บทที่ 3 ONE TWINS : CHAPTER 2
ONE TWINS (PIRATE & YIM)
2
ฉันบิดตัวขึ้นมาในตอนเช้าและคิดว่าสิ่งที่ตัวเองเจอเมื่อคืนมันเป็นความฝัน แต่มันไม่ใช่เลยสักนิด เพราะว่ามันคือเรื่องจริง ฉันมองตัวเองที่หน้าผากถูกแปะด้วยพาสเตอร์ยาก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย เดินลงจากบันไดตรงไปที่ครัวเพื่อทำอาหารเช้ากิน และไม่ลืมด้วยว่าจะทำให้ใครบางคนที่อยู่ที่นี่ด้วย ฉันทำแซนวิชง่ายๆ กับน้ำผลไม้ ก่อนจะมองร่างสูงของปืนที่สวมชุดนักเรียนแล้วแต่ก็ไม่เรียบร้อยสักเท่าไหร่ เขาเดินถือกระเป๋าออกไปนั่งใส่รองเท้า
“เออปืน ไม่กินอะไรหน่อยเหรอพี่ทำแซนวิช...”
“ฉันไม่กินข้าวเช้า”
“ระ เหรองั้นเอาไปกินที่โรงเรียนไหม?”
“อย่ายุ่งได้ปะ” ใบหน้าหล่อนิ่งหันมาสบตากับฉันก่อนจะยืนเต็มความสูงจนฉันเงยหน้ามองเขาตาปริบๆ ฉันได้ยินเสียงคนตะโกนเข้ามาก็เลยชะโงกไปดูเห็นเด็กที่อยู่ในชุดเดียวกับปืนรออยู่ที่หน้าบ้านห้าหกคน แต่ละคนเนี่ยหน้าตาดีไม่ดีปะปนกันไป แต่ที่เหมือนกันเลยคือรอยช้ำบนใบหน้า
“ไอ้ปืนไปได้ยังมึง”
“เออ ก็เดินมานี้แล้วไง”
“เอ๊ะ? นั่นใครวะ ไม่ใช่พี่สาวมึงนี่หว่า เมียมึงหรือไง?”
“ไม่ใช่ แค่... คนมาอาศัยอยู่ด้วยฟรีๆ” ปืนหันมาสบตาฉันที่สะดุ้งกับคำสุดท้าย เหอะ ไอ้เด็กเมื่อวานซืน ถ้าฉันไม่ตกอับคิดเหรอว่าฉันจะอยากมาอยู่ที่นี่ มาโดนพี่สาวแกใช้ไปอ่อยผู้ชายเนี่ย! ฉันได้แต่คิดในใจนะ และมองปืนที่ซ้อนมอเตอร์ไซค์เพื่อนของตัวเอง แต่ว่าฉันก็วิ่งไปหาเขาก่อน
“มีอะไร?”
“อะกุญแจบ้าน คือถ้าเกิดพี่กลับดึก ปืนจะได้ไม่ต้องรอไง”
“แล้วทำไมถึงต้องกลับดึก?”
“ก็... มีธุระต้องทำอะ ตั้งใจเรียนนะ”
“ฮิ้ววว แบบนี้ไอ้ปืนขยันเรียนตายเลย เมียมาส่งแบบนี้ ฮ่าๆ”
“นี่พวกเธอ!” ฉันเท้าเอวตัวเองทันทีก่อนจะมองเพื่อนของปืนที่หยุดหัวเราะและจับจ้องฉันด้วยสีหน้านิ่งเฉย ตายล่ะยิ้ม ทำไมถึงได้ไปตะคอกเจ้าพวกบ้านี้นะ! ฉันกัดปากตัวเองแน่นพร้อมกับถอนหายใจออกมา เอาวะ เราเป็นพี่พวกมันนะ ยังไงมันก็ต้องเกรงกันบ้างล่ะ
“ฉันแก่กว่าพวกนายสองปีนะ เป็นพี่พวกนายเพราะงั้นพูดเล่นอะไรให้เกียรติฉันบ้าง และที่สำคัญฉันไม่ได้เป็นเมียของปืน เข้าใจไหม!”
“คร้าบ เข้าใจแล้วคร้าบพี่สาวสุดสวย ฮ่าๆ”
“เด็กพวกนี้นี่!” ปืนไม่พูดอะไรแต่ผลักหลังเพื่อนให้ขับรถออกไปโดยมีฉันที่ยืนหน้ายักษ์ใส่เด็กพวกนั้นอยู่ โตเร็วกันมาก อย่างกับไม่ใช่เด็กอายุสิบแปด รู้สึกเลือดลมดีเหลือเกินแหะได้มองเด็กน่ากินแบบนี้ ฮ้า...เย้ย! ไม่ใช่นะยิ้ม แกจะบ้าหรือไงเล่า หลังจากที่จัดการอาหารเช้าเสร็จเรียบร้อยฉันก็ออกไปหาไพเรทที่คอนโดทันที ซึ่งคอนโดของเขามีระบบรักษาความปลอดภัยดีเยี่ยม แต่ดีที่ยามหน้าคอนโดเขาจำฉันได้ คิดว่าฉันเป็นเพื่อนกับไพเรทก็เลยให้เข้าไปได้ ฉันตรงมาที่ห้องของเขากดออดหน้าห้องอยู่นานเขาก็โผล่ออกมาพร้อมกับร่างสูงที่นุ่งแค่ผ้าขนหนูผืนเดียว
“กรี๊ด!”
“ยัยไซน์ไลด์!” ไพเรทเบิกตากว้างไม่ต่างจากฉันที่แทบจะลมจับที่เห็นเขามีแค่ผ้าขนหนูสีขาวพันเอวอยู่ผืนเดียว ข้างห้องที่ได้ยินเสียงฉันกรี๊ดก็ออกมาดูกันอย่างตื่นเต้น ไพเรททำอะไรไม่ถูกเขาดึงฉันเข้าไปในห้อง ที่สำคัญตอนที่ดึงฉันเข้าไปแอบได้กลิ่นสบู่หอมๆ จากตัวเขาด้วยล่ะ หอมจัง!
“ทำหน้าหื่นชะมัดยัยไซน์ไลด์”
“นี่! ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่ใช่พวกไซน์ไลด์ เรียกชื่อฉันให้ถูกด้วยนะ”
“แล้วไง เธอมาทำไม? บอกแล้วไงจะไม่เจอกันอีก ต้องการอะไรกันแน่”
“ต้องการนาย!” ฉันพูดออกไปอย่างตกใจก่อนจะตบปากตัวเองอีกครั้ง มองสบตากับไพเรทที่กอดอกมองฉันอย่างไม่พอใจ ใบหน้าหล่อนิ่งของเขาเบ้ปากอย่างสมเพช
“เธอเนี่ยมันเป็นพวกผู้หญิงประเภทไหนกันแน่ฮะ ไม่ใช่พวกไซน์ไลด์ ไม่ใช่พวกที่จะมาเกาะแกะฉัน และก็ไม่ใช่พวกที่จะมาขออะไรแบบนี้... เธอต้องการอะไรกันแน่?” ไพเรทยังคงมองฉันด้วยสีหน้าเหยียดหยาม ถ้าฉันไม่ติดว่าต้องอาศัยอยู่ที่บ้านอีกันนะ ฉันคงไม่มายืนให้นายด่าแบบนี้หรอก ไอ้บ้าเอ่ย! ฉันไม่พูดอะไร จนไพเรทถอนหายใจออกมา และเดินตรงไปที่ห้องนอนของตัวเองโดยที่ฉันก็นั่งลงที่โซฟาอย่างเครียดสุดๆ
“โหย แล้วจะทำยังไงให้หมอนี่มันหลงได้ล่ะเนี่ย ดูท่าจะเป็นไปได้ยากแหะ”
สักพักไพเรทก็ตรงออกมาจากห้อง เขาแต่งตัวดูดีมากจนฉันอึ้งไป ความจริงเขามันโคตรจะหล่อเลยนะแต่ติดอย่างเดียวตรงที่ว่า เขามันนิ่งและปากหมามากๆ
“ยังนั่งเอ๋ออยู่อีกเหรอเนี่ย นึกว่าออกไปแล้ว”
“ก็นายจะไปไหนล่ะ ฉันไปด้วยนะ”
“นี่เธอเป็นผู้หญิงประเภทไหนกันแน่วะ! มาตามติดผู้ชายแบบนี้ มันใช่เหรอ?” ไพเรทมองสบตากับฉัน ขณะกำลังใส่นาฬิกาไปด้วย เขาดูมีสีหน้าที่หงุดหงิดและมันคงจะไม่ต่างจากฉันสักเท่าไหร่ด้วย
“จะไปไหนก็ไปปะ ก่อนที่ฉันจะ...”
“พี่เรทขา คิตตี้มาหาแล้ว คิดถึงจังเลย ม๊วฟ!” ฉันเบิกตากว้างที่เห็นหญิงสาวคนหนึ่งที่แต่งตัวได้เปรี้ยวเข็ดฟัน โผล่กระโดดกอดคอไพเรทเหมือนกับชะนีกระโดดกอดผัว ไพเรทหลับตาลงอย่างเหนื่อยใจก่อนจะผลักร่างของยัยอวบอึ๋ม ออกจากร่างแกร่งของตัวเอง
“ทำไมถึงเข้ามาไม่กดออด เป็นผู้หญิงบ้าอะไรมากระโดดกอดผู้ชายเป็นชะนีไปได้”
“แหม พี่เรทยังปากจัดเหมือนเดิมเลยนะคะ รู้ไหมว่าคิตตี้ชอบพี่ที่เป็นแบบนี้ล่ะ...” ผู้หญิงที่ชื่อคิตตี้กอดคอเขาและเลื่อนนิ้วมือเรียวยาวลากไปที่ต้นคอของเขาจนมาถึงอกแกร่งที่เปลือยเปล่าเพราะเขาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตลงไปสามสี่เม็ด ไพเรทเบือนหน้ามามองฉันก่อนที่ยัยแมวสีชมพูจะมองฉันด้วยเช่นกัน
“ยัยบ้านี่ใครกัน? ทำไมมาอยู่ที่ห้องพี่เรท”
“คือ...” ฉันที่กำลังจะพูดอะไร ก็สบตากับไพเรทที่ขยิบตาให้ฉัน และพยักหน้าให้ด้วย เออคือเขาต้องการสื่อสารอะไรกันแน่เนี่ย ใบหน้าของฉันยู่เพราะขมวดคิ้วและอ้าปากค้างเพื่อมองว่าเขาต้องการอะไร
“พี่เรทเป็นอะไรเหรอคะ?”
“เปล่า ไม่ได้เป็นอะไร”
“ตกลงยัยนี่เป็นใครคะ” ไพเรทขยับริมฝีปากแต่ฉันก็อ่านไม่ออกว่าเขาต้องการอะไร โธ่เว้ย! อะไรของเขากันวะ จะให้พูดอะไรกันแน่เนี่ย
“เบียร์?”
“เบียร์ อะไรของหล่อน หล่อนเป็นใครกันแน่เนี่ย!”
“เชียร์?”
“เอ๊ะ นังนี่ตกลงแกเป็นอะไรกับพี่เรทห้ะ!”
“เมีย! อ่อเป็นเมีย” ฉันตะโกนออกมาจนไพเรทยกยิ้ม แต่ยัยแมวสีชมพูนี่สิ เหวอไปเลย? เออ ฉันพูดอะไรนะ เมียเหรอ? ฉันเป็นเมียไพเรท
“ไม่จริงอะ พี่เรทจะมีเมียได้ไง คิตตี้ไม่เชื่อ!”
