บทที่ 7 Physically Scarred: มลทินอสูร - 1

สองชั่วโมงต่อมา รถตู้คนเดิมซึ่งลัดเลาะอยู่บนถนนลาดยางสายหนึ่งก็เลี้ยวผ่านป้าย ‘สวนรัมภา’ ใน อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง อันเป็นจุดหมายของผู้โดยสารในรถคันนี้

ยกเว้นสาวน้อยผู้เคราะห์ร้ายซึ่งยังสลบไม่ได้สติอยู่ตรงเบาะที่นั่งเดิม

ดวงตาคมกริบของอนรรฆวีละจากศีรษะเล็กที่โงนเงนไปมาบนพนักพิงเพราะเขาก็จดจ้องเอาไว้ตลอดการเดินทาง กวาดตามองไปนอกตัวรถเพื่อชื่นชมบรรยากาศของสวนที่อุดมไปด้วยผลไม้ผลนานาพรรณที่รถตู้เคลื่อนตัวผ่านไปอย่างช้าๆ ไม่ว่าจะเป็นทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง กระท้อน บนพื้นที่กว่าสามร้อยไร่ และถูกดูแลจัดแต่งไว้อย่างสวยงามร่มรื่น

เมื่อห้าปีก่อน มารดาของเขาซื้อสวนผลไม้แห่งนี้มาจากเจ้าของเดิมซึ่งทนพิษราคาผลไม้ตกต่ำไม่ไหว โดยจ้างพิเชษฐ์ หัวหน้าคนงานคอยดูแลฟื้นฟู

จากนั้นก็พลิกสวนผลไม้แห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ซึ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ารับประทานผลไม้สดๆ ในแบบบุฟเฟ่ต์ โดยเก็บค่าเข้าต่อคน รวมทั้งมีสาธิตการเก็บผลไม้อย่างถูกวิธี และขายผลไม้ในราคาถูก

รวมทั้งมีบริการบ้านพักในรูปแบบโฮมสเตย์ สำหรับผู้สนใจจะพักค้างคืนอีกด้วย

ส่วนบ้านพักสองชั้นหลังใหญ่ทรงทันสมัย รายรอบไปด้วยกระจกใสทุกด้านของเจ้าของไร่นั้นถูกปลูกสร้างไว้อย่างสวยงามพร้อมด้วยเครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน และห่างจากตัวสวนผลไม้ไปด้านในเพื่อความเป็นส่วนตัว โดยมีภูเขาลูกใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ด้านหลัง และทุกครั้งที่มารดาของเขากลับเมืองไทยก็จะแวะมาพักผ่อนที่สวนรัมภาเสมอ...

ถึงแม้อนรรฆวีจะเป็นคนออกแบบบ้านหลังนี้ด้วยตัวเอง แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้มาเยือนสวนแห่งนี้ และเขารู้ว่ามารดาคงจะเสียใจอย่างหาที่เปรียบไม่ได้หากทราบว่าบุตรชายของท่านใช้สถานที่อันแสนร่มรื่นเป็นส่วนหนึ่งของแผนการแก้แค้น

ทันทีที่รถตู้จอดสนิทตรงลานจอดรถหน้าบ้าน และประตูรถถูกเปิดออกต้อนรับเจ้านายโดยฝีมือลุงเขียวซึ่งเป็นคนงานในสวน รวมทั้งคอยดูแลบ้านหลังงามนี้ด้วย

ร่างสูงใหญ่ก็ก้าวลงมาจากรถ ก่อนยืดเส้นยืดสายไล่ความเมื่อยขบ กวาดสายตาสำรวจความสวยงามของสวนแห่งนี้อย่างภาคภูมิใจ

“ห้องที่ผมสั่งไว้ล่ะครับ” เจ้านายหนุ่มถามเสียงราบเรียบ

“เมียผมจัดเตรียมไว้ให้เรียบร้อยแล้วครับนาย” ลุงเขียวโน้มตัวตอบอย่างนอบน้อม พร้อมกับแนะนำป้าอิ่มซึ่งเป็นภรรยาคู่ชีพและแม่บ้านประจำของที่นี่ให้กับอนรรฆวีรู้จักด้วย ซึ่งเจ้าตัวก็ยิ้มทักทายเจ้านายหนุ่มอย่างสุภาพด้วยเช่นกัน

อนรรฆวีพยักหน้ารับ และยิ้มบางๆ ให้ทั้งคู่ ก่อนหันไปตวัดร่างอ่อนปวกเปียกของเหยื่อสาวขึ้นอุ้มแล้วพาเดินตรงเข้าบ้าน หากพิเชษฐ์ก็ปรี่เข้ามาเสนอตัวช่วยอย่างคนรู้จักหน้าที่

“ให้ผมช่วยไหมครับคุณเสือ” ถามพร้อมยื่นแขนออกมาทำทีรับร่างเล็กไปอุ้มเสียเอง

ทว่าเจ้านายหนุ่มเบี่ยงตัวหลบไม่พอ ยังส่งสายตาวับวาวเป็นเชิงต่อว่าให้ด้วยอีกต่างหาก

“ไม่ต้อง ฉันจัดการเอง”

คนที่มีความแค้นต้องชำระตอบเสียงติดเหี้ยม แล้วพาคนในอ้อมแขนเดินดุ่มๆ ตามหลังป้าอิ่ม เพื่อตรงไปยังห้องที่เขาสั่งให้แม่บ้านจัดเตรียมเอาไว้เป็นพิเศษสำหรับการนี้โดยเฉพาะ...

อนรรฆวีวางร่างกชมนลงบนเตียงขนาดเล็ก ภายในห้องนอนมืดทึมบนชั้นสองซึ่งโล่งไร้เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งห้อง ยกเว้นเก้าอี้เพียงตัวเดียวอยู่ตรงมุมห้อง แตกต่างจากส่วนอื่นๆ ในบ้านหลังนี้ซึ่งถูกตกแต่งไว้อย่างทันสมัยสวยงามราวฟ้ากับเหว

ป้าอิ่มที่รู้หน้าที่ก็เดินไปเปิดม่านเพื่อให้แสงสว่างลอดผ่านเข้ามาในตัวห้อง เพื่อช่วยลดบรรยากาศมืดอึมครึมที่เป็นผลมาจากใบหน้าเรียบเฉยของนายจ้าง ทว่าเสียงทุ้มก็ร้องห้ามไว้ทันที

“ไม่ต้องเปิดครับ” เสียงของคนไม่ต้องการความสว่างในห้องทำเอาคนแก่สะดุ้ง

ป้าอิ่มรับคำก่อนจัดการปิดม่านที่เปิดมาได้ครึ่งทางแล้วไปไว้อย่างเดิม ห้องที่มืดอยู่แล้วจึงยิ่งดูน่ากลัวขึ้นไปอีก เพราะร่างใหญ่ที่กำลังแผ่รังสีอะไรสักอย่างออกมาจนป้าอิ่มขนลุก

“คุณเสืออยากกินอะไรเป็นพิเศษไหมคะ ป้าจะได้เตรียมไว้ให้” แม่บ้านสูงวัยถามถึงอาหารมื้อค่ำที่จะมาถึงในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า

“ป้าออกไปได้เลยครับ มีอะไรผมจะเรียกหาเอง” เจ้านายหนุ่มไม่คิดตอบคำถาม กลับออกปากไล่แทน ใบหน้าคมที่ยังเรียบเฉยหันมาส่งสายตาลุ่มลึกเพื่อย้ำคำสั่งของตัวเองด้วย

ร่างผอมบางของป้าอิ่มจึงรีบเดินแกมวิ่งออกไปจากห้องแทบไม่ทัน

อนรรฆวีหันมามองกชมนที่ยังสลบไสลไม่รู้เรื่องราวอีกหน ก่อนหย่อนร่างสูงใหญ่ตามชาติพันธุ์ลงนั่งบนเตียงนั่นด้วย ดวงตาคมก็จดจ้องร่างอิ่มที่ดูน่ามองไม่วางตา และหญิงสาวก็ดูมีเสน่ห์น่าสัมผัสทั้งๆ ที่ยังหลับอยู่แท้ๆ

“ฟื้นได้แล้วกชมน...อย่าให้ฉันต้องรอนาน...”

ชายหนุ่มเขย่าปลุกร่างน้อยเบาๆ ก่อนเอื้อมไปปัดปอยผมซึ่งหล่นมาปรกหน้าออก เผยให้เห็นดวงหน้าหวานที่ทำให้เขาลมหายใจสะดุดเมื่อได้เห็นหน้าเธอครั้งแรก

...แต่มันก็แค่นั้น....ความสวยงามน่ารักของเธอไม่อาจลดไฟแค้นในตัวเขาลงได้

อนรรฆวีไล่สายตาพิจารณาวงหน้าหวานรูปไข่ที่มีเครื่องประกอบอย่างลงตัว และมองเท่าใดก็ไม่รู้เบื่อนั่น

ดวงตากลมโตที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกตาประดับด้วยแพขนตางามงอน คิ้วได้รูปที่วางพาดอย่างเป็นระเบียบอยู่ด้านบน จมูกโด่งสวยรับกับเครื่องหน้าส่วนอื่นๆ ได้อย่างเหมาะเจาะ พวงแก้มนุ่มที่เขาอดไล้นิ้วไปมาไม่ได้

แล้วไหนจะกลีบปากอิ่มสีชมพูหวานนั่นอีก

ยิ่งพิศหญิงสาวก็ยิ่งดูน่ารักน่าสัมผัสและน่าทะนุถนอมไปเสียทุกสัดส่วน น่าเสียดายที่เขาคงจะอ่อนโยนนุ่มนวลกับสาวเจ้าไม่ได้

“เพื่อไม่ให้เสียเวลา...” น้ำเสียงทุ้มเปรยขึ้น พร้อมๆ กับมือหนาเลื่อนจากพวงแก้มนุ่มมาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นพอดีตัวบนร่างกชมนออกอย่างช้าๆ

เนินอกอวบที่ค่อยๆ เผยโฉมและดันกันอย่างอึดอัดทว่าสวยงามภายใต้บราเซียร์สีหวานนั้นทำเอาอนรรฆวีเริ่มรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป