บทที่ 2 โหมโรงโศกนาฏกรรม - 2
อนรรฆวีที่เริ่มจับน้ำเสียงอันเคร่งเครียดได้จึงวางมีดในมือลง แล้วหันหลังไปกอดร่างอวบของผู้มีพระคุณมารดาไว้ แล้วหอมแก้มอย่างออดอ้อน
“แม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ผมไปเดี๋ยวเดียวก็กลับแล้วครับ ส่วนงานทางนี้ ผมก็สั่งผู้ช่วยเอาไว้เรียบร้อยแล้ว และถึงยังไงผมก็วิดีโอคอลพูดคุยประชุมกับพนักงานกันตลอด รับรองว่าไม่เสียงานครับ” พร้อมกับร่ายยาวคลายความกังวลใจ เพราะไม่อยากให้มารดาต้องเป็นห่วง
“แม่ไม่ห่วงเรื่องงานของเสือหรอก แม่รู้ว่าเสือจัดการทุกอย่างได้ดีเยี่ยมอยู่แล้ว”
รัมภาส่ายหน้าน้อยๆ กับคนตัวโตช่างอ้อน ตั้งแต่รับเลี้ยงดูอุปการะอนรรฆวีมา ไม่เคยเลยสักครั้งที่เขาจะทำให้นางต้องผิดหวังเสียใจ นำพาความภาคภูมิใจมาสู่คนเป็นแม่ยิ่ง
“หนูเจสสิก้าไปกับเราด้วยหรือเปล่าจ๊ะ” นางถามถึงแฟนสาวที่ทำตัวติดหนึบกับบุตรชายแทน
“ไม่ครับ” เขาตอบสั้นๆ
ไม่ใช่ว่าเจสสิก้าไม่อยากไปกับเขา แต่เขาไม่ต้องการพาหญิงสาวไปให้แผนของเขาล่มต่างหาก
“ยังไงก็แวะไปเยี่ยมคุณตาคุณยายบ้างก็แล้วกัน บ่นคิดถึงเสือระงม” รัมภาหมายถึงบุพการีของนางซึ่งอาศัยอยู่ที่อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี
“ครับ” อนรรฆวีรับคำก็จริง หากในใจกลับคิดว่าตัวเองคงไม่มีโอกาสได้เดินทางไปเยี่ยมญาติๆ อย่างที่มารดาต้องการเป็นแน่
เพราะภารกิจของเขาในคราวนี้พุ่งไปที่พวกเสนานุรักษ์เท่านั้น...
ร่างสูงใหญ่ที่ดูโดดเด่นจนผู้คนรายรอบต้องเหลียวหลังมองค่อยๆ เดินฝ่าฝูงชนจำนวนมากเข้าไปในมหาวิทยาลัยรัฐบาลอันดับต้นของประเทศไทย โดยมีจุดหมายอยู่ที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ซึ่งในตอนนี้แน่นขนัดไปด้วยจำนวนบัณฑิตจบใหม่และญาติพี่น้องเพื่อนพ้องมากมายมาร่วมแสดงความยินดีในวันรับปริญญา ผู้คนจึงเดินสวนกันให้ขวักไขว่ละลานตา
อนรรฆวีที่จัดการวางแผนทุกอย่างเอาไว้เสร็จสรรพเดินทางมาถึงเมืองไทยเมื่อวาน และทราบมาว่าวันนี้คือวันรับปริญญาของเหยื่อสาว เขาก็แค่แวะมาแสดงความยินดีกับความสำเร็จของเจ้าหล่อนนิดหน่อยก็เท่านั้น
แม้ผู้คนจะล้นหลาม แต่เขาก็เห็นเป้าหมายที่สอดส่ายสายตาหาในที่สุด
นั่นคือสาวน้อยที่ชายหนุ่มต้องลงทุนบินกลับมาบ้านเกิดเมืองนอนตัวเองอีกครั้ง เพื่อมาทำตามความประสงค์ของผู้มีพระคุณ
สายตาคมกริบประดุจใบมีดโกนซึ่งซ่อนตัวอยู่ภายใต้แว่นตาดำหรูราคาแพงจ้องมองร่างเล็กในชุดครุย ซึ่งกำลังจับกลุ่มถ่ายรูปอยู่ตรงบริเวณซุ้มดอกไม้ที่ถูกจัดแต่งไว้อย่างสวยงามด้วยถ้อยคำแสดงความยินดี
และถึงแม้ว่าจะพกพาความแค้นความเกลียดชังมาเต็มเปี่ยม ทว่าหัวใจของเขาดันกระตุกเข้าอย่างจังเมื่อได้เห็นรอยยิ้มของสาวน้อยหน้าหวานของเธอ...
ใบหน้ารูปไข่ของเธอสวยจนผู้หญิงหลายคนต้องอิจฉา คิ้วได้รูปพาดอยู่เหนือดวงตากลมโตซึ่งปกคลุมด้วยแพขนตางอนงาม จมูกเล็กๆ ขึ้นสันดูน่ารักเข้ากับดวงหน้าหวาน กลีบปากอิ่มที่กำลังคลี่ยิ้มอย่างมีความสุขนั่นสวยน่ารักจนคนเห็นไม่อาจละสายตาไปได้...
ความสับสนถาโถมขึ้นในหัวใจชายหนุ่มอย่างห้ามไว้ไม่อยู่ เขาจะทำร้ายสาวน้อยคนนี้ตามคำสั่งของลุงได้จริงหรือ ในเมื่อเธอดูอ่อนหวานน่ารักและน่าทะนุถนอมออกปานนี้
แต่แล้วกรามแกร่งก็ถูกบดเข้าหากันจนขึ้นสัน มือหนากำดอกกุหลาบช่อโตที่เขาหอบมาให้เธอแน่นจนมันแทบช้ำ เมื่อร่างกายตอบสนองต่อความรู้สึกในใจที่แท้จริง และสาเหตุของการมาเมืองไทยครั้งนี้
มันคือสิ่งสวยงามสิ่งเดียวที่ฉันจะให้กับเธอ… คนมีแผนในใจก้มมองช่อดอกกุหลาบในมือ ก่อนสอดส่ายสายตาไปรอบๆ ตัวเองอีกครั้ง
“ฝากดอกไม้ช่อนี้ไปให้ผู้หญิงคนนั้นหน่อยครับ” อนรรฆวีไหว้วานนักศึกษาหญิงคนหนึ่งที่กำลังเดินผ่านมา พร้อมกับชี้ไปยังร่างเล็กๆ ที่ยืนถ่ายรูปกับเพื่อนๆ ที่หน้าซุ้ม
“ดะ ได้ค่ะ” ถึงจะงุนงงกับคำขอและสตั้นกับรูปลักษณ์ดั่งเซเลปคนดังของชายหนุ่มตรงหน้า แต่นักศึกษาหญิงก็ตอบรับ พร้อมกับเดินตรงไปยังเป้าหมายที่ชายหนุ่มบอก
ร่างใหญ่ยืนเอามือสอดเข้าไปในกระเป๋ากางเกง สายตาคมยังไม่ได้ละไปจากร่างเล็กซึ่งยิ้มแย้มแจ่มใสและโพสท่าถ่ายรูปเพื่อนๆ กันอย่างสนุกสนานมีความสุข...
เธอคงสุขอยู่ได้ไม่นอนหรอกกชมน คนมีแผนในใจหมายมั่นอย่างแน่วแน่...
กชมน เสนานุรักษ์ หยิบกระดาษทิชชูขึ้นมาซับเหงื่อตรงบริเวณไรผมก่อนจะยิ้มหวานให้กับช่างภาพตรงหน้าที่กำลังเก็บภาพความประทับใจในวันสำคัญวันหนึ่งในชีวิตเธอ ใบหน้างามที่ดูเหนื่อยอ่อน หากยังดูสดใสและเกลื่อนไปด้วยรอยยิ้มหวาน
หัวใจของสาวน้อยพองโตด้วยความปลาบปลื้มในความสำเร็จของตัวเอง เกียรตินิยมอันดับหนึ่งสาขาบัญชีที่เธอคว้ามานั้น ต้องแลกกับความมุมานะและความยากลำบากทั้งทางร่างกายและจิตใจเป็นอย่างมาก
และถึงแม้ว่ามันจะเป็นความภาคภูมิใจอย่างหาที่เปรียบไม่ได้
หากผู้เป็นบิดาของเธอกลับไม่เห็นความสำคัญ รวมทั้งไม่คิดมาร่วมแสดงความยินดีกับเธอเลยด้วยซ้ำ จะมีก็มีแต่เพียงมารดาซึ่งนั่งรออยู่ใต้ตัวอาคาร ปล่อยให้เธอได้ถ่ายรูปร่วมกับเพื่อนๆ เก็บความประทับใจในวันนี้ไปนานแสนนาน
ทว่าอยู่ๆ ก็มีนักศึกษารุ่นน้องคนหนึ่งเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า พร้อมกับยื่นดอกกุหลาบสีแดงสดช่อใหญ่ที่ถูกจัดแต่งไว้อย่างสวยงาม มองปราดเดียวก็รู้ว่าราคาสูงลิบ
“มีคนฝากมาให้พี่ค่ะ” นักศึกษาที่โดนไหว้วานมาบอกพร้อมยื่นช่อดอกไม้ให้รุ่นพี่
“หะ หา ใครฝากมาคะ” เสียงหวานถามขึ้นด้วยความแปลกใจ
“ผู้ชายหล่อๆ ใส่เสื้อสีดำตรงนู้นน่ะค่ะ”
กชมนหันไปมองตามที่รุ่นน้องชี้ แต่สิ่งที่เห็นกลับเป็นแค่แผ่นหลังบึกบึนที่กำลังเดินจากไป ร่างเล็กรีบก้าวตามเพื่อจะกล่าวขอบคุณ สอบถามชื่อเสียงเรียงนาม และเหตุผลที่เขามามอบดอกไม้ให้กับเธอ
ทว่าร่างสูงใหญ่ก็เดินฝ่าฝูงชนจากไปจนลับตาเธอแล้ว
หญิงสาวพยายามชะเง้อมองเจ้าของดอกไม้ผู้ลึกลับเท่าไรก็ไม่เจอร่างใหญ่นั้นอีกแล้ว เพราะด้วยจำนวนคนล้นหลาม อีกทั้งมีเสียงเรียกจากเพื่อนยิกๆ ให้เธอกลับไปถ่ายรูปต่อ เธอจึงได้แต่ขมวดคิ้วสงสัยกับความมีลับลมคมในที่เกิดขึ้น
เขาเป็นใครกัน...
