บทที่ 10 9

เรเน่ถูกพาตัวกลับมาอยู่ในห้องนอนสุดหรูเหมือนเดิมและยังมีคนมาคอยยืนเฝ้าเธอที่หน้าประตูมากกว่าสองคน เรเน่ยังคงช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เธออยากจะลืมแต่ใครจะไปลืมได้ลงเห็นคนที่เห็นกันอยู่ทุกวันโดนมีดปักลงที่อก เลือดที่ไหลมาโดนตัวเธอนั้นมันน่ากลัวเหลือเกิน ดูท่าแล้วเขาคงจะไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ

“โชคดีที่ตอนนี้ปิดเทอมใหญ่ไม่ต้องไปมหาลัย ไม่งั้นมีหวังติดเอฟแน่”

ถึงจะโดนกักขังเธอก็ไม่ลืมที่จะห่วงเรื่องเรียนมันเป็นสิ่งสำคัญกับเธอ เธอจะไม่ยอมเสียอนาคตเพราะคนรวยเสียสติที่จับตัวเธอมากักขังไว้หรอกนะ ตำรวจก็คงจะช่วยอะไรเธอไม่ได้แล้วแบบนี้เธอจะต้องทำยังไง เธอยังต้องตามหาแม่นะ

เวลาผ่านไปหลายชั่วโมงตั้งแต่เธอถูกพาตัวมาที่ห้อง เรเน่ถือวิสาสะอาบน้ำและหยิบเสื้อผ้าในตู้ขนาดใหญ่ที่มีเสื้อผ้าผู้ชายมากมายถูกจัดเป็นระเบียบเรียบร้อย เธอหยิบเสื้อเชิ้ตสีดำมาสวมใส่ไว้แทนเสื้อผ้าตัวเก่าที่เปื้อนเลือด เวลาหลายชั่วโมงที่ผ่านมาเรเน่พยายามทำให้จิตใจเธอสงบและคิดหาวิธีที่จะออกไปจากที่นี่

“ไม่ว่ายังไงฉันก็จะออกไปจากที่นี่ให้ได้ถึงจะต้องเจ็บตัวก็ตาม”

ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด

เรเน่เมื่อได้ยินเสียงกดรหัสที่หน้าประตูเธอก็รีบคลานขึ้นเตียงนอนคลุมโปงมิดทั้งตัวไม่รู้หรอกว่าใครจะเข้ามาแต่ภาวนาให้ไม่ใช่คนโรคจิตได้ไหม

“คิดจะหลบอยู่ใต้ผ้าห่มตลอดไป?”เสียงหยาบกระด้างเอ่ยออกมาช้าๆ

“พระเจ้าไม่เคยอยู่ข้างฉันเลยสินะ”

เรเน่รู้สึกถึงที่นอนยุบยวบเหมือนจะมีคนนั่งลงข้างๆเธอหลับตาปี๋กำผ้าห่มไว้แน่นมือก็เจ็บยังต้องมาเจอคนโรคจิตวิตถารอีกไม่มีอะไรจะซวยไปมากกว่านี้อีกแล้ว

“ออกจากผ้าห่ม อย่าให้ต้องพูดซ้ำ”

“หรือว่าเขามาเพื่อฆ่าฉัน ก็คงจะเป็นอย่างนั้นสินะดันไปเห็นอะไรที่ไม่ควรเห็นตั้งมากมายขนาดนั้น เขายอมปล่อยไปสิแปลก คงไม่มีโอกาสได้เจอแม่แล้ว ชีวิตก็ยังใช้ไม่คุ้มเลยเพิ่งอายุ20เองนะคะ”

“ฉันไม่ชอบรออะไรนานๆหรอกนะ”

“เพราะรอนานเลยจะฆ่าทิ้งสินะ”

“ฉันออกไปหรือไม่ออกไปคุณก็จะฆ่าฉันเหมือนเดิมใช่ไหมงั้นฉันขอตายแบบที่ไม่เห็นวิธีที่โดนฆ่าค่ะ เชิญคุณฆ่าฉันได้เลย”

เสียอู้อี้ที่พูดอยู่ใต้ผ้าห่มมันชวนให้มาเฟียหนุ่มเกิดอาการหงุดหงิดที่เธอนั้นคอยขัดคำสั่งเขาอยู่เรื่อย

พรึ่บ!

