บทที่ 5 การประชุมสุดระทึก
ถึงเสียที...
ซินเดียแทบพุ่งตัวออกจากรถเมื่อลุงภพเทียบจอดหน้าบันไดทางขึ้นอาคาร วันนี้บรรยากาศในบริษัทดูโล่งแปลกตา คงเป็นเพราะเจ้านายคนใหม่ที่เข้ามาเทคโอเวอร์เพิ่งบินตรงมาจากต่างประเทศ
ตั้งแต่เรียนจบกลับมา เธอก็ได้งานที่บริษัทสายการบินชั้นนำระดับโลกแห่งนี้ทันที และด้วยความที่เอาแต่บ้าทำงานจนหลงลืมเวลา รู้ตัวอีกทีเธอก็กลายเป็นสาวโสดขึ้นคานในวัยยี่สิบเจ็ดปี โดยมีคู่ชีวิตเป็นเพียงตำแหน่ง ‘รองผู้อำนวยการฝ่ายขาย’ ไปเสียแล้ว
ติ๊ง !!
“ลลิต ลลิต”
“ค่ะ ค่ะ คุณเดียร์”
เลขานุการสาวหน้าห้องบนชั้นสี่สิบวิ่งพรวดพราดออกมาจากห้องแพนทรีเมื่อได้ยินเสียงเรียกของเจ้านายสาว
“บอสคนใหม่เข้ามาหรือยัง”
“มาแล้วค่ะ กำลังประชุม”
“แย่แน่เรา เข้าประชุมดีไหมนะ”
ซินเดียวางกระเป๋า ถอดเสื้อสูทตัวนอกพาดไว้กับพนักเก้าอี้ แล้วรับแก้วกาแฟมาจากเลขาสาว
“ขอบใจนะ ถ้าทุกเช้าไม่ได้กาแฟจากลลิตฉันคงขาดใจตายแน่”
“แหม คุณเดียร์ก็ชมเกินไป ลลิตไม่ลาออกไปไหนง่าย ๆ หรอกค่ะ”
ลลิตวางแฟ้มเอกสารงานของวันนี้ลงบนโต๊ะ แล้วก้าวถอยห่างเพื่อรอให้เจ้านายสาวเซ็นอนุมัติ
“อะไรเนี่ย สรุปการเงินไตรมาสนี้ ฝ่ายบัญชีทำเร็วเกินไปหรือเปล่า ยังไม่ถึงเวลาเลย”
“คำสั่งโดยตรงจากเบื้องบนค่ะ” ลลิตชูนิ้วชี้ขึ้นไปทางเพดาน สื่อถึงชั้นผู้บริหารระดับสูง
ซินเดียเลิกคิ้วซ้ายขึ้นมองเลขานุการที่กำลังส่งยิ้มแห้ง ๆ มาให้ ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย การปรากฏตัวของบอสหนุ่ม ประธานบริษัทแอร์แพลนแอร์ไลน์คนใหม่ ทำให้ทุกฝ่ายในบริษัทปั่นป่วนโกลาหลกันไปหมดตั้งแต่ระดับล่างยันระดับบน
ปึก !!
“โชคดีนะที่เราอยู่คนละชั้นกัน ฉันว่าป่านนี้ชั้นสี่สิบห้าคงกำลังวุ่นน่าดู”
“ใช่ค่ะ ตอนนี้คุณโบกำลังกุมขมับอยู่ค่ะ”
ลลิตส่งมือมาหยิบแฟ้มกลับไปถือไว้ “แน่ล่ะ เลขานุการผู้บริหารโดยตรงต้องรับแรงกระแทกมากหน่อย”
“แหม...คุณเดียร์ ฟังแล้วไม่สงสารเพื่อนเลยนะคะ”
ซินเดียยิ้มหวานมุมปากแล้วยกข้อมือขึ้นดูนาฬิกา “สายมากแล้ว คงใกล้เลิกประชุม”
“ค่ะ ลลิตขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ”
ซินเดียรอจนกระทั่งเลขาสาวเดินออกจากห้องทำงาน จึงหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาเช็กข้อความ
มาถึงหรือยัง บอสคนใหม่ถามหา - โบ
เธอนิ่วหน้าเล็กน้อย เธอเป็นเพียงฟันเฟืองตัวเล็ก ๆ ขาดเธอไปสักคนในที่ประชุมเช้านี้คงไม่ถึงกับคอขาดบาดตาย มือเรียวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเคาะปลายคางชั่งใจ หากโผล่ไปตอนนี้คงดูไร้ความรับผิดชอบ แต่ถ้าไม่ไปเลยคงโดนเพ่งเล็งหนักกว่าเดิม เมื่อตัดสินใจได้ เธอจึงผุดลุกจากเก้าอี้ คว้าแฟ้มเอกสารเล่มเล็กติดมือไปแก้เก้อ
ติ๊ง !!
ประตูลิฟต์เปิดออกบนชั้นผู้บริหารสูงสุด ซินเดียในชุดที่ไร้เสื้อสูทตัวนอกเดินมุ่งหน้าไปยังห้องประชุมเล็ก โชคยังเข้าข้างที่ห้องนี้มีขนาดกว้างขวางพอสมควร หวังว่าท่านประธานคนใหม่คงจะไม่ทันสังเกตเห็นเธอ
หญิงสาวหยุดยืนมองลอดกระจกใสที่บานประตู ลอบสังเกตการณ์เข้าไปด้านใน
เช้านี้มีผู้เข้าร่วมประชุมราว ๆ ยี่สิบคน ล้วนแต่เป็นผู้บริหารระดับสูง เธอขยับร่างถอยหลัง สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วเอื้อมมือบิดลูกบิด ก้าวเข้าไปด้านใน
ดวงตาคมรีเพ่งมองร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มชาวเอเชียที่นั่งเป็นประธาน เขาดูไม่เหมือนชาวต่างชาติอย่างที่เธอคาดเดาไว้เลยสักนิด ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากบนบางกว่าริมฝีปากล่าง กรอบหน้าแกร่งมีสันกรามชัดเจน เรือนผมสีดำสนิทถูกหวีปาดเรียบด้วยน้ำมัน
เขานั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่วงท่าไขว่ห้าง มือแกร่งยกขึ้นลูบปลายคางเบา ๆ ในขณะที่นัยน์ตาสีนิลเข้มจัดกำลังจับจ้องไปยังรองผู้อำนวยการสาวฝ่ายประชาสัมพันธ์ที่กำลังยืนรายงานผลประกอบการไตรมาสล่าสุด
ซินเดียชะงักงัน สูดลมหายใจเข้าเต็มปอด มือเรียวยกขึ้นทาบอกโดยไม่รู้ตัว
เธอไม่อาจควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจที่กำลังรัวกระหน่ำได้เลย หญิงสาวเบิกตาจ้องมองชายคนนั้น... ประธานบริษัทคนใหม่ ชายหนุ่มที่หล่อเหลาที่สุดเท่าที่เธอเคยพานพบมาในชีวิต
และที่สำคัญ... เธอไม่มีวันลืมคืนนั้น
คืนที่เธอกับเขานัวเนียคลุกวงในกันอยู่บนเตียง !
