บทที่ 9 Physically Scarred: มลทินอสูร - 3
“กรี๊ดดด อย่า”
กชมนกรีดร้องลั่นราวกับคนเสียขวัญ เมื่อร่างใหญ่กระโจนขึ้นมาบนเตียงแล้วโถมทับเธอเอาไว้ทั้งตัว พร้อมกอดรัดร่างเล็กเอาไว้ใต้ร่าง และเก็บกักเธอไว้ใต้อาณัติ ไร้หนทางหลบหนี
ร่างเล็กที่ยังอ่อนแรงทั้งดิ้นทั้งทุบทั้งข่วนร่างใหญ่เป็นพัลวัน ทำทุกวิถีทางให้หลุดพ้นจากพันธนาการร้ายของเขาให้ได้
“อย่าทำอะไรฉันเลยนะคะ”
ร่างสั่นระริกพยายามสลัดตัวหนีฝ่ามือคีมเหล็กของเขาสุดชีวิต ทว่าไร้ผล เพราะวงแขนแข็งแรงกอดรัดร่างเล็กแน่นราวกับกรงเหล็กชั้นดี และเขาก็ลงแรงบีบรัดเธอเสียจนหายใจไม่ออก
กชมนสะอื้นฮัก ตัวสั่นยิ่งกว่าลูกนกตกน้ำที่กำลังจะจมน้ำตาย เมื่อนึกถึงชะตาชีวิตอันน่าอดสูของตัวเองที่ต้องมาพบเจอเรื่องราวเช่นนี้ ต้องมาเจอผู้ชายโหดเหี้ยมร้ายกาจเช่นดั่งผีห่าซาตานเยี่ยงเขา
“ยอมฉันดีๆ...อย่าให้ฉันต้องใช้กำลังเลยกชมน...เพราะเธอจะเจ็บตัวเสียเปล่าๆ” น้ำเสียงทุ้มของเขาช่างเยือกเย็น
ใบหน้าคมถมึงทึงดูไร้ความรู้สึกใดๆ ทั้งสิ้น ทว่าคงมีแค่เจ้าตัวเท่านั้นที่รู้ว่าเลือดในร่างใหญ่เดือดพล่านเพียงใดกับความสดสวยทุกหยาดหยดของคนใต้ร่าง และแรงเสียดสีของร่างเล็กที่ปลุกเร้าจนเขาลุกโชนไปด้วยเพลิงไฟแห่งปรารถนา...
“ไม่ๆ ช่วยด้วย ช่วยด้วย ปล่อยนะ ไอ้คนเลว ไอ้คนชั่ว”
กชมนกลับไม่ฟัง ร้องขอความช่วยเหลือลั่น ทั้งยังก่นด่าชายแปลกหน้าซึ่งกำลังรุกรานตัวเองในแบบที่ไม่เคยได้หลุดปากเอ่ยว่าใครมาก่อนในชีวิต
ร่างเล็กดิ้นสุดแรง ไม่สนคำสั่งของเขา เขาคงบ้าไปแล้ว จะมีใครหน้าไหนยอมโดนรังแกกันง่ายๆ มือเล็กที่ปัดป่ายสุดชีวิตก็ข่วนเข้าตรงลำคอแกร่งเต็มแรง
“โอ๊ย” คนโดนข่วนสะดุ้งด้วยความเจ็บแปลบ มือหนายกขึ้นลูบตรงต้นคอที่มีรอยแผลแสบและมีเลือดซึมซิบๆ จากกรงเล็บเล็กนั่น
ดวงตาคมถลึงมองคนที่กำลังตกใจกับการกระทำของตัวเองไม่แพ้กันอย่างแค้นเคือง
“ฉันเตือนเธอแล้วนะกชมน”
อนรรฆวีเค้นเสียงอย่างเดือดดาล พลางรวบมือช่างประทุษร้ายไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียว แล้วตรึงไว้กับที่นอนแน่น ก้มหน้าคมลงซุกไซ้ขบเม้มซอกคอหอมกรุ่นอย่างบ้าระห่ำ ตะโบมจูบอย่างบ้าคลั่ง ในขณะที่มือหนาอีกข้างบีบเคล้นฟอนเฟ้นร่างงามที่เจ้าของยังเบี่ยงหนีสุดชีวิต
เขารู้จักชื่อเธอได้อย่างไร และเธอไปทำอะไรให้เขาโกรธแค้น เขาถึงได้ทำร้ายเธอแบบนี้
“กรี๊ด ช่วยด้วย ไม่ๆ อย่าทำฉะ...”
คนที่กลัวจะขึ้นสมองร้องขอความช่วยเหลืออย่างน่าสงสาร ใบหน้านวลซีดเซียวยิ่งว่ากระดาษเพราะกลัวผู้ชายกักขฬะป่าเถื่อนคนนี้เหลือเกิน ร่างเล็กร้าวระบมไปทั่วตัวจากสัมผัสจาบจ้วงของเขา
ทว่าเสียงประท้วงถูกกลืนหายไปเมื่อเขาประกบกลีบปากอิ่มไว้ แล้วบดขยี้จูบอย่างดุดันและเอาแต่ใจ ไร้ความอ่อนโยน
อนรรฆวีกระแทกกระทั้นจุมพิตแรกของกันและกันจนเนื้ออ่อนบนกลีบปากอิ่มบวมเจ่อไม่พอ เธอยังได้ลิ้มรสคาวของเลือดคละคลุ้งไปหมด
ฝ่ามืออุ่นร้อนลูบไล้สำรวจร่างอวบอิ่มอย่างย่ามใจ สร้างรอยแดงไปทุกอณูเนื้อที่เขาลากผ่าน เสียงครางอย่างเจ็บปวดเล็ดลอดผ่านกลีบปากอิ่มที่ยังโดนประกบจูบไม่ขาดสาย
ทรวงอกคู่งามโดนฟอนเฟ้นไม่เบามือ ก่อนที่เรียวปากร้อนจะตามมาครอบครองยอดอกอิ่มซึ่งชูช่อล่อตาเขามานานแล้ว
อนรรฆวีดูดกลืนสลับขบเม้มอย่างหิวกระหายราวขาดน้ำมาเป็นแรมปี เหมือนกับคนลุ่มหลงหลงระเริงกับความหอมละมุนของเนื้อสาวสะพรั่ง และเขาเพิ่งได้ลิ้มรสเธอเป็นครั้งแรก ส่งผลให้ร่างกายของเขาแข็งขึงปวดหนึบไปหมด
ร่างกายที่เคยต่อต้านอ่อนระทดระทวยกับสัมผัสซาบซ่านที่แล่นปราดเข้ามา กายสาวไร้ประสบการณ์บิดเร่าอย่างทุกข์ทรมานกับการปลุกเร้าลูบไล้โลมเล้าในแบบที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อนในชีวิต
เรียวปากร้อนดูดดึงยอดอกชูช่อเด่นสล้างตระการตา และมือร้อนๆ ที่ฟอนเฟ้นอยู่กับทรวงอกสล้างหนั่นแน่นนั่นสร้างความปั่นป่วนในช่องท้องอย่างที่ไม่ควรจะเป็น
หากในทันทีที่มือหนาเลื่อนต่ำไปสัมผัสส่วนที่ลี้ลับสวยงามบนกายสาว กชมนก็สะดุ้งสุดตัว บีบขาเข้าหากันแน่น กระถดตัวหนีอย่างหวาดกลัว
“ปะ ปล่อย...อย่า ได้โปรด”
กชมนที่ไม่ยอมปล่อยให้ความวาบหวิวในช่องท้องและอารมณ์รัญจวนที่โหมแรงขึ้นมาอยู่เหนือจิตใต้สำนึกออกแรงดิ้นหนีเอาตัวรอดอีกครั้ง
จะเป็นตายร้ายดี เธอไม่ขอยอมให้ชายแปลกหน้ามาข่มเหงน้ำใจแบบนี้
“บอกให้ยอมฉันดีๆ ไง”
อนรรฆวีเงยหน้าขึ้นเตือนอย่างรำคาญ ใช้ร่างใหญ่ตรึงร่างเล็กไว้ นิ้วแกร่งก็ยังกรีดไล้อยู่บนกลีบสวยใจกลางร่างสาวที่ไม่เคยมีใครได้แตะต้องมันมาก่อน
รอยยิ้มเหยียดระบายบนหน้าคมอย่างพึงพอใจ เมื่อเขาสัมผัสได้ถึงความชุ่มฉ่ำ เพราะเจ้าของร่างสวยไม่อาจต่อสู้กับแรงกระตุ้นฝ่ายต่ำที่โดนปลุกขึ้นมาจากภายในกายร้อนผ่าวของเธอนั่นเอง
“อื้อ ไม่ อย่า อย่า อย่าทำอะไรฉันเลยนะคะ ฉันกลัวแล้ว”
กชมนร่ำไห้ ดิ้นหนีสัมผัสที่รุกรานและรุมเร้าอยู่บนร่างเล็กอย่างสุดกำลัง มือน้อยที่โดนเขาปล่อยให้เป็นอิสระทุบตีไปบนร่างใหญ่ด้วยความขยาด ดวงหน้าหวานที่เจิ่งนองด้วยน้ำตาส่ายไปมาอย่างไม่ยอมรับกับคำสั่งของเขา
“เมื่อพูดดีๆ แล้วไม่ฟัง ฉันก็จะไม่เกรงใจ”
อนรรฆวีแยกเขี้ยวขู่จนคนฟังขนลุกซู่ ก่อนจัดการแยกเรียวขาเรียวสวยแยกออกจากกัน พร้อมๆ กับกดกายร้อนแกร่งสอดแทรกเข้าไปในกายสาวโดยไม่สนเสียงทัดทานของอีกฝ่าย แต่ไม่รู้ว่าเพราะร่างกายอันใหญ่โตของเขาหรือเพราะความไม่พร้อมของเธอที่ทำให้ไม่ง่ายต่อการฝ่าความเต็มแน่นเข้าไปได้
“ฉันคงตัวใหญ่เกินไปสำหรับเธอ”
คนที่กำลังโดนช่องแคบแห่งไฟพิศวาสของหญิงสาวโอบล้อมขบกรามแน่นอย่างเคร่งเครียด
