บทที่ 6 Recipe for Disaster: โหมโรงโศกนาฏกรรม - 6

“ที่ไหน” โกมุทถามอย่างระแวง เพราะบุตรสาวของเขาสวยงามหยาดเยิ้ม ยิ่งโตยิ่งงาม และเขาก็กลัวจะประวัติซ้ำรอย...

“ที่นครราชสีมาค่ะ”

“ไปไกลๆ ตา อย่าทำตัวงามหน้าให้ต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงเสนานุรักษ์ล่ะ ถึงแกจะไม่ใช่เลือดเสนานุรักษ์”

ถึงจะห่วงใยอยู่ในใจ แต่โกมุทก็ยังไม่วายเสียดสีด่าว่า กรามแกร่งถูกขบเข้ากันรุนแรง เลือดลมตีวนผิดปกติเมื่อนึกถึงแผลเป็นอันเจ็บลึกอยู่ในใจ

“คุณพ่อ” กชมนครางอย่างอ่อนแรง

ความน้อยใจต่อตัวบิดาบังเกิดเกล้ากระแทกกระทั้นอยู่ในอกจนเจ็บร้าวไปหมด กลีบปากอิ่มเม้มเข้าหากันจนมันเป็นเส้นตรง น้ำตายังรินไหลไม่ขาดสาย และมันเป็นอย่างนี้ทุกครั้ง

บิดาและน้ำตาของเธอดูเหมือนจะเป็นของคู่กัน

“ไป ไปได้แล้ว เห็นหน้าแกนานๆ แล้วความดันฉันขึ้น” โกมุทชี้หน้าไล่ ดวงตาเกรี้ยวกราด มือเหี่ยวย่นยกขึ้นจับตรงหัวใจซึ่งมันใช้งานสูบฉีดเลือดเร็วเกินไป

“คุณพี่ คุณพี่เป็นยังไงบ้างคะ” ศจีรีบถลามาประคองสามีไว้ ก่อนหันไปจิกตาใส่ข้าวนอกนาด้วย

“ไปสิ พ่อเธอไล่แล้ว จะนั่งนิ่งหาสวรรค์วิมานอะไร” ภรรยารองไล่บุตรสาวภรรยาใหญ่ไม่ต่างกับหมูกับหมา

“คุณพ่อขา คุณพ่อใจเย็นๆ นะคะ มาค่ะ หนูนิพาคุณพ่อไปพักผ่อนนะคะ”

นิลุบลที่หัวใจพองโตเป็นสุขกับฉากพ่อลูกเมื่อสักครู่ปรี่เข้าไปช่วยพยุงร่างบิดาแล้วพาเดินไปพักผ่อนในห้อง ทว่าหล่อนก็ไม่ลืมหันหน้ามาแลบลิ้นปลิ้นตาใส่คนโดนทำโทษ

ทั้งยังทำปากขมุบขมิบใส่ด้วย ‘สมน้ำหน้า’

กชมนปล่อยโฮออกมาอย่างสุดจะทานทนความน้อยเนื้อต่ำใจไว้ในใจได้ ก่อนพยุงร่างบอบช้ำของตัวเองขึ้น เดินหนีไปจากสถานที่ใหญ่โตหรูหราที่ไม่ต่างกับขุมนรก กลับไปยังบ้านหลังน้อยแต่เต็มไปด้วยรักจากมารดาของเธอ

เธอจะตั้งใจทำงาน เก็บเงิน และเมื่อถึงเวลา เธอจะพามารดาหนีไปให้พ้นจากกรงขังของบิดา บินหนีไปสู่อิสรภาพ กชมนหมายมั่น ดวงตากลมโตฉายแววจริงจัง

และหญิงสาวก็หวังอย่างแรงกล้าว่า ‘งาน’ ของเธอจะนำพาความฝันนี้ให้เป็นจริง...

“รถตู้มาโน่นแล้วค่ะ” กชมนร้องอย่างตื่นเต้น ยกมือชี้รถตู้สีขาวคันใหม่เอี่ยมของบริษัท ซึ่งค่อยๆ ชะลอจอดรับตรงบริเวณหน้าบ้านที่เธอและมารดายืนรออยู่สักพักใหญ่แล้ว

“บัวไปนะคะแม่” ก่อนหันมาพนมมือลามารดาด้วยสีหน้าแจ่มใสมีความสุข

ถึงแม้ว่าจะผ่านเรื่องร้ายๆ เมื่อวานมา และวันนี้ยังต้องจากมารดาที่เคารพรักไปไกลเป็นเดือนๆ แต่มันเป็นหน้าที่และเป็นอนาคตอันแสนสดใสของเธอกับมารดานั่นเอง

“โชคดีจ้ะบัว พระคุ้มครองนะลูกแม่” จรรยาอวยพร พร้อมกับกอดร่างเล็กของบุตรสาวไว้ด้วยรัก รอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจระบายเต็มใบหน้าที่ยังงดงามไม่เปลี่ยน

“ขอบคุณค่ะ แล้วบัวจะโทร.มาหาแม่บ่อยๆ แม่ก็รักษาสุขภาพด้วยนะคะ อย่าลืมกินยาและอย่าลืมไปหาหมอตามนัดนะคะ”

คนที่ไม่เคยจากมารดาไปไหนไกลน้ำตาปริ่มขอบตา กอดร่างมารดาแน่นอย่างไม่อยากจากลาไปไหน แต่ก็ต้องตัดใจหันหลังเดินไปขึ้นรถตู้ซึ่งมีพนักงานขับรถลงมาเปิดประตูให้เรียบร้อย พร้อมทั้งรับกระเป๋าเสื้อผ้าใบเล็กไปใส่ท้ายรถ

กชมนโน้มตัวขอบคุณ แล้วก้าวขึ้นไปนั่ง ก่อนจะหันมาโบกมือลามารดาอีกครา

“บัวไปแล้วค่ะแม่” สิ้นเสียงหวาน ประตูรถตู้ก็ถูกปิดลง พร้อมกับคนขับที่กลับขึ้นไปนั่งประจำที่แล้วขับรถออกมาจากหน้าบ้านเสนานุรักษ์ มุ่งหน้าไปออกนอกเมือง

กชมนยกมือขึ้นเช็ดคราบน้ำตาที่ร่วงเผาะลงมาเปรอะเปื้อนหน้างาม ก่อนสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดรวบรวมกำลังใจและพลังชีวิต

เธอจะอ่อนแอไปทำไมกัน เธอไปทำงานหาเงิน ไม่ได้ถูกลักพาตัวไปทำมิดีมิร้ายสักหน่อย...

หญิงสาวคลี่ยิ้มออกมาอย่างภูมิใจแทน ก่อนหันไปสำรวจภายในรถ กชมนตาโต หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เพราะไม่มีใครโดยสารอยู่บนรถคันนี้อีก

นอกจากผู้ชายตัวโตที่ใส่หมวกแก๊ปสีดำ สวมแว่นตาดำ นั่งกอดอกอยู่ตรงที่นั่งหลังสุดของตัวรถ...

กชมนขนลุกเกรียวโดยไม่ทราบสาเหตุ...

คิ้วสวยขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย เธออาจจะเป็นพนักงานคนแรกที่รถตู้มารับ แล้วอาจจะต้องแวะไปรับพนักงานคนอื่นที่อื่นอีกก็ได้ เธอคิดในทางที่ดี...

กชมนหันกลับมาก็ล้วงเข้าไปในกระเป๋า ควานหาโทรศัพท์มือถือมาแชตไลน์คุยกับเพียงขวัญเพื่อนรักซึ่งสนิทกันตอนเรียนมหาวิทยาลัย เพื่อฆ่าเวลาระหว่างเดินทาง...

แล้วในขณะที่เธอกำลังก้มหน้าก้มตาคุยกับเพื่อนอย่างอกรสออกชาติ เสียงคนขับรถก็ดังขึ้น

“ดื่มชาเขียวไหมครับคุณกชมน” ชายหนุ่มคว้าขวดชาเขียวรสน้ำผึ้งมะนาวเย็นเจี๊ยบจากคูลเลอร์ข้างกาย แล้วยื่นมาให้เธอด้านหลังด้วยรอยยิ้มอย่างเป็นมิตร

“ขอบคุณค่ะ” กชมนรับมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มไม่ต่างกัน รู้สึกใจชื้นขึ้นมาหน่อยกับความเป็นมิตรของพนักงานขับรถ

“ขอโทษด้วยนะครับ ไม่มีน้ำเปล่าติดรถไว้เลย มีแต่พวกชากับน้ำอัดลม พอดีผมชอบดื่มเปรี้ยวๆ ซ่าๆ แล้วตาสว่างน่ะครับ” เขาสาธยายไปตามสคริปต์ที่ท่องเตรียมไว้

“ไม่เป็นไรค่ะ บัวก็ชอบชาเขียวเหมือนกันค่ะ” เธอยิ้มให้คนขับแสนใจดีนั้นอีกครั้ง ก่อนจะเปิดขวดชาเขียวแล้วยกขึ้นดื่ม เพราะเธอเองก็รู้สึกกระหายน้ำอยู่พอดี

กชมนกลับไปแชตไลน์คุยกับเพื่อนต่อ พร้อมยกขวดชาเขียวจิบไปเรื่อยๆ จนหมดขวดโดยไม่รู้ตัว และในขณะเดียวกันก็ต้องยพยายามห้ามไม่ให้ตัวเองหันหลังไปมองผู้ชายด้านหลัง

เธอสาบานได้ว่า รู้สึกได้ถึงรังสีอะไรบางอย่างที่ส่งผ่านมาจากทางด้านหลังนั่น จนเธอรู้สึกปวดแสบปวดร้อนไปหมด แต่ก็พยายามข่มอารมณ์ความกลัวเอาไว้...

ไม่เอาน่า อย่ากลัวอะไรไม่เข้าเรื่องแบบนี้สิ กชมนปลอบใจตัวเอง ก่อนจะเปิดปากหาวหวอดใหญ่ เมื่ออยู่ๆ ก็รู้สึกง่วงจนตาแทบปิด เปลือกตาหนักอึ้งราวกับโดนถ่วงด้วยลูกตุ้มขนาดใหญ่

หญิงสาวสะบัดศีรษะไปมาเพื่อเรียกสติ ทว่าก็ไม่อาจฝืนความง่วงในตัวไว้ได้อีกต่อไป แล้วสติทั้งหมดของเธอก็ดับวูบลง...

“จริงๆ คุณเสือไม่ต้องมาเองก็ได้ครับ” คนขับรถทัก เมื่อเห็นผลงานของเจ้านายสำเร็จลุล่วง พร้อมกับมองมาทางกระจกมองหลัง

พิเชษฐ์ใช้หลอดฉีดยาฉีดยานอนหลับอย่างแรงลงในขวดน้ำชาเขียว รวมทั้งเครื่องดื่มหลากหลายชนิดในคูลเลอร์นั้นด้วย เพื่อเอาไว้บริการแขกสาวตามคำสั่งพิเศษจากเจ้านายหนุ่มซึ่งนั่งเงียบอยู่ด้านหลังรถตู้...

“แวะมาดูรั้วเสนานุรักษ์บ้างจะเป็นไรไป เพราะอีกหน่อยก็ต้องกลายเป็นของฉัน” เจ้านายหนุ่มพูดเสียงเรียบๆ

ดวงตาคมจ้องไปยังศีรษะเล็กซึ่งปกคลุมไปด้วยกลุ่มผมยาวสลวยและโคลงเคลงไปมาอยู่บนพนักพิง โดยที่เจ้าตัวไม่ได้รับรู้ชะตากรรมที่กำลังจะเกิดขึ้นกับชีวิตตัวเองเลยสักนิด

“คุณเสือจะแวะที่ไหนอีกไหมครับ” พิเชษฐ์ถามตามประสาลูกน้องที่ดี รถตู้ก็มุ่งหน้าออกจากตัวเมืองไปทางทิศตะวันออก

“ไม่” อนรรฆวีตอบหนักแน่น ดวงตาคมก็ฉายแววเหี้ยมเกรียมน่ากลัว “ตรงไปสวนเลย ฉันมี ‘เหยื่อ’ ที่จะต้องจัดการ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป