บทที่ 9 เปิดใจคนเมา

คนที่คิดไปเองว่าชายหนุ่มตรงหน้ากำลังลวนลามเธอทางสายตารีบยกสองมือขึ้นมาปิดหน้าอกที่ใหญ่เกินกว่ามาตรฐานไว้ โดยไม่ลืมที่จะถลึงตาใส่เขาคล้ายต้องการดุทางอ้อม

“ทุเรศ! นี่คุณแอบดูหน้าอกฉันเหรอ!”

เธอถามเสียงดัง ยิ่งเมาก็ยิ่งโกรธง่าย แต่คนที่ถูกใส่ร้ายกลับส่ายหน้าไปมาพร้อมกับยิ้มกริ่มอย่างไม่ทุกข์ร้อน

“ผมไม่จำเป็นต้องแอบดู ในเมื่อคุณไม่ระวังเอง”

“ก็ฉัน...”

“จะบอกว่าเพราะคุณเมางั้นเหรอ มันฟังไม่ขึ้นเลยนะคุณผู้หญิง เพราะสิ่งที่คุณควรจะระวังตั้งแต่แรกคือการเลือกชุดต่างหาก”

ถูกว่าตรงๆ อย่างนี้จะให้เถียงกลับได้อย่างไร เมื่อวัตถุประสงค์ที่ทำให้เธอเลือกใส่เดรสสุดเซ็กซี่ตัวนี้ถูกตั้งบนความอยากเอาชนะของเธอที่มีต่อพัสกรและมัทรี

เป็นเธอเองที่พูดกับเพื่อนรักทั้งสองคนเสมอมาว่าเธอไม่เชื่อ...ว่าคนอย่างเมธัสจะหักหลังเธอด้วยการคบกับใคร แต่สุดท้ายก็ไม่อาจหนีความจริงได้ ว่าเป็นเธอเองที่ปิดตาปิดใจ ไม่รับฟังใครจนมีวันนี้ขึ้นมา

วันที่เธอถูกไอ้ห่วยนั่นบอกเลิกต่อหน้าธารกำนัลเป็นร้อย!

มิหนำซ้ำเขายังกล้าพานังเด็กนั่นมาเหยียบหัวใจของเธอถึงที่!

“ฉันจะใส่อะไรก็ได้ นี่มันร่างกายของฉัน!”

“งั้นคุณจะเดือดร้อนทำไมถ้าผมดันเห็นอะไรต่อมิอะไรเข้า”

“เพราะมันไม่ได้มีไว้ให้คุณดูไงล่ะ!”

ถึงขนาดเมายังจะเถียงได้แบบไม่เว้นช่องไฟ นักรบยิ่งชอบใจจนรู้สึกสนุกยามที่ได้ลับฝีปากกับเธอ

“แต่ผมเชื่อว่าผู้ชายทุกคนจะมองคุณ”

นักรบตอบตามจริง ด้วยเขาเองก็เป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ชายที่ว่า การเห็นสุภาพสตรีสวมชุดที่สวยสง่าแถมยังดูเซ็กซี่ ไม่โป๊จนเกินงาม นับได้ว่าเป็นบุญตามากกว่าจะมานั่งนึกถึงศีลธรรมและจริยธรรมอะไร

“ผู้ชายทุกคน?”

สาธิดาถามย้ำ เบ้ปากเล็กน้อยจนทำให้คนที่ถูกถามนึกแปลกใจ และเธอก็เงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนจะพูดประโยคหนึ่งออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ หากแต่นัยน์ตานั้นกลับตรงกันข้ามทุกอย่าง

ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ได้เสียใจที่ถูกบอกเลิกอย่างที่คิดไว้สักนิด...

“ใช่...ผมคิดว่าทุกคน ใครบ้างจะไม่มองคนสวยอย่างคุณ”

คนสวยที่ว่าไม่ได้ดีใจไปกับคำชมที่ได้รับ

หากแต่นึกขุ่นเคือง เมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าใครบางคนไม่เคยมองเธอด้วยสายตาชื่นชม ไม่ว่าเธอจะแต่งตัวสวยแค่ไหนก็ตาม และวันนี้เธอก็เพิ่งได้รับคำตอบในสิ่งที่สงสัยมาตลอดหลายปี

“มีสิ! มีอยู่คนนึงที่มันไม่คิดจะมอง!”

เพราะความโกรธยังฝังแน่นอยู่ในใจ ทำให้สาธิดาหลุดพูดอะไรที่ไม่สมควรออกไปโดยไม่ทันตั้งตัว

“คนที่มันไม่เคยเห็นค่าความรักของฉัน ไม่เคยมีฉันอยู่ในสายตาทั้งที่ปากก็พร่ำบอกว่าจะรักฉันแค่คนเดียว”

“คุณ...”

“ไอ้คนตอแหล! พูดว่าคำรักออกมาได้ไม่อายหมา!”

สาธิดาก่นด่า ตั้งท่าจะคว้าแก้วเหล้ามาดื่มเพื่อย้อมใจ แต่ไม่ทันนักรบที่เอื้อมมาคว้าแก้วใบนั้นไว้ พร้อมดันให้ของเหลวนั้นห่างจากมือเธอพอสมควร

“ผมว่าคุณเมามากแล้ว หยุดดื่มก่อนเถอะนะ”

“แต่ฉันอยากเมา อยากให้เหล้าช่วยฉันแก้ปัญหานี่!”

ความเจ็บใจได้ถูกกลั่นออกมาเป็นหยาดน้ำใสรอบดวงตา

“ทำไมฉันต้องเจอเรื่องแบบนี้ ทำไมต้องเจอความรักหลอกลวงทั้งที่ฉันยึดมั่นในรักแท้มาโดยตลอดด้วยล่ะ!”

คราวนี้หยาดน้ำตาไหลอาบแก้มนวลราวกับสายน้ำหลาก

“แค่ซื่อสัตย์ต่อกันมันยากนักหรือไง ถ้าไม่รักก็ควรจะบอกตั้งแต่แรก ไม่ใช่คบคนอื่นลับหลัง ทำเหมือนฉันเป็นคนโง่ที่ไม่เคยรู้อะไร!”

ฝ่ามือของเธอกำเข้าหากันแน่น ก่อนจะทุบลงบนโต๊ะซ้ำๆ คล้ายต้องการระบายสิ่งที่อัดแน่นในใจออก

“ฉันเอ็นดูผู้หญิงคนนั้นเหมือนน้อง เชื่อใจคนรักว่าเขากับเด็กในบ้านไม่ได้มีอะไรเกินเลย แล้วดูสิ...คุณดูสิ่งที่ฉันได้รับจากพวกมัน!”

นักรบไม่ออกความเห็นนอกจากเงียบฟัง และพยายามรั้งแก้วให้ห่างจากเธอมากที่สุดเท่าที่พอจะทำได้เมื่อเธอทำท่าจะคว้า

“เอาเหล้ามา ฉันจะเมา และจะเมาให้มากกว่านี้ด้วย!”

“เหล้าช่วยคุณไม่ได้หรอก ที่ช่วยได้ดีที่สุดคือตัวคุณเองเท่านั้น”

สาธิดาปาดน้ำตาอีกครั้ง เมื่อหยาดน้ำใสไม่มีทีท่าว่าจะหยุดไหล ทำให้คนที่ไม่อยากเห็นเธอร้องไห้จำต้องยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน

บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าทำไปทำไม...

แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะทำทั้งที่เขาเองก็ไม่มีเหตุผลนั่นแหละ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป