บทที่ 9 ประวัติ
ติ๊ง !!
ช่างเป็นเลขานุการที่ทรงประสิทธิภาพเสียจริง เพียงไม่นานนัก ขณะที่ซินเดียยังเปลี่ยนเสื้อผ้าไม่ทันเสร็จเรียบร้อยดีด้วยซ้ำ เสียงแจ้งเตือนข้อความก็พลันดังขึ้น
เธอรีบเขย่งปลายเท้ากระโดดเหยง ๆ สวมกางเกงขาสั้นไปพลาง พาร่างกลับไปยังเตียงนอนเพื่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดู
คุณเดียร์ค้าา เท่าที่หามาได้นะคะ ว่าแต่ว่า... เอาไปทำอะไรเอ่ย ? ? ? - ลลิต
ซินเดียกระตุกยิ้มมุมปาก ก่อนจะกดเปิดไฟล์แนบแฟ้มประวัติของประธานบริษัท ซึ่งอันที่จริงแล้วมันดูไม่เหมือนแฟ้มประวัติทางการสักเท่าไหร่ คงเป็นแม่เลขาตัวดีที่ไปกูเกิลหาข้อมูลตามหน้าข่าวสังคม แล้วก๊อปปี้มารวบรวมแปะลงบนไมโครซอฟต์เวิร์ดเสียมากกว่า
‘อีธาน สมิท อายุสามสิบสองปี’
อืม...ก็ถือว่ายังไม่แก่นะ สี่ปีก่อนอายุคงประมาณยี่สิบแปด มิน่าล่ะถึงได้แรงดีเป็นบ้า !...
เดี๋ยว หยุดนะ !! ไอ้เดียร์ แกอย่านอกเรื่องสิ
ซินเดียสะบัดศีรษะแรง ๆ เพื่อขับไล่ภาพที่ไม่พึงประสงค์หรืออันที่จริงก็คงพึงประสงค์นั่นแหละ
ภาพเรือนร่างกำยำสุดทรมานใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยมัดกล้ามเนื้อและรอยสักกราฟิกตรงอกข้างซ้าย ทำเอาขนแขนของเธอเริ่มลุกซู่ หญิงสาวรีบหันเหความสนใจกลับมาจดจ่อที่หน้าจอมือถืออีกครั้ง
‘ชอบทานขนมหวานโดยเฉพาะเค้กช็อกโกแลต แต่ดื่มกาแฟไม่ใส่น้ำตาล’
อะไรเนี่ย !! นี่มันแฟ้มประวัติบ้าบออะไรกัน !
เธอแหงนหน้าขึ้นบ่นงึมงำอย่างหัวเสีย ก่อนจะจำใจก้มหน้าลงอ่านต่อ
‘ชอบสะสมนาฬิกา เรือยอร์ช และรถยนต์คลาสสิก เพื่อนสนิทชื่ออลัน สเปกสาวที่ชอบคือ สูง อกอวบ ผมบลอนด์ ทาลิปสติกสีแดง (อันนี้ลลิตสรุปมาเองจากเนื้อข่าวค่ะ)
น้ำหอมที่ใช้ประจำคือ เวอร์ซาเช่ อีรอส แบรนด์เสื้อผ้าที่ชอบไม่มีเจาะจง (อันนี้ลลิตก็สรุปเองเช่นกันค่ะ แฮร่)’
เธอใช้นิ้วเลื่อนไฟล์ลงไปอีก แต่กลับพบเพียงหน้ากระดาษที่ว่างเปล่า... มีแค่นี้เนี่ยนะ !
ซินเดียขบริมฝีปากด้วยความขุ่นเคือง ก่อนจะกดหมายเลขโทรออกหาแม่เลขาตัวดีทันที
กริ๊งงง !! เสียงสัญญาณดังอยู่พักใหญ่กว่าที่ลลิตจะกดรับสาย
“ค่ะคุณเดียร์”
“นี่มันประวัติอะไรกันลลิต ทำไมถึงมีแต่อะไรเทือกนั้นล่ะ”
“อ้าว ก็แหม... คุณเดียร์คะ ตามอินเทอร์เน็ตมันก็มีแต่ข่าวปาปารัสซี่แบบนี้นี่คะ คุณเดียร์จะเอาประวัติเจาะลึกแบบไหนกันอีกล่ะคะ”
“ฉันต้องการรู้เรื่องส่วนตัวเชิงลึก อย่างเช่นประวัติครอบครัว พ่อแม่ หรือเรื่องงาน ไม่ใช่สเปกสาวหรือรสนิยมความชอบส่วนตัวอะไรพวกนี้”
“โธ่ ลลิตจะไปตรัสรู้ได้ยังไงกันล่ะคะ ก็นึกว่าคุณเดียร์แอบสนใจบอสใหญ่คนใหม่ของพวกเราเสียอีก”
“ไม่ต้องทำไฟล์ส่งมาแล้วนะ ไปสืบอะไรมาได้ ว่ามาให้หมดเลย”
“ค่า ๆ คุณอีธานเป็นคนไทยแท้ ๆ ค่ะ เป็นลูกติดภรรยาคนไทยของน้องชายตระกูลสมิท แต่โชคร้ายที่น้องชายกับภรรยาประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ตอนไปเที่ยวที่อิตาลีจนเสียชีวิตทั้งคู่ มีเพียงคุณอีธานเท่านั้นที่รอดชีวิตมาได้ คุณจอห์นกับคุณฟรานเชสก้าก็เลยรับอุปการะเขาเป็นลูกบุญธรรมค่ะ”
ซินเดียถึงกับนิ่งอึ้งไปเมื่อได้รับฟัง ภาพเหตุการณ์ในเช้าวันนั้นหลังจบศึกสวาทอันหนักหน่วงบนเตียงนอนผุดขึ้นมา เธออุตส่าห์วางเงินทิ้งไว้ให้เขาเพราะกลัวว่านักเรียนทุนอย่างเขาจะไม่มีเงินค่ารถกลับห้อง
นี่เธอปัญญาอ่อนหรือเปล่าเนี่ย เขารวยล้นฟ้าขนาดนั้น !
“คุณเดียร์คะ ! ยังฟังลลิตอยู่หรือเปล่าคะเนี่ย”
“ฟัง ๆ ฟังอยู่ เล่าต่อมาสิ”
“คุณอีธานเรียนจบปริญญาตรีวิศวกรรมเคมี ต่อด้วยปริญญาโทด้านบริหารค่ะ แต่คุณจอห์นดันให้ขึ้นแท่นรับตำแหน่งผู้บริหารทันทีหลังจากเรียนจบเลย แหม...ดูทรงแล้วก็แอบเนิร์ดเหมือนกันนะคะเนี่ย... ว่าแต่ คุณเดียร์จะเอาเรื่องแฟนของเขาด้วยไหมคะ”
“แฟน ?”
“ค่ะ คิก คิก หล่อลากไส้ขนาดนี้ ไม่น่าเชื่อเลยนะคะว่าแกจะไม่มีแฟนเป็นตัวเป็นตน”
ซินเดียพวงแก้มแดงซ่านขึ้นมาดื้อ ๆ อยู่คนเดียว พลางไพล่นึกไปถึงเหตุการณ์ตอนนั้น โชคดีแค่ไหนแล้วที่เขาไม่มีแฟน ไม่อย่างนั้นเธอคงได้กลายเป็นชู้ชาวบ้านโดยไม่รู้ตัวเป็นแน่
“ข้อมูลหมดหรือยัง”
“ค่ะ หมดแล้ว อ้อ คุณเดียร์คะ เมื่อช่วงบ่ายบอสคนใหม่สั่งให้เอาแฟ้มประมูลเครื่องบินลำใหม่ขึ้นไปให้ค่ะ”
“เรื่องประมูลก็ไม่เห็นจะเกี่ยวกับฝ่ายเรานี่นา”
“ค่ะ ไม่เกี่ยว แต่ว่า... ทางฝ่ายบุคคลแอบส่งซิกมาบอกลลิตว่า บอสสั่งให้เรียกแฟ้มประวัติของคุณเดียร์ขึ้นไปด้วยค่ะ”
แผ่นหลังบอบบางที่กำลังเอนพิงหมอนถึงกับเหยียดตึง เธอผุดลุกขึ้นนั่งหลังตรงแน่วทันที คราวนี้ซินเดียไม่ต้องเสียเวลาคาดเดาให้เหนื่อยอีกต่อไปแล้วว่าท่านประธานคนใหม่จะจำเธอได้หรือไม่
“แล้ว... บอสว่ายังไงบ้าง”
“ก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่คะ ทุกอย่างดูปกติดี”
“โอเค ขอบใจมากนะลลิต”
“ค่าคุณเดียร์ เจอกันพรุ่งนี้นะคะ”
ซินเดียยังคงถือโทรศัพท์ค้างไว้แนบหูชั่วขณะ
‘พรุ่งนี้’ งั้นเหรอ เธอไม่เคยรู้สึกหวาดกลัวคำ ๆ นี้มาก่อนเลยในชีวิต... ยกเว้นก็แต่ครั้งนี้แหละ !
