บทที่ 5 ข้อเสนอเร้าใจ (2) จบตอน
ไอ้หมาหิงยังคงเป็นคนที่หัวเราะทุกครั้งที่เธอแดกดันใส่เหมือนเดิม ตัวตนที่น่ารังเกียจของมันไม่ได้เปลี่ยนไปเลยสักนิด
แต่ทำไมมุลิกลับยิ่งรู้สึกตื่นเต้น ไม่เห็นเหมือนตอนนั้นเลย บุคลิกของคนที่เปลี่ยนไปมีผลจริงๆ ด้วย
“ลิ... ไม่อยากทำร้ายใครอีกแล้วค่ะ” แต่ตัวตนของเธอในตอนนี้มีแต่มวลของความขี้ขลาดลอยอยู่ เธอไม่อยากทำร้ายใครจนการกระทำนั้นหวนมาสู่ตัวเองอีกแล้ว เพราะไปทำไม่ดีกับเขา และไปเลือกคนเหี้ย ผลลัพธ์ที่ตามมาเลยเหี้ยยิ่งกว่า
เธอกลายเป็นดาวโ-๊โดยไม่รู้ตัว จากคนที่ตัวเองคิดว่าเลือกมาดีแล้ว
“ไม่เหมือนลิคนเก่า ที่ทำร้ายพี่ทุกวัน บางวันเอาผัวมาซ้อมพี่ด้วย” คนตรงหน้ายังจงใจตอกย้ำ ก็ใช่ที่เมื่อก่อนเธอมันร้ายจนไม่มีใครอยากเข้าใกล้ เห็นว่าไอ้หมานี่ตื้อจนน่ารำคาญ ก็ให้แฟนเก่าส่งคนมาซ้อมเขาซะน่วม จนอีกฝ่ายต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาลเป็นอาทิตย์
ถึงสุดท้ายมันก็ยังไม่เลิกตามเธอก็เถอะ
“เราในตอนนั้นมันเหี้.ยใช่ไหมคะ” เธอยอมรับในความผิดของตัวเอง และที่เขาเปลี่ยนแปลงตัวเองก็อาจจะเพราะบาดแผลในวันนั้น แต่ว่า...
“ก็กลับมาเหี้ยเหมือนเดิมดิ พี่บอกแล้วว่าชอบ”
มหิงสายังทำให้มุลิเบ้หน้าด้วยความรู้สึกน่าขนลุกเหมือนเดิม แม้ว่าลุคภายนอกของเขาจะเปลี่ยนไปเป็นคนในแบบที่เธอชอบ แต่ความจิตไม่ปกตินี่แหละที่บ่งบอกว่าเป็นเขา
“ถึงพี่จะพูดแบบนั้น ยังไงก็เปลี่ยนความคิดเราไม่หมดหรอก เรายังรู้สึกว่าตัวเองน่ารังเกียจ เรารู้สึกว่าตัวเองเป็นตัวตนที่โสโครก ไม่ควรมีอยู่บนโลกใบนี้ เราพยายามแล้วแต่ยังไงความคิดนี้ก็ไม่หายไป เราไม่รู้จะทำยังไงดีให้เลิกคิดแบบนี้” เธอสั่นสะท้าน ถึงคนตรงหน้าจะพยายามแสดงทัศนคติแปลกๆ ให้รับรู้ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนที่ว่าเธอถูกอัพคลิปหลุดและมีคนจำนวนไม่น้อยได้เห็นสภาพอันน่าสังเวชและน่ารังเกียจที่เธอมี ตัวตนส่วนตัวที่แสดงออกอย่างไร้ความเหนียมอายเต็มที่เพราะอีกฝ่ายเป็นคนที่เธอรักและไว้ใจ สุดท้ายสิ่งนั้นย้อนกลับเข้าตัวไม่ต่างจากที่เธอจุดไฟเผาตัวเองเลย
มันยิ่งกว่าความอับอายจนแทบไม่อยากดิ้นรนอยู่บนโลกใบนี้ เมื่อสุดท้ายแทนที่คนรอบตัวที่คิดว่าเป็นพรรคพวกจะปลอบใจ กลับกลายเป็นทุกคนรุมทึ้งเธอซ้ำราวกับแร้งที่จิกกินศพ
เธอเลวร้าย แต่เมื่อได้รับผลกระทบ เธอกลายเป็นแค่เหยื่อที่น่าสงสาร
แต่ถ้าเปลี่ยนมุมมองเป็นมหิงสา นั่นกลับเป็นหนทางเดบิวต์สู่การเป็นคนดัง เธอมีเสน่ห์เกินกว่าจะมีจมปลักอยู่กับปมโง่ๆ
“ลิลองมาเป็นเจ้านายพี่ไหม ไม่ต้องลงคลิปก็ได้ พี่จะไม่แตะต้องเธอเลย แค่อาทิตย์เดียว เราลองมาเล่นบทบาทที่เห็นในคลิปกันไหม” มหิงสาพยายามหาข้อเสนอ เจตนาเขามีส่วนเห็นแก่ตัวอยู่ เขาอยากโดนมุลิควบคุมมาตลอด ในตอนนั้นที่ไม่มีโอกาสได้รุกเข้าใส่เต็มตัวเพราะเธออายุยังไม่บรรลุนิติภาวะ และเธอก็ค่อนข้างระวังตัวมากทีเดียว มุลิที่อ่อนแอและลดกำแพงกับเขาเพราะเขาเป็นไอ้หมาหิงนี่มันดีชะมัด ถ้าหลอกล่อให้ลดตัวลงมาเล่นบทบาทนั้นกับเขา เขาจะได้เห็นอะไรต่อมิอะไรของเธอที่เขาอยากเห็น
เธออาจจะได้ปลดปล่อยจากความเครียดสะสมด้วยการทำร้ายเขาเหมือนเมื่อก่อน มุลิอาจจะได้ค้นพบเส้นทางใหม่ของตัวเองก็ได้ เพราะว่าเธอในตอนนั้นมีสีหน้าผ่อนคลายทุกครั้งที่รังแกหรือทำร้ายเขา
มันอาจจะยิ่งเร่งสันดานเสียของเธอให้ตื่นไวขึ้น และสุดท้ายเธออาจจะยอมเสียตัวให้เขาก็ได้
แฮ่ก... มหิงสาเผลอกลืนน้ำลายลงคอด้วยความเผลอตัว เขามองเธอที่ยังคงเป้นกังวลกับข้อเสนอด้วยใบหน้ายิ้ม ทั้งๆ ที่ในสมองกลับคิดแต่เรื่องสกปรกมากมาย
แค่ได้เห็นหน้าสวยๆ ของเธอ ก็อยากจะขยี้ให้ผมหยักศกสวยๆ นั่นฟูฟ่องอยู่บนเตียง ดวงหน้าที่เลอะน้ำกามไปทั่วคงงดงามไม่หยอกเลย
หื่นกระหาย ทำไมพอเป็นเธอมันถึงเป็นแบบนี้ทุกที กับคนอื่นไม่ว่าจะสวยระดับวีไอพีขนาดไหนก็ต้องปั้นอารมณ์แทบตาย แต่ทำไมแค่มองดวงตาของเธอ มันกลับทำให้รู้สึกพลุ้งพล่านขนาดนี้
“... เราอยากระบายก็จริง ตอนนี้เราก็อยากทำร้ายพี่ แต่เราไม่อยากเชื่อใจพี่”
“ก็ไม่เห็นต้องเชื่อใจ”
“...”
“ถ่ายพี่ไว้ ถ่ายแค่พี่ แล้วแบล็คเมล์พี่ถ้าพี่ผิดสัญญา ดีไหม"
ข้อเสนอนั้นน่าสนใจเพราะสุดท้ายฝ่ายที่เสียเปรียบก็คงมีแค่เขา มีแต่เขาที่รู้ตัวว่าตนเองนั่นยอมเธอแทบตลอด แต่ถ้าเทียบกับความเสี่ยงก็ได้ไม่คุ้มเสีย ขนาดตัวต่างกันแบบนี้ถ้าเกิดเขาต่อต้านขึ้นมาเธอไม่มีทางสู้แรงได้แน่ มุลิเม้มริมฝีปากนิ่งคิดอยู่สักพัก เธอเหลือบแววตาสีคาราเมลขึ้นมองคนตรงหน้า
แต่แล้วยังไงล่ะ แล้วความอัดอั้นนี้มันจะได้รับการเยียวยาเมื่อไหร่? นอกจากต้องลองเสี่ยงดูสักครั้ง
“... ไม่ได้ติดกล้องไว้ในห้องน้ำใช่ไหมคะ” หญิงสาวแว่นหนากำลังคิดว่าตัวเองบ้าที่หยั่งเชิงราวกับจะตกลงรับข้อเสนอที่ดูยังไงก็ไม่น่าไว้ใจ แต่แค่ได้รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร ปลายนิ้วของเธอกระตุก ราวกับความรู้สึกอยากระบายอารมณ์เก่าๆ จะกลับมา เธอเหมือนคนวิตกจริตที่ระแวดระวังทั้งๆ ที่ที่นี่เป็นที่สาธารณะ แต่ห้องน้ำที่อยู่ต่ำลงไปหนึ่งชั้นถัดจากดาดฟ้า นอกจากเธอและเขา และอาจจะเป็นคู่นอนของเขา ก็ไม่มีใครอยู่ที่นี่อีก เพราะนักศึกษาส่วนใหญ่ไปรับน้องกันหมดแล้ว
“กล้องอยู่นี่” เขาชูกล้อง Canon ที่มีความคมชัดขึ้นมาเหนือปลายคาง ทำให้แววตาที่ออกจะระแวงเขาอยู่มากนั้นอ่อนแสงลง
“จะไม่ล่วงเกินเราใช่ไหม”
“คิดมากจัง” คนตัวใหญ่หัวเราะร่วน เขาไม่ได้นึกรำคาญมุลิเหมือนเวลาที่ผู้หญิงคนอื่นมาทำตัวเกาะแกะเรื่องเยอะใส่เขา กลับกันเขากลับเอ็นดู และยิ่งคลั่งไคล้ เธอที่ยืนหยัดอยู่ตรงหน้าเขานั้นมีแววตาที่เปี่ยมล้นไปด้วยความปรารถนาที่จะย่ำยีเขาอย่างถึงที่สุด แม้จะพยายามเก็บกลั้นเอาไว้เพราะรู้สึกไม่ปลอดภัยเมื่ออยู่กับเขาสองต่อสอง แต่แววตามุ่งร้ายนั่น
แม้จะแค่นิดเดียว เทียบไม่ได้กับสัตว์ร้ายในวันนั้นด้วยซ้ำ... แต่นี่แหละที่เขาตามหามาโดยตลอด
ชายหนุ่มค่อยๆ นั่งคุกเข่าลงบนพื้นในท่าขัดสมาธิ นั่งลงท่ามกลางพื้นกระเบื้องเฉอะแฉะของน้ำ เขาค่อยๆ ก้มหัวลง ทำให้เห็นทัศนียภาพตรงหน้าเป็นศีรษะได้รูปกับผมหยักศกที่กำลังทำท่าเหมือนรอให้เธอเหยียบ
มุลิใจเต้นรัวเร็ว ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอเคยเหยียบย่ำใครสักคน เมื่อก่อนแค่มีเด็กผู้หญิงรุ่นน้องเผลอมองหน้าเธอนานๆ ก็ถูกเธอลากไปตบในห้องน้ำโดยไม่มีเหตุผลได้แล้ว ยอมรับว่าเธอสมัยก่อนนี่เหลือทนจริงๆ
เธอช่างร้ายกาจ แสบสันไม่ต่างกับลูกไฟที่พร้อมแผดเผาคนรอบตัวให้วอดวาย และเพราะเธอเป็นคนแบบนั้น จึงมักจะดึงดูดแต่ผู้คนที่แสน ‘เลว’ มาวนเวียนรอบตัวอยู่เสมอ
เธอหยาบคาย ต่ำทราม ขี้อิจฉา ไร้สามัญสำนึก ทำเหมือนเรื่องรุนแรงที่ตัวเองทำลงไปแบบสิ้นคิดนั้นเป็นเรื่องที่เจ๋ง จะห้าวหาญมากตอนที่มีพวกเยอะๆ
แค่คิดถึงก็ร้อนที่นัยน์ตา อยากร้องไห้ให้กับความโง่เง่าของตนเอง
มุลิห่างหายจากการเหยียบย่ำคนมาสองปี ตั้งแต่เธอเก็บตัวเพราะคลิปฉาว ใครๆ ต่างก็รุมซ้ำเพราะเธอมันนิสัยไม่ดี พอล้มก็แทบไม่มีใครเห็นใจ กลับกันกลับเหยียบย่ำเธอแบบไม่เหลือชิ้นดี
แน่ล่ะ แม้แต่เพื่อนที่เธอคิดว่าสนิทและคอยตามดูเธอรังแกใครต่อใครมาก่อนอย่างยัยนั่น
แม้แต่ยัยนั่น ก็ทอดทิ้งและรุมเหยียบซ้ำเธอร่วมกับส้นตีนของคนอื่นๆ
คนที่เคยไว้ใจว่าเป็นแฟน เป็นเพื่อนที่สนิทที่สุด มันก็แค่พวกเหี้ยที่เมื่อเธอล้มลุกคลุกคลานจนไม่สามารถยืนหยัดขึ้นได้อีก ก็พร้อมเปลี่ยนฝั่งและหันหลังให้
จากความกลัวเริ่มเปลี่ยนเป็นความแค้นจากนิสัยดั้งเดิม เธอยอมรับว่าตัวเองก็ไม่ใช่คนที่ดีสักเท่าไหร่ เด็กสาวบิดปากคว่ำด้วยความหงุดหงิด แค่คิดก็แทบจะควบคุมอารมณ์ไม่ได้ เธอไม่ถอดรองเท้า แต่กลับเลือกจะใช้รองเท้าคัทชูที่เปรอะดินเหยียบย่ำที่ศีรษะของผู้ชายตรงหน้า ขยี้มันแรงๆ เหมือนว่าเขาคือเศษฝุ่นที่เธอต้องการขยี้ให้แหลก
“ทำไม”
“...”
“ทำไม ทำไม ทำไมทุกคนต้องทอดทิ้งเรา!”
ปลายเท้าขยี้ที่ศีรษะของมหิงสาหนักแน่นขึ้น เธอบดบี้ ขยี้ศักดิ์ศรีของลูกผู้ชายลงไปกองที่ปลายเท้า ชายหนุ่มร่างยักษ์รู้สึกได้ถึงสัมผัสที่รุนแรง เขาชอบความรู้สึกนี้จนแทบบ้า
ทั้งเจ็บ ทั้งรู้สึกดี
“ทำไมทุกคนมองเราเหมือนอีตัว ทำไมทุกคนถึงโทษว่าเป็นความผิดของเราที่คอลกับไอ้เหี้ยนั่น ทั้งๆ ที่คนที่ผิดคือตัวมันที่ลงคลิปโป๊ของเรา!!”
“...”
“เราขอสาปแช่ง สาปแช่งพวกมันทุกคนที่มองเราเหมือนขยะ สาปแช่งไอ้แฟนเก่าเหี้ยๆ ที่ทำลายชีวิตเรา เราจะเหยียบพวกมันให้จมดิน!!”
ท้ายประโยคเธอกระแทกส้นคัทชูลงที่ศีรษะของอีกฝ่ายอย่างแรง มหิงสาสะเทือนจนเกือบเซคว่ำหน้าลงพื้น มุลิที่รู้สึกตัวว่าทำมากเกินไปจึงรีบผละปลายเท้าออกพร้อมกับประนมมือขอโทษ
“ระ... เราขอโทษนะคะ เราขาดสติไป”
“ไม่หรอก แบบนี้ดีเลย” แต่คนตรงหน้ากลับเงยหน้าขึ้นสบตาด้วยสีหน้าชอบใจ มุลิที่รู้สึกตัวว่าตนเองลืมถ่ายคลิปเขาไว้จึงเริ่มทำหน้าตาตื่น
“ระ... เราลืมถ่ายคลิปพี่ จะเป็นอะไรไหม”
“ไม่เป็นไร” เขาตอบปัด ยังไงทุกอย่างที่เกิดขึ้นเขาก็สัมผัสได้โดยตรงและมันช่างอิ่มเอมใจเสียเหลือเกิน หญิงสาวจึงได้แต่ก้มหน้างุดด้วยความขลาดอาย เมื่อครู่เธอเผลอแสดงด้านมืดที่ไม่ได้เปิดเผยและเก็บกดมานานให้คนตรงหน้าได้เห็น ทั้งๆ ที่ไม่อยากให้ไอ้หมาเห็นสภาพที่น่าสมเพชนั่นมากที่สุด
ถ้าเป็นเมื่อก่อนที่เขายังคงมีสารรูปไม่ต่างจากขยะ เธอคงกล้าที่จะแสดงความรุนแรงทุกรูปแบบให้เห็น ไม่ได้แสดงความอหังกา แค่เพราะรังเกียจอยากให้ไปให้พ้นหูพ้นตาเท่านั้น แต่ตอนนี้กลัวว่าจะดูไม่ดีในสายตาของเขา
แค่เปลือกนอกคนเราเปลี่ยนไป ก็เป็นไปได้ขนาดนี้เลยสินะมุลิ
ก็ต้องยอมรับตามตรงว่าเธอมองคนที่หน้าตา พอนึกได้ลางๆ ก็จำได้ว่าในอดีตมันก็หน้าตาเค้าโครงดูดีอยู่แล้ว ติดที่บุคลิก และท่าทางน่าขนลุกนั่นทำให้เธอรู้สึกว่าไร้เสน่ห์
ไอ้หมาที่ลุคเปลี่ยนไปราวกับคนละคน แต่ยังเชื่อฟังให้ยอมสิโรราบให้เธอเหมือนเดิม ทำให้เด็กสาวเผลอจินตนาการไปไกล
“ไวป์เมื่อกี้ดีมาก”
“... คะ?”
“พี่หมายถึง อารมณ์ลิที่เหยียบพี่เมื่อกี้... โคตรดี ดีที่สุด” ดวงตาสีครามราวกับผลึกมองเธออย่างมีเจตนาแอบแฝง ทำเอาเด็กสาวถึงกับสะดุ้งเฮือก เธอรีบหลุบตาลงต่ำ แต่เชื่อไหมว่าพอได้แสดงอารมณ์รุนแรงออกไป ความเครียด ความเก็บกดมันหายไปแล้ว แม้จะไม่ทั้งหมดจากที่สะสมมาตลอดสองปี แต่เชื่อสิว่ามันสบายใจกว่าเดิม ช่วงเวลาที่อยู่กับตัวเองมีแต่จะทำให้ฟุ้งซ่านขึ้นเท่านั้น ในตอนนั้นเธอเกือบเผลอจะทำร้ายตัวเองอยู่หลายครั้ง จนกระทั่งมังกรเก็บของมีคมทุกอย่างออกไปจากห้องให้พ้นมือเธอ
เด็กสาวถอนหายใจด้วยความโล่งอก และอยากขอบคุณเขาที่ช่วยเธอ ทั้งๆ ที่อาจจะเป็นเพราะเขารู้สึกสนุกไปเองคนเดียวก็ตาม
“ขอบคุณไอ้หมามากนะคะ ที่ช่วยเรา ตอนนี้ไม่รู้ทำไม เรารู้สึกดีขึ้นเยอะเลย”
“...”
“ไอ้หมาอยากให้เราตอบแทนอะไรไหม” เธอคุ้นเคยกับการเรียกเขาว่าไอ้หมามากกว่าพี่หิ้ง ก็เลยเรียกแบบนั้น
แต่คนตรงหน้ากลับอารมณ์ค้างและยังตื่นตัว
“คืนนี้ไปค้างห้องพี่ ทำอะไรสนุกๆ ให้หายเครียดดีไหม”
“...”
“คราวนี้... พี่จะได้ถอดได้ด้วย”
เป็นคำพูดสองแง่สองง่าม ที่ถึงแม้มุลิจะมีอดีตที่ไม่ดี แต่เพราะคนตรงหน้าคือไอ้หมาหิง ไอ้หมาที่อยู่ใต้เท้าเธอเสมอ ถ้าหมอนี่ทำอะไรไม่ดี เธอจะแบล็คเมล์เขาก็คงไม่สาย
ก็ขนาดเมื่อกี้ยังยอมให้เหยียบหัวเลยนี่นา
ภายในจิตใจลึกๆ ของมุลิเต็มไปด้วยความโลภ คนตรงหน้าคือคนที่เคยรังเกียจแท้ๆ แต่เธอกลับอยากอยู่ใกล้ อยากปล่อยตัวปล่อยใจไปกับเขา แม้อาจจะต้องใช้เวลาที่เธออาจจะยอมเปลือยเปล่าต่อหน้าเขา แต่เขาทำให้เธอรู้สึกมีความกล้ามากกว่าก่อนหน้านี้ หลังจากได้เหยียบย่ำเขา เธอก็รู้สึกเหมือนตัวเองจะสามารถทำได้ทุกอย่าง
“ไอ้หมาจะยังไม่แตะต้องเราใช่ไหม” คำถามนั้นกระตุ้นหัวใจของมหิงสา เขามองผู้หญิงตรงหน้าด้วยความคลั่งไคล้ คำตอบคือใช่ แต่ไม่ใช่ไม่อยากแตะ อยากแตะมากๆ จนแทบทนไม่ไหวเลยต่างหาก อยากให้เธอรับเลี้ยงเขาเป็นหมาส่วนตัวของเธอเสียเดี๋ยวนี้
แต่ว่า... เขาเองก็มีความอดทนมากพอที่จะทำให้อีกฝ่ายเชื่อใจจนยอมวางทั้งตัวให้เขา
“เมื่อไหร่พร้อม ก็บอก”
“อื้อ”
“...”
“แค่ยังไม่ใช่ตอนนี้”
