บทที่ 8 Physically Scarred: มลทินอสูร - 2

เขาไม่ใช่หนุ่มน้อยด้อยประสบการณ์ที่จะมามือไม้สั่นกับการลองรักครั้งแรก หากดูเหมือนมันใช้ไม่ได้กับครั้งนี้หรืออย่างไรกัน เพราะแค่ได้เห็น สมาธิของคนที่จดจ่ออยู่กับแผนทวงแค้นให้ผู้มีพระคุณก็ว่อกแว่กจนแทบควบคุมไม่อยู่

จากนั้นชายหนุ่มก็จัดการปลดตะขอที่โอบอุ้มดอกบัวคู่งามเอาไว้ แล้วสลัดทิ้งตามเสื้อเชิ้ตไปอย่างง่ายดาย ทว่าคนเห็นก็ตะลึงในความงดงามจนแทบลืมหายใจ ไม่น่าเชื่อว่าร่างเล็กที่ดูแบบบางของเธอจะอวบอิ่มดูเต็มไม้เต็มมืออย่างที่เห็น

“สวยไม่เบา” เขาอดครางอย่างชื่นชมไม่ได้

อนรรฆวีลอบกลืนน้ำลายลงคอหลายครั้ง เมื่อรับรู้ถึงความเร่าร้อนในตัวที่ถูกปลุกขึ้นราวกับได้รับเชื้อเพลิงชั้นดี

กลิ่นสาบสาวหอมกรุ่นลอยมาเตะจมูกโด่งระลอกแล้วระลอกเล่า ทำให้เขาต้องกัดฟัน ต้องหลับหูหลับตากำจัดอาภรณ์ที่เหลือออกจากร่างงามอย่างเร่งรีบทุลักทุเล จนกางเกงขายาวสีดำและชั้นในชิ้นจ้อยลอยละลิ่วไปกองกับพื้นตามชิ้นก่อนๆ ด้วย

ร่างใหญ่ผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอกเมื่อทำงานง่ายๆ ที่กินเวลาไปพอสมควรได้สำเร็จ...เล่นเอาเขาเหงื่อตก และมีอาการเหมือนคนไม่เคยเห็นผู้หญิงเปลือยมาก่อน

นั่นเพราะร่างอิ่มเปลือยเปล่าขาวนวลราวกับนมสดนั้นช่างดูล่อลวงตาและเย้ายวนใจคนเห็นยิ่งนัก และแม้แสงในห้องจะมีเพียงน้อยนิด ดวงตาคมกริบของเขากลับเห็นทรวงอกอิ่มก็ผลิบานชูช่ออย่างเชื้อเชิญ และกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจอย่างชัดเจน

และมันก็ส่งผลต่อร่างใหญ่จนเดือดพล่านอย่างรุนแรง ชายหนุ่มต้องขบกรามแน่นจนมันแทบหักเพราะไม่ต้องการให้อารมณ์รัญจวนขึ้นมาอยู่เหนือหน้าที่สำคัญยิ่งของตัวเอง

ให้ตายสิ ทำไมต้องใจสั่นด้วย

อนรรฆวีก่นด่าตัวเอง ก่อนลุกขึ้นยืน หันหลังหนีภาพสวยงามสะคราญไร้ที่ติตรงหน้า แล้วเดินไปนั่งตรงเก้าอี้ตัวเดียวภายในห้องเพื่อรอให้เหยื่อสาวฟื้นลืมตาขึ้นมาอย่างอดทน...

ในอีกไม่กี่อึดใจต่อมา ร่างเล็กที่นอนไร้สติอยู่บนเตียงก็ขยับตัวเล็กน้อยอย่างเมื่อยขบ รู้สึกราวกับว่าตัวเองนอนอยู่บนพื้นแข็งๆ มาเป็นเวลานาน เปลือกตาซึ่งรายล้อมไปด้วยแพขนตางามงอนทว่าหนักอึ้งก็ค่อยๆ ปรือเปิดขึ้น ก่อนกะพริบขึ้นลงสองสามครั้งอย่างง่วงงุน

แล้วสิ่งที่เห็นคือเพดานห้องที่มีพัดลมแขวนหมุนอยู่...ที่ไหน เธอคิดอย่างงุนงง

กชมนพยุงตัวขึ้นนั่งอย่างโงนเงน สลัดศีรษะเล็กของตัวเองไปมาเบา แล้วคิดทบทวนอย่างหนักว่าตัวเองมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ในเมื่อความจำสุดท้ายคือการนั่งอยู่บนรถตู้ซึ่งบริษัทส่งไปรับที่บ้าน

ที่นี่ที่ไหนกัน แล้วทำไมเธอถึงได้มานอนอยู่บนเตียงแข็งๆ ในห้องมืดๆ แบบนี้ได้

มือน้อยยกขึ้นจับสัมผัสร่างกายของตัวเองโดยอัตโนมัติ เพื่อสำรวจความผิดปกติ ทว่าเธอกลับพบความว่างเปล่าโล่งโจ้ง ไม่มีเสื้อผ้าอยู่บนตัวเธอสักชิ้น มันเกิดอะไรขึ้น

“กรี๊ด” กชมนกรีดร้อง ตกใจจนแทบเสียสติ น้ำตาเอ่อท่วมเบ้าตาสวยหวาน มือน้อยลนลานคว้าผ้าห่มข้างตัวมาคลุมร่างกายของตัวเองทันที

ดวงตากลมโตที่ฉายแววตื่นตระหนกกวาดมองไปทั่วห้อง ก่อนเบิกโพลงด้วยความตื่นกลัว เมื่อเธอเห็นร่างสูงใหญ่ของ ‘ผู้ชายคนนั้น’ ยืนถมึงทึงอยู่ตรงกลางห้อง และในความเลือนราง เธอกลับเห็นชัดว่าเขากำลังปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตบนตัวออกอย่างเชื่องช้า...

ร่างเล็กผวาเฮือก ความกลัวแล่นปราดไปจับอยู่ตรงขั้วหัวใจ...

“ทำไมฉันถึงมาอยู่ที่นี่ คุณเป็นใคร” เธอถามเสียงสั่นระริก พร้อมๆ กับถอยกรูดจนไปติดหัวเตียง เพื่อหนีร่างใหญ่ที่กำลังย่างสามขุมมายังเตียงแข็งๆ นี่ด้วย

อนรรฆวีลุกขึ้นยืนทันทีเมื่อเห็นกชมนขยับตัว พร้อมกับปลดปราการบนร่างทิ้ง เมื่อเห็นร่างเล็กโงนเงนผุดลุกขึ้นนั่งบนเตียง แล้วเขาก็ค่อยๆ เดินอย่างย่ามใจตรงไปที่เตียง ไม่ต่างจากเสือร้ายที่กำลังออกล่าเหยื่อตัวน้อยเลยสักนิด

“ฝันร้ายของเธอยังไงล่ะ...กชมน”

คนที่รอเวลานี้มานานแล้วตอบเสียงดังฟังชัด ทำเอาคนฟังขนลุกซู่ประหนึ่งมีเงาอำมหิตพาดผ่านลำตัวที่สั่นระริกด้วยความกลัว

อีกทั้งเงาทะมึนของร่างสูงใหญ่นั้นยังคืบคลานเข้ามาใกล้ ไม่ต่างกับภัยร้าย เสื้อผ้าของเขาก็หลุดพ้นร่างใหญ่ออกไปทีละชิ้นในทุกย่างก้าว

“อะ อะไรนะ คะ คุณกะ กำลังจะทำอะไร”

คนที่ยังจับต้นชนปลายไม่ถูกถามเสียงสั่น หัวใจเต้นกระหน่ำด้วยความกลัวจนมันแทบหลุดออกมาจากขั้ว

แล้วร่างเปลือยเปล่าที่โดนเจ้าของสลัดอาภรณ์ทิ้งจนหมดทำเอาเธอหัวใจจะวายตาย เพราะมันช่างดูใหญ่โตน่ากลัวเสียเหลือเกิน

และถึงเขาไม่ตอบ เธอก็ไม่ได้ไร้เดียงสาจนไม่รู้ว่ากำลังจะเกิดอะไรกับตัวเองในอนาคตอันใกล้นี้

กชมนกลัวจนตัวแข็งทื่อ ได้แต่นั่งสั่นสะท้านขนลุกซู่อยู่ที่เดิม ทั้งๆ ที่สมองซึ่งเพิ่งใช้การได้เพียงน้อยนิดสั่งให้พาตัวเองหนีไปจากเหตุการณ์อันเลวร้ายที่สุดในชีวิตลูกผู้หญิงเช่นนี้

หากมันทำไม่ได้ เพราะโดนสายตาคมกริบของเขาตรึงเอาไว้แน่น ด้วยดวงตาคมที่เหมือนจะฆ่าคนเห็นให้ตายเพียงแค่ได้สบตาเท่านั้น

“นอนกับเธอ” อนรรฆวีตอบเสียงเย็นชา

สายตาคมก็กำลังแผดเผาเธอให้ตายทั้งเป็น ทั้งๆ ที่ตอนนี้เธอน่าจะสิ้นลมหายใจเพราะความกลัวไปแล้วด้วยซ้ำ

“ดะ...ได้โปรดอย่าทำอะไรฉันเลยนะคะ...กรุณาบัวเถอะ...บัวขอร้อง”

กชมนร่ำร้องขอด้วยความหวาดกลัวสุดชีวิต สองมือน้อยยกไหว้ท่วมหัวขอความเห็นใจ น้ำตาไหลพรากยิ่งกว่าสั่งได้

ตั้งแต่เกิดมาเธอยังไม่เคยพบพานสถานการณ์น่าหวาดกลัวเยี่ยงนี้มาก่อน ไม่...แม้กระทั่งกับบิดาผู้ซึ่งนำพาแต่ความเจ็บปวดมาสู่ชีวิตแสนอาภัพของเธอนับครั้งไม่ถ้วน

ทว่าแทนที่จะเห็นใจกับภาพช่างน่าเวทนาของหญิงสาว ชายหนุ่มกลับทำในสิ่งตรงกันข้ามกับที่เธอร้องขอโดยสิ้นเชิง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป