหน้ารับ ตั้งใจเก็บข้อมูลเต็มที่ ซึ่งฝั่งคนเล่าเองก็รู้ดีว่าเพราะเหตุใดพ่อหนุ่มหน้าหล่อตรงหน้าถึงถามไถ่เรื่องนี้ไม่เลิก
“พัสเป็นลูกค้าประจำที่นี่ และเขาก็บ่นเรื่องนี้ให้ผมฟังบ่อยๆ”
“เพื่อนเตือนแล้วไม่ฟัง สุดท้ายก็เลยเจ็บหนักสินะแม่คุณ”
นัยน์ตาที่ทอดมองหญิงสาวอ่อนลงเล็กน้อย แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่คิดจะทำมากกว่ามองอย่างเช่นแตะต้อง ทั้งที่หัวใจร่ำร้องว่าเขาควรรุกคืบเสียที
“สนใจดามอกให้น้องเขาไหมล่ะครับ ผมจะได้ช่วยเชียร์ให้”
“อ้าว! คิมไม่ได้เล็งเขาไว้หรอกเหรอ?”
ชายหนุ่มไม่ตอบคำถามนั้น แต่เลือกที่จะเฉไฉไปทางอื่น
“ผมมีแฟนแล้วคุณนัทก็ทราบ”
“นั่นแปลว่าผมสามารถทำความรู้จักกับเธอได้ โดยไม่มีใครขวางใช่ไหม?” ก้อนเนื้อในอกสั่นไหวยามที่เอ่ยปากถาม
“คิดว่าไม่มี แต่หลังจากนี้ก็ไม่แน่”
“ไม่มีทางหรอกคิม ในเมื่อผมเจอเธอแล้ว คนอื่นก็ไม่มีสิทธิ์”
น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความหนักแน่น บ่งบอกได้ชัดเจนว่านักรบกำลังหวงสิทธิ์ที่ยังไม่เกิดแม้เพียงเสี้ยว
“รู้ไหม...ว่าวันนี้คุณนัทดูแปลกมากกว่าทุกครั้งที่เราเจอกัน”
บาร์เทนเดอร์หนุ่มวางเครื่องดื่มรสเข้มลงตรงหน้า พร้อมยกยิ้มใส่เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาที่ดูเหมือนจะเสียอาการไปชั่วขณะ
“แปลกยังไง?” นักรบถามกลับ
“ปกติคุณนัทไม่สนใจผู้หญิงที่เจอในสถานที่แบบนี้นี่ครับ”
“งั้นครั้งนี้ก็ถือเป็นข้อยกเว้นสำหรับผม”
“ไหนเคยบอกว่าไม่ชอบความสัมพันธ์แบบฉาบฉวยไงล่ะครับ”
“ก็อาจจะไม่ฉาบฉวยก็ได้นี่นา เธอก็ดูน่ารักถูกใจผมดี”
“แค่นี้?” คิมหันต์ถามย้ำ ใบหน้ายังคงเปื้อนยิ้มที่เดาความหมายได้ยาก นักรบจึงเงยหน้าสบตากับอีกฝ่ายอย่างตรงไปตรงมา
“การที่ผู้ชายถูกใจผู้หญิงสักคน มันต้องมีเหตุผลที่ซับซ้อนกว่านี้ด้วยเหรอ?”
“ไม่จำเป็นต้องมีหรอกครับ แต่ผมแค่เป็นห่วงคุณนัท เกรงว่าจะเจอปัญหาแบบเดิมๆ ที่แก้ไม่หายมากกว่า”
คิมหันต์ไหวไหล่เมื่อคนที่มี ‘ปัญหา’ เป็นชนักติดหลังดันหลุดขำเสียงดัง ด้วยสิ่งที่เกิดขึ้นกับนักรบนั้น มักจะถูกนำมาพูดเป็นเรื่องตลกในวงเหล้าของผู้เป็นนายในหลายโอกาส
ปัญหาเรื่องเวลา ที่มักจะทุ่มเทให้กับงาน จนหลงลืมคนข้างหลังที่ต้องการการดูแลและเอาใจใส่ในฐานะคนรักอย่างที่ควรเป็น
สุดท้าย...เมื่อไม่เข้าใจกันก็จำต้องยุติความสัมพันธ์
แต่นักรบก็ไม่เคยหวาดกลัวว่ารักในครั้งถัดไปจะลงเอยแบบเดิมได้ แม้ว่ามันก็จบแบบเดียวกันติดๆ มาถึงห้าครั้งแล้วก็ตาม
“แก้ไม่หายก็ไม่เห็นเป็นไร เกิดมาอกหักดีกว่ารักไม่เป็นนะคิม”
“ไม่เข็ดสินะครับ?”
“ผมไม่ได้เป็นคนใจเสาะขนาดนั้น เจ็บนิดเจ็บหน่อยจะเป็นไร”
ยิ่งเจอคนที่ถูกใจด้วยแล้ว นักรบยิ่งสู้ไม่ถอย!
“ไม่กลัวการอกหักเลยสักนิด?”
“กลัวจะไม่มีคนให้รักมากกว่า” คนพูดหัวเราะร่วน หากแต่เขาก็คิดเช่นนี้จริงๆ “ถ้าหัวใจแห้ง เราจะไม่มีแรงผลักดันในชีวิตนะคิม”
“ปากหวานแบบนี้นี่เองสาวๆ ถึงได้หลงคุณนัทกันนัก”
“ผมไม่ใช้เสน่ห์พร่ำเพรื่อเหมือนพี่แอร์ เจ้านายคุณหรอกน่า”
“งั้นก็ขอจีบสาวน้อยคนนี้ติดก็แล้วกัน”
“ง่ายแบบนี้เลย?”
“ไม่ง่ายหรอกครับ ถ้าคุณนัทได้รู้จักตัวตนจริงๆ ของเธอน่ะ”
“พูดซะไม่อยากไปต่อเลย” เขาแกล้งว่าแต่อีกฝ่ายกลับรู้ทัน
“แต่ผมเชื่อว่าคุณนัทจะดันทุรังไปจนได้ โชคดีนะครับ”
คิมหันต์บอกเพียงเท่านั้นก่อนจะหันกลับไปทำหน้าที่ของตนเองต่อ ทิ้งให้นักรบนั่งมองคนที่รู้สึก ‘ถูกใจ’ อยู่นานนับสิบนาที
แม่เมรี... อกหักแค่นี้ทำเหมือนจะเป็นจะตาย