“ฉันบอกไปแล้ว ยัยนี่ ไม่สิ ยิ้มกว้างเป็นเมียฉันเอง เพราะงั้นเธอเลิกยุ่งกับฉันได้แล้วนะ” ไพเรทเดินมากระชากฉันที่นั่งอยู่บนโซฟาให้ไปยืนเคียงข้างเขาพร้อมกับกอดเอวฉันไว้หลวมๆ จนฉันไปไม่เป็นสักนิด
“ไม่ คิตตี้ไม่เชื่อว่าพี่เรทจะไปคว้าผู้หญิงเตี้ยๆ แบบนี้มาเป็นเมีย คิตตี้ไม่เชื่อ!”
“เรื่องของเธอ แต่ฉันมีเมียแล้วรู้ไว้ซะ ไปกันเถอะที่รัก ฉันหิวข้าวแล้วล่ะ” ฉันทำอะไรไม่ถูก มองยัยแมวสีชมพูที่ยืนกรีดร้องอยู่แบบนั้น ไพเรทพาฉันขึ้นรถไปด้วยกันโดยที่เขาเองก็ไม่พูดอะไรออกมาเลย
“ถามอะไรหน่อยสิ”
“ไม่ได้ ไม่ตอบ”
“โหย นิดเดียวเองนะ... นายเป็นแฟนกับผู้หญิงคนนั้นเหรอ?”
“ถ้าเป็น ฉันจะบอกว่าเธอเป็นเมียฉันหรือไง? โง่จริงหรือแกล้งโง่กันแน่” ไพเรทถอนหายใจออกมาอย่างหงุดหงิด เขาคงจะหงุดหงิดมากสินะ ปกติก็หน้าตายตลอดมาเจอผู้หญิงคนนั้นเลยทำให้อารมณ์เสียสิ
“แล้วเธอเป็นใครล่ะ?”
“เป็นผู้หญิงที่ชอบมาเกาะแกะฉัน และฉันเป็นพวกที่รำคาญผู้หญิงที่มาเกาะแกะด้วย เหมือนกับเธอไง...” ฉันขมวดคิ้วอย่างมึนงง ถ้าไพเรทไม่ชอบอยู่ใกล้ผู้หญิงแบบนี้ แล้วเขาจะทำอีกันได้ไงอะ? หรือว่ามันเป็นเพราะอารมณ์ จะอะไรก็ช่าง หน้าที่ฉันคือทำให้เขาหลงและเฉดหัวทิ้ง ทุกอย่างก็จะจบ! ไพเรทจอดรถที่ป้ายรถเมล์แห่งหนึ่ง จนฉันมึนงงหันไปสบตากับเขา
“จอดทำไมอะ?”
“ลงไป และที่สำคัญห้ามไปหาฉันที่คอนโดด้วย รำคาญ!”
“แต่ว่าฉันเป็นเมียนายอยู่นะตอนนี้?”
“หือ เธอคิดจะเล่นอะไรของเธอยัยยิ้มกว้าง” ในเมื่อเขาดันพูดเรื่องที่ไม่ควรพูด ดังนั้นวิธีเดียวที่จะได้ใกล้ชิดกับเขาและทำให้เขาหลงฉันอย่างหัวปรักหัวปรำก็คือการแสดงตัวเองว่าเป็นเมียเขานี่แหละ ฉันยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์โดยมีสายตาของไพเรทจับจ้องอยู่
“เปล่าเล่นนะ ในเมื่อนายให้ฉันเป็นเมีย ก็ต้องให้ฉันไปมาหาสู่นายได้ดิ”
“หึ”
“ว่าไงเล่า ไม่งั้นผู้หญิงที่นายรำคาญก็จะตามนายติด และพวกเธอก็จะคิดว่านายโกหกเรื่องฉัน เพราะงั้นฉันสัญญาว่าจะไม่สร้างความรำคาญให้นาย แต่ให้ฉันไปมาหาสู่นายได้ แค่นั้นก็แฟร์”
“ถามจริงเหอะ ที่เธอทำแบบนี้มันเพราะอะไรกันแน่ยัยยิ้มกว้าง? เธอชอบฉันหรือไง” ไพเรทไม่พูดเปล่า เขาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ฉันมากขึ้น จนตัวฉันติดกับกระจกรถ ลมหายใจกลิ่นหอมอ่อนๆ ของเขา ทำให้ฉันหวั่นไหวไปหมดทั้งร่างกาย เลือดลมสูบฉีดจนต้องยกมือยันอกแกร่งของเขาที่มีแต่มัดกล้ามให้ถอยออกไป
“เปล่าสักหน่อย อย่ามามั่วนะ”
“แล้วอะไรล่ะ?”
