บทที่ 1 จุดเริ่มต้น สี่ปีก่อน 1

จุดเริ่มต้น สี่ปีก่อน

อีธานแหงนใบหน้าหล่อคมคายแบบชายไทยแท้ผู้เติบโตในอเมริกา ขึ้นมองอาคารขนาดย่อมตรงหน้า ซึ่งตั้งอยู่ในย่านนักศึกษาของมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย

กริ๊งงง !!

เสียงโทรศัพท์กรีดร้องขัดจังหวะ ทำให้เขาต้องชะงักฝีเท้าขณะกำลังก้าวขึ้นบันไดเพื่อรับสาย

“มีอะไรอลัน”

“อยู่ไหน นายแม่ให้โทรถาม”

“แถวมหาวิทยาลัย ย่าน... อย่ารู้เลย มีอะไร”

“ส่งวิจัยแล้วนี่ ทำไมไม่กลับบ้าน อันนี้คำถามจากนายแม่นะ ไม่ใช่ฉัน”

อีธานกระตุกยิ้มมุมปากพลางเอื้อมมือกดปุ่มลิฟต์ “จะกลับแล้ว อีกไม่กี่วัน” เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงยานคาง

“ก็ดี”

“แค่นี้ก่อน”

ชายหนุ่มตัดสายแล้วกดปิดเครื่องทันที ก่อนจะยัดสมาร์ตโฟนลงในกระเป๋ากางเกงยีนส์สีเข้ม

เขาก้าวเข้าลิฟต์เพื่อขึ้นไปยังชั้นสี่ มุ่งสู่อพาร์ตเมนต์ขนาดย่อมของนักศึกษาคนหนึ่งที่เขาเองก็ไม่รู้จัก แต่เพื่อนร่วมชั้นปริญญาโทกลับคะยั้นคะยอให้เขามาร่วมงานปาร์ตี้ฉลองจบการศึกษาในคืนนี้ให้ได้

ติ๊ง !!

เสียงสัญญาณลิฟต์ดังขึ้นพร้อมประตูที่เปิดออก อีธานพาร่างสูงใหญ่ในชุดลำลองสบาย ๆ ก้าวเดินออกไป

เขาสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีน้ำเงินเข้มที่ปลดกระดุมออกสองเม็ดและพับแขนขึ้นถึงข้อศอกด้วยความเคยชิน สะโพกสอบเพรียวในกางเกงยีนส์ขยับเคลื่อนด้วยท่วงท่าของคนที่มีความมั่นใจในตัวเองสูง มุ่งตรงไปยังห้องต้นเสียง

ทว่าทันทีที่ผลักประตูเข้าไป เขาก็แทบผงะกับเสียงเพลงอาร์แอนด์บีที่ดังกระหึ่มกระแทกโสตประสาท ซึ่งนั่นไม่ใช่รสนิยมของเขาเลยแม้แต่น้อย

เขาชื่นชอบการนั่งดื่มด่ำบรรยากาศและฟังเพลงในผับสไตล์ลานจิบเครื่องดื่มมากกว่าเสียงอึกทึกครึกโครมของเด็กวัยรุ่นเหล่านี้

“เฮ้ย ! อีธาน”

“แจ็ค”

“มา ๆ รู้จักเจ้าของงานหน่อย ลูกสาวห้างเพชรเชียวนะ เธอให้ชวนนายมาโดยเฉพาะเลย”

อีธานปรายตามองสาวสวยผมบลอนด์อ่อนผู้มีดวงตาสีฟ้าที่กำลังส่งรอยยิ้มหวานหยดย้อยมาให้ แต่นั่นกลับไม่ได้ทำให้เขารู้สึกคึกคักขึ้นมาสักนิด สิ่งเดียวที่พอดึงดูดสายตาได้คงมีเพียงหุ่นเพรียวบางและทรวงอกที่อวบอิ่มของเธอ

“อีธาน นี่ มอลลี่”

“ไฮ ! ทำไมผมถึงไม่เคยเจอคุณมาก่อนเลยล่ะ”

“นั่นเพราะ... คุณไม่เคยมองใครเลยต่างหากล่ะคะ นอกจากเวลลอรี่”

อีธานยิ้มกว้างพลางส่ายหน้า “ผมว่าไม่ใช่หรอก นั่นเพราะพรหมลิขิตต่างหาก”

“ฮ่า ๆ เป็นไงมอลลี่ อยากเจอตัวจริงนัก คารมหมอนี่มันไม่ธรรมดาหรอก”

“ใช่ค่ะแจ็ค เอาล่ะ ตามสบายนะคะอีธาน ฉันต้องขอตัวเดินไปรอบๆ ห้องเพื่อทักทายเพื่อนคนอื่นก่อน แล้วฉันจะกลับมาหาคุณอีกครั้งตาม... พรหมลิขิต”

ชายหนุ่มมองตามร่างเย้ายวนที่เดินลับหายไปท่ามกลางฝูงชน ก่อนจะหยิบขวดเบียร์ขึ้นดื่ม

เขาเดินเลี่ยงผู้คนไปหลบยังมุมห้องที่แสงไฟสลัวส่องไม่ถึง เอนกายพิงกระจกหน้าต่างพลางทอดสายตามองลงไปยังเบื้องล่าง จนกระทั่งสะดุดตาเข้ากับหญิงสาวสองคนที่กำลังเดินมุ่งหน้ามายังอาคารแห่งนี้

แม้มุมสูงจะทำให้มองเห็นใบหน้าของสองสาวไม่ชัดเจนนัก แต่บางสิ่งในตัวของหญิงสาวร่างระหง ผู้มีเรือนผมสีดำขลับดัดลอนใหญ่สยายเต็มแผ่นหลัง กลับปลุกความรู้สึกบางอย่างในตัวเขาให้ตื่นขึ้น

อาจเป็นเพราะความอยากรู้อยากเห็นใบหน้าของเธอ...

อาจเป็นเพราะความเปลี่ยวเหงาจากการคร่ำเคร่งทำวิจัยมาอย่างหนัก...

หรืออาจเพราะ...

อีธานจับจ้องจนกระทั่งร่างของพวกเธอลับหายเข้าไปในตัวอาคาร เขาจึงหมุนตัวหันกลับไปมองทางประตูอพาร์ตเมนต์... เพื่อรอคอย

“โบนิตา ฉันบอกแล้วไงว่าอย่ามา”

ซินเดียส่งเสียงบ่นอย่างขุ่นเคือง เมื่อเห็นสภาพห้องพักของเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คนจนเบียดเสียด

เธอพยายามแทรกตัวผ่านฝูงชนในชุดสุดแสนจะธรรมดาอย่างกางเกงยีนส์และเสื้อยืดสีขาวพอดีตัว ผมยาวสีดำถูกปล่อยสยายตามธรรมชาติ พลางแต่งหน้ามาเพียงอ่อน ๆ

“เอาน่า ไหน ๆ ก็มาแล้ว ทำตัวให้สนุกหน่อยสิเพื่อน”

โบนิตาคว้ามือเพื่อนรักลากเข้าไปในห้อง พลางส่งยิ้มและหัวเราะทักทายเมื่อเห็นคนคุ้นหน้าคุ้นตาหลายคน

“แล้วนี่คนมาจากไหนกันเยอะแยะขนาดนี้เนี่ย”

โบนิตาหยุดยืนที่โต๊ะเครื่องดื่ม จัดการหยิบขวดเบียร์ยัดใส่มือเพื่อนหนึ่งขวด และถือไว้เองหนึ่งขวด ก่อนจะยื่นไปชนกันเสียงดัง กริ๊ก

“สงสัยมอลลี่คงเชิญมาเกือบทั้งชั้นปีเลยล่ะมั้ง”

“อืม... เบียร์รสชาติดีนะ แต่ฉันว่ายิ่งกว่าทั้งชั้นปีอีก ดูหน้าบางคนแล้วคงเป็นรุ่นพี่ด้วยซ้ำ”

“คนสังคมจัดก็แบบนี้แหละ ไปหาที่นั่งมุมโน้นกันเถอะ”

ซินเดียขยับร่างเดินลึกเข้าไปยังซอกมุมของห้อง ซึ่งเป็นทำเลดีที่ทำให้มองเห็นบรรยากาศโดยรอบได้ทั้งหมด จังหวะดนตรีอาร์แอนด์บีที่เร้าใจเริ่มทำให้ทั้งเธอและโบนิตาขยับเท้าตามจังหวะ

“เดียร์ เราจะกลับเมืองไทยกันเมื่อไหร่ดี”

“เก็บของคืนห้องกว่าจะเรียบร้อยคงอีกสักสองอาทิตย์แหละ”

“ก็ดีนะ นั่น !... เดียร์ คนอะไรหล่อชะมัดเลย”

ซินเดียชะเง้อคอมองตามปลายนิ้วของเพื่อนสนิทที่ชี้ไปยังมุมห้องอีกด้าน แต่เพราะแสงไฟที่สลัวทำให้เธอมองเห็นไม่ถนัดนัก

“ไหน ๆ ไม่เห็นมีใครหล่อเลย”

“อ้าว หายไปซะแล้ว”

“ตาฝาดหรือเปล่ายะ เอาของกินอะไรไหม เดี๋ยวฉันเดินไปหยิบให้ที่ห้องครัว”

“ขอมันฝรั่งทอดแล้วกัน”

“ได้ รอเดี๋ยวนะ”

ทั้งเธอและโบนิตาเคยมาปาร์ตี้ที่ห้องของมอลลี่สองสามครั้ง จึงคุ้นชินกับเส้นทางเป็นอย่างดี

ซินเดียพาร่างระหงแหวกฝูงชน ค่อย ๆ เดินแทรกตัวไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงห้องครัว สถานที่ที่เธอคาดหวังว่าจะเต็มไปด้วยของกิน กลับมีเพียงความว่างเปล่าและผู้คนไม่กี่คนที่หลบความวุ่นวายมาหามุมสงบยืนคุยกัน ซินเดียถอนหายใจยาว พลางยกมือลูบท้องเบา ๆ ด้วยความหิว

เธอขยับตัวก้าวถอยหลังตั้งใจจะเดินออกไป แต่แผ่นหลังกลับชนกระแทกเข้ากับแผงอกของผู้ชายร่างสูงใหญ่คนหนึ่งอย่างจัง

“อุ๊ย ขอโทษค่ะ”

บทถัดไป