บทที่ 5 โหมโรงโศกนาฏกรรม - 5

“ร้อยไม่เชื่อ พันไม่เชื่อ หนูนิจะฟ้องคุณพ่อ งานนี้พี่บัวโดนตีตายแน่” นิลุบลยังขู่เสียงกร้าว ถลึงตาใส่

และยิ่งได้เพ่งมองพี่สาวร่วมสายเลือด หล่อนก็ยิ่งเกลียดชังความสวยงามน่ารักของอีกฝ่าย ผิวพรรณของกชมนขาวเปล่งปลั่งและหล่อนก็อิจฉาริษยามาแต่ไหนแต่ไร

นิลุบลไม่เข้าใจ...ในเมื่อหล่อนก็เป็นบุตรของโกมุทและมารดาของตัวเองก็มีผิวขาว แต่หล่อนกลับมีผิวสีน้ำผึ้ง รูปร่างก็ไม่ได้เล็กบอบบางน่าทะนุถนอมเหมือนคนตรงหน้าสักนิด...

“ตะ แต่พี่ไม่ได้ทำอะไรผิดนะหนูนิ” กชมนหน้าตาตื่น ก่อนรีบปฏิเสธ

ความหวาดกลัวถาโถมรุนแรงไม่ต่างกับพายุร้าย ไม้เรียวจากบิดาเปรียบเสมือนหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่เธอเจริญเติบโตมาด้วยกัน และมันก็ยังทิ้งร่องรอยความเจ็บแสบปวดร้าวไปทั่วทั้งกาย...

“ก็คอยดูละกัน ว่าคุณพ่อจะตัดสินยังไง มากับหนูนิเลยนะพี่บัว” คนที่ต้องการแกล้งพี่หมายมั่น พลางคว้าหมับที่ข้อมือเล็กของอีกฝ่ายเอาไว้ แล้วทั้งกระชากทั้งดึงไปยังเรือนใหญ่ซึ่งถูกก่อสร้างไว้อย่างสวยงามตระการตาด้วยไม้สักทรงไทย

อันเป็นสถานที่ที่ลูกในไส้อย่างกชมนไม่ได้มาเยือนบ่อยครั้งนัก นอกจากจะแวะเข้ามาทำงานบ้านซึ่งได้รับมอบหมาย ไม่ใช่ในฐานะทายาทเสนานุรักษ์

ขาเล็กที่ก้าวเร็วๆ ตามหลังน้องสาวจนแทบขวิดนั้นสั่นระริก ทุกย่างก้าวไม่ต่างกับการเดินบนหนามแหลมคมที่มีจุดหมายเป็นแดนประหาร

อันที่จริงเธอไม่ได้ทำอะไรผิด เธอก็ไม่จำเป็นต้องกลัว หากว่าคนที่เธอมาพบไม่ใช่โกมุท บิดาที่เกลียดชังเธอยิ่งกว่ากิ้งกือไส้เดือน

กชมนกลัวจนหัวใจแทบจะหยุดเต้นเมื่อโดนลากมาถึงบริเวณห้องรับแขกโอ่โถงสวยงาม ดวงตากลมโตที่รื้นขึ้นด้วยน้ำร้อนๆ เบิกโพลงเมื่อมันปะทะเข้ากับดวงตาคมของผู้เป็นบิดา ซึ่งเงยหน้าขึ้นมาจากหนังสือพิมพ์ในมือพอดี

และมันก็โดนปาทิ้งอย่างอารมณ์เสีย เมื่อโกมุทเห็นหน้าลูกชังของตัวเองเต็มๆ ตา

“ใครใช้ให้แกเสนอหน้ามาที่เรือนใหญ่ นังบัว” โกมุทคำรามลั่น จ้องดวงหน้าหวานตื่นตระหนกของกชมนอย่างเอาเรื่อง กรามขบกันจนมันแทบระเบิดด้วยความเกลียดแค้นในตัวมารดาของบุตรสาววิ่งขึ้นมาจุกในอกจนหายใจแทบไม่ออก

น้ำเสียงกร้าวของประมุขของบ้านทำเอาขวัญของบุตรสาวคนโตกระเจิดกระเจิง ความกลัวแล่นปราดไปตามไขสันหลังก่อนไปหยุดอยู่ที่ขั้วหัวใจ

กชมนกลัวจนตัวสั่น ไร้เรี่ยวแรงทรงตัวยืน ในขณะที่บุตรสาวคนเล็กและผู้ให้กำเนิดหล่อนซึ่งนั่งอยู่ตรงชุดรับแขกด้วยนั่นกลับลอบยิ้มอย่างสะใจ

“คุณพ่อขา พี่บัวเขาหัดคบหาผู้ชายค่ะ” คนเป็นลูกรักเปิดฉากฟ้องทันที ผลักร่างเล็กอ่อนแรงของกชมนจนไปนั่งกองกับพื้น ส่วนตัวหล่อนเองก็โผไปนั่งเบียดตัวและกอดร่างท้วมของบิดาอย่างออดอ้อน

“ปละ เปล่านะคะ คุณพ่อ” กชมนส่ายหน้าดิก น้ำเสียงหวานสั่นเครือ

“หนูนิเห็นว่ามีผู้ชายมาส่งพี่บัว และยังจูบลากันไม่อายฟ้าอายดินในรถด้วยค่ะคุณพ่อ”

นิลุบลยังไม่เลิกยุแยงตะแคงรั่ว ยิ้มตรงมุมปากอย่างสะใจ ยิ่งได้เห็นสีหน้าเกรี้ยวกราดและลมหายใจที่ถูกปล่อยออกมาอย่างรุนแรงเพราะความโกรธเคืองของบิดา หล่อนก็ยิ่งเป็นสุข...