“ไม่ต้องรู้หรอกน่า เอาเป็นว่า ให้ฉันช่วยนายนะไพเรท นะๆ ถ้านายรำคาญผู้หญิงคนอื่นฉันจัดการให้ โอเค?”
“...”
“ไม่ต้องห่วงว่าฉันเป็นพวกมาหลอกนายหรอกนะ นายไม่อยากหลุดพ้นจากผู้หญิงพวกนั้นเหรอ ฉันช่วยนายได้นะ และนายก็ไม่ต้องรำคาญฉันด้วย” ฉันพยายามพูดโน้มน้าวไพเรท แต่ดูเหมือนเขาจะไม่ใช่คนโง่ที่มาตกหลุมฉันง่ายๆ ฉันเลยส่งยิ้มหวานไปให้เขา และหวังว่าเขาจะสนใจและเห็นความน่ารักน่าหยิกของฉัน ต้องทำตัวให้น่ารัก เขาจะได้หลง ที่สำคัญมันทำให้ฉันรู้อีกอย่างว่าเขาไม่ชอบผู้หญิงที่เกาะแกะทำตัวน่ารำคาญ
“เหอะ โอเคก็ได้”
“จริงนะ!”
“อือ อย่าทำตัวน่ารำคาญก็แล้วกัน ที่สำคัญผู้หญิงที่มาเกาะแกะฉันไม่ได้มีแค่คิตตี้คนเดียว...” ไพเรทพูดเสร็จก็ขยับตัวไปขับรถต่อ หมายความว่ายังมีผู้หญิงอย่างยัยแมวสีชมพูอีกเหรอ? โฮกกก อีกัน! แล้วแกไปโดนไพเรทหลอกได้ไงเนี่ย โอ๊ยจะบ้าตาย
ไพเรทขับรถมาจอดที่หน้าโชว์รูมรถแห่งหนึ่งที่กำลังก่อสร้างอยู่ แต่ที่ต้องตกตะลึงก็เพราะว่ามันใหญ่โตมากน่ะสิ ฉันเดินตามร่างสูงเข้าไปด้านในก็แทบจะเข้าใจแล้วว่าทำไมถึงมีผู้หญิงมาเกาะแกะหมอนี่เยอะ ก็เล่นหล่อรวยขนาดนี้ ใครจะไม่สนบ้างล่ะ หรือยกเว้นฉันคนเดียวที่ไม่ได้สนใจในตัวของเขา (เหรอ?)
“อ้าวไอ้เรทวันนี้มาได้หรือไงมึง?”
“เออ กะว่าจะอยู่ที่คอนโดแต่เจอคิตตี้มาป่วนซะก่อนเลยออกมาที่โชว์รูมดีกว่า”
“เหรอ? ยังตามติดเหมือนเดิมนะ ว่าแต่น้องคนนี้เป็นใคร” ฉันสบตากับชายคนหนึ่งที่มีความสูงเทียบเท่ากับไพเรท เขามีใบหน้าที่หล่อเหลาซึ่งดูๆ แล้วน่าจะมีความเจ้าเล่ห์และมาดร้ายไม่เบา มีผมสีดำตัดเกรียนแต่ดูดีมากๆ เลย
“ยิ้ม นี่เพื่อนฉันชื่อภูผา”
“สวัสดีค่ะหนูชื่อยิ้มเป็นเมียไพเรทค่ะ”
“ห้ะ! มะ เมีย”
“ไม่ใช่เว้ย ยัยบ้านี่พูดอะไรวะ รออยู่นี้... มึงตามกูมาเดี๋ยวจะอธิบายให้ฟัง” ไพเรทตีหน้ายักษ์ใส่ฉันก่อนจะเดินนำภูผาไปที่ห้องๆ หนึ่ง ฉันเดินสำรวจในโชว์รูมอย่างตื่นเต้น เคยเห็นในทีวีนะที่เวลามีการโชว์รถจะมีพวกบรรดาพริตตี้สวยๆ มายืนข้างรถหรูหรา ซึ่งมันเป็นการกระตุ้นยอดขายด้วย ฉันมองการทำงานของคนงานและหันไปมองประตูทางเข้าก็เห็นสาวสวยร่างระหงเดินตรงเข้ามาในโชว์รูม เธอถอดแว่นกันแดดออกและกวาดสายตาไปทั่ว ก่อนจะมาสบตากับฉันพร้อมกับเดินตรงเข้ามา
“นี่หล่อนรู้จักพี่เรทหรือเปล่า?”
“เออ รู้จัก”
“เขาอยู่ไหน ไปตามมาให้ฉันที บอกว่าฟ้าใสมาหา” ฉันมองผู้หญิงคนนี้ตั้งแต่หัวจรดเท้า และเบ้ปากอย่างนิ่งๆ หมอนั่นไม่ชอบผู้หญิงที่มาตามเกาะแกะ แต่ทำไมถึงได้มีผู้หญิงมาตามไม่ห่างแบบนี้นะ
“มายืนทำหน้ามึนอยู่ได้ ไปตามมาสิ!”
“แล้วคุณมีธุระอะไรกับไพเรทเหรอ?”
“เอ๊ะ? หล่อนทำไมเรียกพี่เรทแบบนี้ น่าจะอายุน้อยกว่าพี่เรทนะ ไม่มีมารยาทจริงๆ” ผู้หญิงที่ชื่อฟ้าใสเบะปากใส่ฉัน หนอยยัยป้าหน้าโบกปูนนี้ กล้าดียังไงมาด่าฉันเนี่ย!
“ทำไมฉันจะเรียกไม่ได้ล่ะ ในเมื่อฉันเป็นเมียของไพเรท”
“เหอะ อย่ามาพูดให้ตลก อย่างพี่เรทไม่มาคว้าเด็กกะโหลกอย่างหล่อนหรอกย่ะ!”
“แต่ฉันเป็นเมียเขาจริงๆ ไม่เชื่อก็ตามใจ แต่ฉันไม่ให้เธอไปหาผัวฉันหรอก” อุ้ยตายแล้วยัยยิ้ม! พูดได้เต็มปากเต็มคำเลยนะ ผัวเนี่ยนะ? อยากจะตัดลิ้นตัวเองทิ้งจริงเลย ยัยฟ้าใสมองหน้าฉันอย่างโมโห
“อย่ามาโกหกกันนะอีเตี้ย!”
“ไม่ได้โกหกนะ ฉันพูดเรื่องจริงฉันเป็น...”
“ใช่ ยัยเตี้ยที่เธอว่า เป็นเมียฉันเองล่ะ” จู่ๆ ไพเรทที่โผล่มาตอนไหนก็ไม่รู้ เขาโอบไหล่ฉันไว้แนบอกเขา ฉันเงยหน้ามองใบหน้าด้านข้างของเขาที่แสดงสีหน้านิ่งเฉย และมองสบตากับภูผาที่กอดอกยกยิ้มอยู่แบบนั้น
“มะ ไม่จริง พี่เรทไม่มีทางไปคว้าอีเตี้ย...”
“ยิ้ม? เมียฉันชื่อยิ้ม เรียกให้ถูกด้วยฟ้าใส” ฉันอ้าปากค้างที่เขาเรียกฉันได้เต็มปากเต็มคำ เหมือนกับฉันเมื่อกี้ที่เรียกเขาว่าผัวได้เต็มปากเต็มคำเหมือนกัน
“แล้วก็เลิกตามฉันสักที ฉันมีเมียแล้ว เข้าใจ?”
“แต่ว่าพี่เพทบอกว่าพี่ยังไม่มีใครนี่นา”
“เชื่ออะไรกับไอ้เพท มันคนละคนกับฉัน อีกอย่างมันกับฉันไม่ถูกกัน เพราะงั้นเลิกฟังมันได้แล้ว” เพท? ชื่อใครโผล่ออกมาอีกล่ะเนี่ย เรท? เพท? อะไรของเขากันเนี่ย ฉันมึนงงอยู่ในอ้อมแขนเขา มองยัยฟ้ามืดที่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้และเดินสะบัดตูดออกไปทันที ไพเรทมองยัยฟ้ามืดเดินออกไปก็ปล่อยมือที่อ้อมกอดฉันและหันไปมองภูผา
“ยิ้มอะไรของมึง?”
“ไอ้เพทแม่งร้ายนะ หาทางจัดการมึงไม่ได้ ก็จัดการทางนี้ซะเลย”
“อือ”
“ปั่นหัวกันดีเหลือเกินนะ ไม่คิดจะเอาคืนเลยว่างั้น?”
“ไม่อะ กูมีงานมีการต้องทำ ไม่ได้ว่างเหมือนมันที่เล่นอะไรเป็นเด็กๆ ส่วนเธอรออยู่นี้ฉันจะไปดูงานก่อน” ฉันพยักหน้ารับและมองไพเรทที่เดินล้วงกระเป๋ากางเกงไปหาคนงาน เพทคือใครอะ? ทำไมต้องทำแบบนี้กับเขาด้วยนะ สายตาของฉันหันไปสบตากับภูผาที่ยิ้มให้อยู่
“มันเป็นคนที่รำคาญผู้หญิงที่ชอบมาเกาะแกะตอแย มันเล่าให้พี่ฟังแล้วล่ะว่าต้องการให้ยิ้มทำอะไร”
“เออ... แต่ยิ้มเปล่าชอบเขานะ บอกกันไว้ก่อน”
“ฮ่าๆ พี่รู้ คนอย่างมันไม่มีใครอยากจะคบค้าด้วยหรอก นิ่ง ปากจัดไม่ชอบผู้หญิงที่ทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ แต่เพราะเรื่องอนาคตตัวเองมันไม่เคยปล่อย นี่ล่ะมั้งเป็นอีกเหตุผลที่สาวๆ หลายคนอยากได้มัน”
“เอ๋?”
“เห็นมันแบบนี้ มันขยันสร้างตัวเองโดยไม่ใช้เงินจากพ่อกับแม่มันเลยนะ” ภูผามองไพเรทและส่ายหน้าไปมาก่อนจะมีหญิงสาวคนหนึ่งสวยมากเดินมากอดแขนเขา ภูผาขอตัวก่อนฉันเลยพยักหน้าและหันไปมองไพเรทที่กำลังตั้งใจทำงานอย่างหนัก
“ผู้ชายในอุดมคติเหรอ? ไม่ใช่แค่หล่อรวยอย่างเดียว แต่สร้างฐานะด้วยน้ำพักน้ำแรง แบบนี้สินะที่ผู้หญิงทุกคนต้องการ...”
ไพเรทขับรถจากโชว์รูมรถมาถึงที่คอนโด และใช่ฉันเองก็ตามเขาไปติดๆ โดยที่เขาเองก็ไม่ได้ว่าอะไร เมื่อมาถึงห้อง เขาก็ถอดเสื้อที่สวมใส่อยู่ออกไป เดินตรงไปที่ตู้เย็นและหยิบน้ำขึ้นดื่ม อือหือ หุ่นดีมาก รอยสักกับกล้ามเป็นมัดๆ นั่นมันคืออะไรกัน
“มองแบบนี้ อยากจะสัมผัสด้วยไหม?”
“อะ เออ... บ้า แค่จะถามนายว่า ใครคือเพทเหรอ? นายมีชื่อเรียกสั้นๆ ว่าเรทแล้วเพทคือใครอะ?”
“ไม่ต้องรู้สักเรื่องจะได้ไหม เข้าใจปะว่า... ไม่เผือก!” ฉันมองร่างสูงที่เดินตรงมาหาฉันก่อนจะหมุนตัวจะเข้าไปที่ห้องนอนแต่ว่าฉันก็คว้าแขนเขาไว้ก่อน
“เดี๋ยวสิ ฉันไม่ได้เผือกนะ แค่สงสัยว่าใครกันที่ตามราวีนาย” ไพเรทถอนหายใจออกมาก่อนจะกลอกตาไปมาอย่างเซ็งๆ เหอะ คิดว่าฉันไม่เซ็งหรือไงที่ต้องยั่วคนนิ่งเฉยปากจัดอย่างนายน่ะห้ะ!
“น้องชายฉัน พอใจกับคำตอบไหม? แล้วทีนี้จะเลิกเผือกได้ยัง ยัยยิ้มกว้าง” เขาก้มใบหน้าลงมาเกือบจะแนบชิดกับฉัน แต่ทว่าฉันดันเอนตัวหลบเกือบจะ 360 องศา มันเลยส่งผลให้ฉันยืนทรงตัวไม่อยู่ ถ้าไม่คว้าคอเขาให้ล้มตามลงมาด้วย
“กรี๊ด!”
“อ้ะ...”
ตุ้บ!
ฉันหลับตาลงเพราะหลังกระแทกกับพื้นห้องอย่างแรง และที่สำคัญดันรู้สึกหนักตัวด้วยที่ร่างหนาของไพเรททับลงมา ฉันลืมตาขึ้นมาก็ต้องเบิกตากว้างที่ใบหน้าของเราสองคนอยู่ใกล้กันจนลมหายใจร้อนๆ ผสานกันไปมา ดวงตาคมของไพเรทจับจ้องฉันด้วยสีหน้านิ่งเฉย แต่เป็นฉันมากกว่าที่หวั่นไหวไปกับสายตาของเขา ใบหน้าหล่อที่หาใครเปรียบไม่ได้เลยสักนิด ร่างกายที่แข็งแรงกับกล้ามที่เป็นมัดๆ ไหนจะรอยสักที่เพิ่มเสน่ห์ให้กับเขาอีก ให้ตายเหอะ ฉันกำลังค้างไปกับคนตรงหน้า ก่อนจะรู้สึกตัวก็ผลักไหล่เขาออกไป
“นะ หนักนะ!”
“แล้วใครใช้ให้ดึงฉันล่วงลงมาด้วยไม่ทราบ?”
“กะ ก็คนจะล้มก็ต้องหาที่ยึด”
“แล้วยึดได้ไหม?” ไพเรทยันตัวเองลุกขึ้นไปก่อนจะสำรวจตัวเองไปมา ใครกันแน่ที่ควรจะสำรวจตัวเอง ไม่ใช่ฉันเหรอ! ฉันลุกขึ้นแต่ทว่าดันขาเจ็บจนหน้าเกือบคะมำถ้าเขาไม่ดึงแขนฉันไว้ และมันก็ทำให้ฉันหันไปซบหน้าลงกับอกของเขา คือพูดง่ายๆ เลยนะ ฉันจูบหัวนมสีชมพูของเขาด้วยล่ะ กรี๊ดดดด...
“อ่อย”
“บ้าหรือไง! ปล่อยเลย”
“ขาเจ็บไม่ใช่หรือไง นอกจากจะเตี้ยแล้ว ยังจะซุ่มซ่ามอีก!”
“เรื่องของฉัน ปล่อยเลยจะกลับแล้ว พรุ่งนี้จะมาใหม่?”
“อือ มาก็ซื้ออะไรมาให้กินด้วย นี่เงิน...” ฉันมองไพเรทที่หยิบเงินจากกระเป๋าส่งมาให้ฉันปึกหนึ่งซึ่งมันไม่ใช่น้อยๆ เลยนะเนี่ย เขาไม่พูดอะไรแต่กลับเดินเข้าห้องนอนไปเฉยเลย ชิ
“เห็นฉันเป็นขี้ข้าหรือไง? ถึงยังไงฉันก็เป็นเมียนายนะ! ถึงจะปลอมๆ ก็เถอะ”
