บทที่ 4 สามเดือนหลังจากนั้น ณ กรุงเทพฯ
“ปัดโธ่เว้ย !”
ร่างระหงในลุคพนักงานออฟฟิศสาวสุดเนี้ยบ สวมเสื้อเชิ้ตพอดีตัวทับด้วยสูทสั้นสีน้ำตาลอ่อนและกระโปรงสั้น สบถพึมพำอย่างหัวเสีย
หญิงสาววาดท่อนขาเรียวเตะเข้าที่ล้อยางรถยนต์ด้านหน้าอย่างแรง ก่อนจะกระโดดเหยงด้วยความเจ็บปวด
“โอ๊ย ! อะไรกันเนี่ย ทำไมเช้านี้ถึงได้ซวยขนาดนี้นะ”
มือเรียวยกขึ้นปาดหยาดเหงื่อที่ผุดพรายตามไรผม นัยน์ตาคมรีตวัดมองหาความช่วยเหลือ แต่คนเมืองกรุงช่างดูแล้งน้ำใจเหลือเกิน
‘ซินเดีย ทรงโอสถ’ หรือที่เพื่อนสนิทมักเรียกว่า ‘เดียร์’ ก้มมองรถสปอร์ตหรูคันสวยของตัวเองด้วยแววตาฉุนเฉียว หญิงสาวกำลังอารมณ์เสียขั้นสุด
เธอมุดตัวเข้าไปคว้ากระเป๋าหนังแกะสีดำแบรนด์หรู ล้วงหยิบสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่เอี่ยมราคาเหยียบครึ่งแสนขึ้นมาปัดหารายชื่อที่ต้องการทันที
“พ่อคะ เดียร์รถเสีย ค่ะ ยางแตก ไม่ค่ะ ไม่ค่ะ เดียร์ว่าน่าจะโดนตะปูหรืออะไรสักอย่าง พ่อให้ลุงภพมารับหน่อยได้ไหมคะ เดียร์ต้องรีบไปเข้างาน ค่ะ ขอบคุณค่ะพ่อ เดียร์ส่งพิกัดให้นะคะ”
ซินเดียกดวางสายจากผู้เป็นพ่อ นายอานนท์ ทรงโอสถ เจ้าของธุรกิจผลิตและนำเข้ายายักษ์ใหญ่ระดับประเทศ
คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่นขณะยืนเคาะเท้ากับพื้นคอนกรีตอย่างหงุดหงิด สายตาสอดส่ายหาที่ร่มหลบแดด ก่อนจะเหลือบไปเห็นร้านรถเข็นขายไก่ย่างข้างทางใกล้กับศาลารอรถ
“ป้าคะ ขอไก่ย่างสองไม้ ข้าวเหนียวห่อ”
ป้าแม่ค้ากวาดสายตามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะเอ่ยปากถาม “กินได้เหรอแม่หนู ไม่กลัวท้องเสียหรือไง”
“ฮึ ไม่กลัวหรอกค่ะ”
“ป้ารับแต่เงินสดนะ”
ซินเดียควานหาเงินทอนก้นกระเป๋าที่เธอมักมีติดตัวไว้เสมอ “นี่คะป้า”
“รถเป็นอะไรล่ะหนู”
“ยางรั่วค่ะ ไม่รู้โดนอะไร คนยิ่งรีบ ๆ อยู่”
“ขอบใจนะ นั่งรอในศาลาก่อนสิ”
ซินเดียหันไปมองศาลาไม้หลังเก่าด้านหลังที่ยังพออาศัยนั่งพักได้ เธอรับห่อไก่ย่างข้าวเหนียวมาถือไว้แล้วเดินไปนั่งรอคนขับรถ หญิงสาวหยิบมือถือขึ้นมาอีกครั้งเพื่อส่งข้อความหา ‘โบนิตา’ เพื่อนสนิท
“โบ”
“ว่า”
“รถยางรั่วอยู่ข้างทาง เราฝากขึ้นไปลางานหัวหน้าให้หน่อยสิ”
“เออ ได้ แต่เร็ว ๆ นะ บอสใหญ่กำลังมา”
“โธ่ ! เรามันพนักงานตัวเล็กตัวน้อย เขาไม่ใส่ใจเราหรอกโบ”
“ของอย่างนี้ไม่แน่ เร็ว ๆ ล่ะ”
“เฮ้อ ! เร็วเท่าที่จะทำได้แล้วกัน ขอบใจนะ”
“จ้าเพื่อน”
ซินเดียกัดไก่ย่างรูดเข้าปากเคี้ยวตุ้ย ๆ ระหว่างรอคนขับรถ พลางนึกไปถึงบอสใหญ่คนใหม่ที่เพิ่งบินกลับมาจากเมืองนอกในวันนี้
แปร๊นนน !! เสียงแตรดังขึ้นด้านหลังรถหรูของเธอ เมื่อหันไปก็พบว่าเป็นรถจากที่บ้านมารับแล้ว ซินเดียรีบลุกขึ้นคว้ากระเป๋าทันที
“ป้าคะ ไปก่อนนะคะ วันหลังจะมาอุดหนุนใหม่”
“จ้า ขอบใจนะ”
เธอเป็นแบบนี้เสมอ มักจะทำตัวติดดินและเข้าถึงง่าย แม้ว่าฐานะทางบ้านจะร่ำรวยระดับมหาเศรษฐี อาจเป็นเพราะเธอถูกส่งไปใช้ชีวิตที่เมืองนอกตามลำพังตั้งแต่สมัยมัธยม
ปัง !!
“ลุงภพ เหยียบให้มิดเลยค่ะ เดียร์กำลังจะสายแล้ว”
“ครับคุณหนู”
รถยุโรปคันใหญ่ถูกเร่งความเร็วพุ่งทะยานฝ่าการจราจรที่ติดขัดของเมืองหลวง มุ่งหน้าสู่อาคารสำนักงานสูงเสียดฟ้าใจกลางมหานคร ซึ่งตั้งอยู่บนถนนสายสำคัญอันเป็นเส้นเลือดใหญ่ทางธุรกิจของประเทศ