เอริคออกแรงนิดเดียวก็กระชากผ้าห่มออกจากเธอได้ทั้งหมด เรเน่ตกใจดีดตัวนั่งขึ้นในท่าทีมือสอดไว้ที่หว่างขาหัวเข่าชนกัน

เอริคหรี่ตามองเสื้อที่เธอใส่มันคือเสื้อเขาไม่ใช่หรอกเหรอนี่เธอกล้าขนาดที่ใส่เสื้อผ้าเขาเลยใช่ไหม มีอะไรที่เธอไม่กล้าทำบ้างไหมเขาเริ่มที่จะสงสัย

“ฉันไม่ชอบเลือดค่ะ เสื้อผ้าฉันมันติดเลือดเต็มไปหมด ฉันก็เลยถือวิสาสะหยิบเสื้อคุณมาใส่ค่ะ”

หลับตาพูดโดยที่ไม่มองหน้าเขาแม้แต่นิดเดียวแต่เธอก็รู้ได้ว่าเขาต้องไม่พอใจที่เธอหยิบเสื้อผ้าเขามาใส่เองโดยที่ไม่ขออนุญาต

“หรือจะโดนฆ่าเพราะใส่เสื้อเขา”

สมองเรเน่ตอนนี้มีแต่คำว่าฆ่าเต็มหัวไปหมดพยายามจะทำจิตใจให้สงบแล้วแต่มันอดที่จะกลัวคนตรงหน้าไม่ได้ ร่างบางนั่งตัวสั่นเทาเป็นกระต่ายตกน้ำ ในสายตาของเอริคส่งสายตามองเธอเหมือนลูกกระต่ายน้อยที่ถ้าจับไว้ก็เหมือนมันจะขาดใจแต่ถ้าไม่จับไว้ก็พร้อมที่จะกระโดดหนีเขาไปทุกเมื่อที่ปล่อยโอกาส

“เธออยากตาย?”

“ไม่ค่ะ แต่คิดว่าคุณคงไม่ปล่อยให้ฉันมีชีวิตรอดออกไป จากที่ได้เห็นอะไรก็ตามที่ฉันได้เห็นมาทั้งหมด…”เรเน่พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ทั้งมือทั้งตัวสั่นไปหมดหัวใจด้วยน้อยเต้นระรัวเหมือนจะทะลุออกมานอกอก

“ฉันไม่ฆ่าสิ่งที่กำลังสนใจหรอกนะกระต่ายน้อย”

“กะกระต่ายน้อย?”

ลูบหัว

“ใช่แล้วกระต่ายน้อยของฉัน”

เอริคพูดน้ำเสียงที่เยือกเย็น เรเน่ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาสบตาเอริคสายตาคมจ้องมองเธอไม่วางตา มือหนาที่คอยลูบหัวเธอไม่รู้ว่าเพราะอะไรแต่เธอรู้สึกอบอุ่นกับสัมผัสของเขาทั้งที่มันไม่ควรจะเป็นอย่างนี้เลย

หมับ

เอริคจับหัวเรเน่เข้ามาใกล้จากนั้นก็ประกบปากจูบที่ร้อนแรง

“อื้อ”

เรเน่ไม่ได้ทันตั้งตัว รู้ตัวอีกทีก็โดนเขาจูบปากอย่างดูดดื่มและรุนแรง เอริคกัดปากเธออย่างแรงจนเลือดออกเพื่อให้เธอยอมเปิดปากเขาส่งลิ้นหนาเข้าไปชิมความหวานในปาก เลือกที่ไหลออกมาโดนเขาดูดอย่างรุนแรง เอริคชอบเลือดเธอมันหวานเขาเหมือนราชสีห์ที่กำลังกินกระต่ายน้อยเข้าปากไปทั้งตัว

จ๊วฟ ม๊วฟ

จูบที่รุนแรงนี้มันทำเอาเรเน่แพ้อย่างไม่มีทางสู้ เขาจูบเก่งมากแล้วตัดภาพมาที่ตัวเธอมันนี่คือจูบแรกเลยถ้าไม่นับว่าเธอชอบจุ๊บน้องแมวที่เลี้ยงกับคนและเป็นผู้ชายนี่คือจูบแรกในชีวิตของเธอเลยนะ เอริคผลักเรเน่ลงไปที่เตียงนอนเขายังคงจูบเธออย่างนั้น เรเน่ใช้แขนกอดที่คอของเอริคเธอหลับตาและปล่อยให้เขาจูบเธอตามที่ต้องการ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป