บทที่ 1 โหมโรงโศกนาฏกรรม - 1
“เสือหลานรัก...ไอ้โกมุทมันเลวแค่ไหน...แกจำไว้...อย่าลืมเป็นอันขาด...แกต้องสัญญาว่าจะทวงคืนความยุติธรรมให้ลุง...แย่งเอาทุกอย่างที่เป็นของเรากลับคืนมา...แก้แค้นให้น้องของแกที่ไม่มีโอกาสได้ลืมตาดูโลก...แกต้องตอบแทนความแค้นนี้ให้สาสมกับความเลวของไอ้โกมุท...แกสัญญากับลุงสิ...สัญญา...หรือว่าแกอยากจะให้ลุงนอนตายตาไม่หลับ...”
ชายร่างสูงใหญ่ที่นอนกระสับกระส่ายราวกับได้รับความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสจากสิ่งที่เขากำลังเผชิญอยู่ในความฝันแสนโหดร้ายต่อความทรงจำสะดุ้งตื่นขึ้นพร้อมลืมตาโพลง
คำสั่งเสียที่เสียดแทงไปถึงขั้วหัวใจยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาท ประหนึ่งว่าเจ้าของคำพูดเหล่านั้นกำลังคร่ำครวญอยู่ตรงหน้าเขา...
ร่างกำยำชุ่มไปด้วยเหงื่อผุดลุกขึ้นนั่งบนเตียงนอนหลังใหญ่ในชั้นบนสุดของเพนต์เฮาส์สุดหรู สมราคาหลายล้านดอลลาร์ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะแมนฮัตตัน ณ มหานครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา
มือหนาชื้นเหงื่อกำเข้าหากันจนเจ็บแปลบ ไม่ต่างกับวันที่มือแห้งเหี่ยวของเจ้าของเสียงแหบแห้งได้กำมือเขาเอาไว้ในวาระสุดท้ายของชีวิตอยู่บนเตียงผู้ป่วยของโรงพยาบาลรัฐบาลราคาถูก และแน่นขนัดไปด้วยผู้ป่วยอาการหนักรอคอยความตาย ไม่ต่างจากลุงที่รักของตัวเอง
...ภาพจากอดีตอันแสนโหดร้ายนั้นยังตามมาหลอนหลอกเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า...
แม้ว่าเวลาได้ล่วงเลยมากว่าสิบห้าปีแล้ว...
หากน้ำเสียงแห่งความเคียดแค้นเกลียดชังและแววตาวาวโรจน์ที่คลั่งด้วยไฟแค้นของผู้มีพระคุณก็ยังติดหูคนฟังและติดตาคนเห็นในวัยสิบห้าปีเช่นเขามาจวบจนทุกวันนี้...
เนื้อตัวของ อนรรฆวี ฮาร์วี่ สั่นเทิ้มไปด้วยความรู้สึกผิดที่ถาโถมเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง ผิดที่จนป่านนี้แล้ว เขายังไม่ได้ทำตามคำสั่งเสียของพิสุทธิ์...ผู้เป็นลุง...ลุงผู้เปรียบเสมือนผู้ให้กำเนิดและมีพระคุณต่อตัวเขาอย่างหาที่เปรียบไม่ได้
คนที่ในอกอัดแน่นไปด้วยความรู้สึกอกตัญญูขบกรามเข้าหากันแน่น บ่อยครั้งเหลือเกินที่เขาฝันถึงลุง
มันเป็นฝันด้วยฉากซ้ำๆ ด้วยถ้อยคำเดิมๆ และทุกครั้งเขาก็ต้องผวาตื่นขึ้นมาด้วยความผิดที่พลุ่งพล่านอยู่ในใจและความเคียดแค้นที่ถูกสั่งสมเอาไว้
เขาไม่เคยลืม ยังจำแน่นฝังลึก แต่ด้วยภาระหน้าที่ทำให้เขายังไม่อาจจะทดแทนบุญคุณให้ผู้เป็นลุงได้...ไม่แปลกที่เขาฝันเช่นนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า คงเพราะลุงของเขานอนตายตาไม่หลับนั่นเอง
...มันคงถึงเวลาแล้วที่เขาต้องตอบแทนบุญคุณครั้งนี้เสียที...
...และอนรรฆวีก็จำได้ดี ว่าคำตอบของเด็กชายผู้มีเลือดในกายเดือดพล่านด้วยความโกรธแค้นอย่างที่ผู้มีพระคุณยิ่งชีวิตสั่งสอนปลูกฝังเอาไว้ในวันนั้นคืออะไร...
“ครับลุง ผมสัญญา และสาบานว่าไอ้โกมุทต้องได้รับบทเรียนอันสาสม”
อนรรฆวีย้ำชัดออกมาอย่างหนักแน่นและเหี้ยมเกรียมในน้ำเสียงอีกครั้ง ก่อนหันไปคว้าไอโฟนรุ่นล่าสุดบนหัวเตียงขึ้นมาต่อสายหาคนที่เขาต้องการจะคุยด้วย พร้อมๆ กับตวัดขาพาร่างสูงใหญ่ตามแบบฉบับหนุ่มเลือดผสมชาติตะวันตกลงจากเตียง ก่อนจะเดินไปหยุดอยู่ตรงริมระเบียงใหญ่ซึ่งมองเห็นวิวของสวนสาธารณะเซ็นทรัลพาร์กที่สวยงามได้อย่างชัดเจน
“ฉันจะให้แกสืบอะไรให้หน่อย”
เมื่อได้ยินเสียงตอบรับจากปลายสาย ชายหนุ่มจึงสั่งเป็นภาษาไทย ภาษาบ้านเกิดที่เขาใช้น้อยครั้งนักตั้งแต่มาใช้ชีวิตอยู่ต่างแดน
“จะให้ผมสืบเรื่องอะไรครับคุณเสือ” น้ำเสียงทุ้มถามกลับมาอย่างกระตือรือร้น
กรามแกร่งของอนรรฆวีบดกันจนขึ้นสันอีกครา ดวงตาคมดุประดุจราชสีห์ก็ฉายแววเจิดจ้าน่ากลัวยิ่งนัก แล้วน้ำเสียงทุ้มก็กล่าวออกมาราวกับว่าเจ้าป่าผู้หิวโหยกำลังออกล่าเหยื่ออันแสนโอชะ
“ทุกอย่างที่เกี่ยวกับผู้ชายชื่อ โกมุท เสนานุรักษ์”
สองเดือนต่อมา อนรรฆวีซึ่งได้ข้อมูลทุกอย่างที่ต้องการจนครบถ้วนและวางแผนตอบแทนบุญคุณพิสุทธิ์เสร็จเรียบร้อยก็ออกเดินทางไปเมืองไทย โดยระหว่างทางเขาแวะเยี่ยมนางรัมภาผู้เป็นมารดาบุญธรรมที่เมืองซานตาโมนิก้า รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งรัมภาเป็นเจ้าของร้านอาหารไทยชื่อดังถึงสี่ร้านในรัฐนี้
“คิดยังไงถึงจะกลับเมืองไทยจ๊ะ ก็ไหนว่างานยุ่งไม่ใช่รึ”
รัมภาซึ่งกำลังเตรียมอาหารค่ำให้บุตรชายคนเดียวรับประทานถามอย่างแปลกใจ เพราะจู่ๆ นางก็ได้รับโทรศัพท์จากอนรรฆวีซึ่งไม่เคยกลับไปเยือนแผ่นดินไทยอีกเลยตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่นี่
แท้จริงแล้วรัมภาเป็นน้องสาวของพิสุทธิ์ แต่เพราะนางแต่งงานกับ โทมัส ฮาร์วี่ หนุ่มใหญ่ชาวอเมริกันซึ่งไม่สามารถมีบุตรสืบสกุลได้ รัมภาที่เอ็นดูและสงสารอนรรฆวีที่เพิ่งสูญเสียผู้เป็นลุงไปจึงรับชายหนุ่มเป็นบุตรบุญธรรมและพามาอยู่กันที่นี่ รวมทั้งเลี้ยงดูอุ้มชูไม่ต่างบุตรชายของตัวเอง
ภายหลังโทมัสซึ่งโชคช่วยจากการลงทุนซื้อหุ้นทองคำจนกลายเป็นเศรษฐีร้อยล้านในเพียงเวลาไม่กี่ปี และสามารถอยู่เฉยๆ จนไม่ต้องทำธุรกิจอะไรก็สบายไปตลอดชีวิต
ทว่าอนรรฆวีซึ่งจบการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ขอบิดาเปิดบริษัทสถาปนิกเพื่อต่อยอดความรู้ที่เขาได้เล่าเรียนมา
โดยเน้นรับออกแบบงานสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ เช่น โรงแรม ตึกระฟ้า หรือสนามกีฬา และบริษัทของเขาก็ประสบความสำเร็จอย่างสูงทั้งในและนอกประเทศ ฐานะร่ำรวยติดอันดับมหาเศรษฐี
โดยตอนนี้เขาคือท่านประธานใหญ่ และผู้ควบคุมธุรกิจของครอบครัวทั้งหมด ตั้งแต่บิดาป่วยและเสียชีวิตลงเมื่อห้าปีก่อน
“จะกลับไปจัดการธุระสักสองสามอย่างน่ะครับ”
คนมีแผนในใจยิ้มหวานก่อนตอบสั้นๆ พลางช่วยแม่ครัวหั่นผักสำหรับทำสลัดอยู่ที่เคาน์เตอร์กลางห้องครัว
“บอกแม่ได้ไหมว่าเสือมีอะไรอยู่ในใจ” รัมภาที่สะอึกกับคำตอบของบุตรชายไม่กล้าเอ่ยถามตรงๆ เพราะรู้ดีว่าอนรรฆวีถูกพี่ชายของนางเลี้ยงดูมาอย่างไร...
“เรื่องเก่าๆ น่ะครับ” เขาพึมพำตอบไม่เต็มเสียงนัก หากนัยน์คมโชนแสงเจิดจ้าเหลือคณา
“แม่ไม่อยากให้เสือไปเลย แม่กลัว” คนฟังลอบปล่อยลมหายใจเหยียด ก่อนปรามเสียงเครียด