“นิสัยเลวบัดซบเหมือนแม่แกไม่มีผิด” โกมุทด่าทออย่างเกลียดชัง ก่อนผุดลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว คว้าไม้เท้าซึ่งวางอยู่ข้างตัวแล้วฟาดเข้าไปบนร่างกชมนเต็มแรง โดยไม่สนว่าจะเหวี่ยงไม้ไปโดนส่วนใดของร่างกายเธอ

กชมนอึ้งแน่นิ่งกับคำที่หลุดออกมาจากปากบิดาบังเกิดเกล้า ดวงตาโตเบิกโพลงและมีหยดน้ำตาร่วงเผาะลงมา ก่อนมันจะถูกปิดลงอย่างตื่นกลัวเมื่อเห็นร่างบิดาถลาเข้ามาใกล้พร้อมไม้เท้าในมือ

กชมนยกแขนบังใบหน้าและศีรษะไว้ตามสัญชาตญาณ จึงทำให้ไม้เท้าซัดเข้าตรงเอวคอดกิ่วของเธอเต็มแรง

...เจ็บไปถึงขั้วหัวใจ เจ็บทั้งตัว เจ็บทั้งใจ กชมนน้ำตาไหลพราก

บิดาไม่คิดจะฟังเหตุผลของเธอ ไม่คิดไถ่ถาม ไม่คิดไต่สวน และไม่ว่าสองแม่ลูกซึ่งนั่งยิ้มเหยียดอยู่บนโซฟาจะใส่ไคล้เธอไว้อย่างไร เรื่องราวจะต้องลงเอยแบบนี้ทุกครั้ง เป็นแบบนี้ตั้งแต่กชมนผู้น่าสงสารจำความได้...

“คุณพ่อ บัวเจ็บ อย่าทำบัวค่ะ ฮือๆ บัวเปล่านะคะ” ลูกชังของโกมุทสะอื้นไห้จนตัวโยน ยกมือไหว้ท่วมหัว ร่ำร้องขอความเห็นใจในฐานะบุตรสาว

...ทว่าดูเหมือนเธอจะไม่ได้รับสิทธิ์นั้น

“กูจะสอนให้มึงจำนังบัว มึงจะได้ไม่คิดคบชู้สู่ชายอีก” คนมีแผลในใจตวาดเสียงดัง เงื้อไม้เท้าในมือขึ้นฟาดสั่งสอนลงโทษให้หลาบจำ

ไม้มหาภัยอันโตซัดเข้าตรงกลางลำตัวเล็กอีกที

“ฮือๆ บัวเปล่ามีแฟนนะคะคุณพ่อ” กชมนเจ็บไปทั้งตัว รวดร้าวไปทั้งกาย ร้องไห้ปิ่มว่าหัวใจจะแหลกสลาย

“ไม่ใช่แฟนมึงแล้วทำไมมีไอ้หน้าตัวผู้มาส่งมึงที่บ้านได้ หา” น้ำเสียงผู้เป็นบิดาเกรี้ยวกราด ดวงตาคมเหี้ยมเกรียม ทว่าฉายแววปวดร้าวอยู่ด้านใน ทุกครั้งที่โกมุทมองหน้าบุตรสาวคนโตซึ่งเป็นดั่งกระจกเงาสะท้อนผู้หญิงหนึ่งเดียวในดวงใจของเขา

ผู้หญิงที่เขารักหมดใจ หากนังผู้หญิงสารเลวคนนั้นก็หักหลังเขาได้อย่างเลือดเย็นร้ายกาจ

น้ำผึ้งหวานกลายเป็นขม...รักที่ล้นหัวใจจึงกลายเป็นแค้นที่สลักแน่นในใจ

ความเจ็บแค้นในใจถาโถมรุนแรงยิ่งกว่าคลื่นยักษ์ จนโกมุทเริ่มหายใจติดขัด ร่างท้วมโอนเอน จึงต้องรีบหย่อนตัวนั่ง แต่ยังจ้องลูกชังด้วยความเกลียดชังที่เอ่อล้นมาทางสายตา

“เปล่านะคะคุณพ่อ พี่ดนัยเป็นรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยค่ะ เขาแค่มาส่งบัวเท่านั้นจริงๆ ค่ะ”

กชมนอธิบายเสียงเครือ ดวงตาที่แดงก่ำและวาววับด้วยคราบน้ำตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมของบิดา สื่อให้อีกฝ่ายรับรู้ถึงความจริงในคำพูดของเธอ

โกมุทปวดหัวใจ...ดวงตาที่เหมือนกับของจรรยาไม่มีผิด มันราวกับว่าผู้หญิงที่เขารักกำลังมองเขาด้วยแววตาตัดพ้อน้อยใจ ขอบตาเขาร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่

“แล้วเธอไปทำอะไรก่อนพ่อหนุ่มนั้นจะมาส่งล่ะ” ศจีที่นั่งดูโกมุททำโทษกชมนอย่างสุขใจถามขึ้นมา และมันเป็นการกวนน้ำให้ขุ่น เพื่อให้สามีตำหนิติติงลูกนังจรรยาต่อก็เท่านั้น

“บะ บัวไปตรวจร่างกายมาค่ะ บัวต้องไปฝึกงานพรุ่งนี้” ลูกชังรีบไขความจริงด้วยน้ำเสียงสั่นระริก

ดีเหมือนกัน เธอจะได้ถือโอกาสลาบิดาเสียตั้งแต่วันนี้ เพราะที่ผ่านมาท่านก็ไม่คิดสนใจไยดีเธออยู่แล้ว และถ้าท่านไม่เรียกหา เธอคงไม่มีทางได้บอกเรื่องนี้ให้โกมุทรับรู้แน่

บทก่อนหน้า
บทถัดไป