บทที่ 6 เมียของเล่น 02(2)

“แล้วกูคิดอะไรผิดวะไอ้ไฟ ในเมื่อหัวใจไอ้ฌอห์ณไม่ได้มีกิ๊บ กิ๊บเองก็ไม่สนไอ้ฌอห์ณคนชั่วแล้ว ทั้งคู่ก็ต้องหาคนมาคุยดิวะ จะอยู่กันแบบนี้ไปเรื่อย ๆ งั้นเหรอ หาความสุขให้ชีวิตจะผิดอะไรวะ”

“อยู่กันแบบไม่คุยกับคนอื่น ช่วยกันเลี้ยงลูกไม่ได้หรือไง” คาถาแย้งความคิดของทู รู้อยู่ว่าไอ้ทูมันประชด แต่ไอ้เรื่องประชดประชันนี่ไอ้ฌอห์ณถนัดเหลือเกิน ทว่าคาถานึกบางอย่างขึ้นมาได้จึงหันมาถามไอ้ฌอห์ณ “ว่าแต่มึงรักลูกมึงไหมวะ”

เป็นคำถามที่เพื่อนทุกคนอยากรู้ แต่ไม่เคยมีใครถาม มาวันนี้เป็นไอ้ถาที่กล้าถาม

“...” ทว่าไม่มีคำตอบจากปากเฮียฌอห์ณ เขาน่ะเหรอจะตอบ ตอบเพื่อนไปแล้วมันจะได้อะไร พูดไปก็เหมือนแก้ตัวซะเปล่า อีกอย่างเรื่องที่มาร์เคยทำแท้งเขาไม่เคยเล่าให้เพื่อนในกลุ่มฟัง เพราะไม่อยากให้เพื่อนมองมาร์ไม่ดี ดังนั้นเขาที่อยากมีลูกจึงดีใจมากที่พร้อมรักเกิดมา ยังดีที่พร้อมรักปลอดภัยได้ลืมตาดูโลกใบนี้ ถ้าตอนนั้นเขาฟังไอ้ไฟพูด ไม่ตัดบทรัดความเขาก็คงช่วยกิ๊บแก้ปัญหาได้ดีกว่านี้ ถ้าวันนั้นเขายอมฟัง กิ๊บก็จะไม่เดินไปถึงจุดสิ้นหวังขนาดนั้น

“คนแบบนี้เขาเรียกตอนมีอยู่ไม่เห็นค่า”

“เหมือนมึงเหรอไอ้ไฟ” ทูย้อนคำพูดเฮียไฟทันที พรุ่งนี้ไอ้ไฟมันก็จะกลับเชียงราย ไม่ได้มีสาวอะไรหรอก ก็แค่หนีไปพักใจ ทำอะไรไม่ได้ก็เลยทำได้แค่หนีไปอยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีความทรงจำร่วมกับดาวเหนือ เมื่อก่อนปากเก่งอย่างนั้นอย่างนี้ พอดาวเหนือมีแฟนจริง ๆ ดาวเหนือไม่เอามันแล้วมันก็แค่หมาที่ไร้เจ้าของเท่านั้น สมน้ำหน้า

“...” เฮียไฟมองหน้าเพื่อนแล้วก็เงียบ

เรื่องโดนซ้ำเติมเฮียไฟโดนจนชิน พวกมันอยากพูดอะไรก็ปล่อยให้มันพูดไป เดี๋ยวเหนื่อยมันก็เลิกพูด

นั่งกินเหล้าคุยเรื่องนั้นเรื่องนี้อยู่หลายชั่วโมงเจ้าบ่าวป้ายแดงก็เมา พอเมาแล้วก็พูดไม่รู้เรื่อง แน่นอนว่าคนเมามักควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ นึกอยากก่อกวนคนที่เลี้ยงลูกอยู่ในบ้าน เขาก็เลยลุกเดินเข้าบ้าน ไม่ได้สนใจเพื่อนที่นั่งคุยกันอยู่ เพื่อนน่ะไม่มีใครเมา ตั้งใจมานั่งกินเรื่อย ๆ อยู่เป็นเพื่อนไอ้ฌอห์ณ กลัวมันจะหาเรื่องทะเลาะกับกิ๊บ แล้วก็นะดูเหมือนมันจะเริ่มแล้วสิ

“ตามมันไปไหม” คาถาถาม

“เดินยังเซจะมีแรงทำอะไรกิ๊บได้ กิ๊บถีบทีเดียวก็จอดแล้ว” เฮียไฟตอบ

“เอาจริงกิ๊บน่ะดีกว่ามาร์อีก มาร์กับมันไม่มีวันได้แต่งกันอยู่แล้ว บ้านมาร์มันยังไม่ได้ไปเหยียบสักครั้ง เจอกันก็นับครั้งได้ กับกิ๊บผู้ใหญ่กุ้งก็ยอมให้โอกาสเพราะรักษาหน้าผู้ใหญ่บ้าน จะใจร้ายใจดำก็ไม่ได้ ทั้งที่มันเคยดีกับกิ๊บขนาดนั้นทำไมมันไม่รักกิ๊บวะ กิ๊บน่ะรักมันฉิบหาย”

“เรามองเรารู้ แต่คนผูกพันกันมาเป็นสิบปีใช่ว่าจะลืมกันได้ง่าย บางทีกับมาร์อาจจะไม่ใช่ความรักแล้วก็ได้หรือไม่ก็อาจจะไม่ใช่ความรักตั้งแต่แรก ก็แค่ยื้อแค่รั้งให้อยู่ในชีวิตของกันและกัน แต่สุดท้ายใครจะรู้ว่ามันรักกันหรือเปล่า มีแค่พวกมันที่ตอบได้ว่ารู้สึกยังไง”

“ถ้ามันรักมาร์ มันต้องมีมาร์แค่คนเดียว ต่อให้อยู่ไกลแค่ไหนถ้ารักถ้าแคร์ก็ต้องซื่อสัตย์ แล้วมันก็ต้องรู้จักป้องกันกับผู้หญิงคนอื่น มึงว่าทำไมกับกิ๊บมันไม่ป้องกัน กับมาร์มันป้องกันใช่ไหม ไม่งั้นมาร์ท้องไปนานแล้ว”

“มันอยากลองเอาสดมั้ง”

“มึงก็นะไอ้ไฟ” ตอบซะตรง

“งั้นจะมีเหตุผลอะไร” เฮียไฟย้อนถาม

“จะไปรู้มันเหรอ ไม่ได้ไปส่องตอนมันเอากัน ถามอะไรมันก็ไม่ตอบ”

เป็นคำถามที่ไม่มีเพื่อนคนไหนตอบได้ คนที่ตอบได้ก็มีแค่เจ้าตัว ซึ่งถามแล้วก็ไม่เห็นมันจะตอบ คนเราทำอะไรก็ต้องมีเหตุผลกันทั้งนั้น อยู่ที่ว่าเหตุผลมันจะฟังขึ้นหรือเปล่า

ปรมะเดินโซเซเข้ามาในห้องนอน นั่งลงที่พื้นข้างเตียงฝั่งลูกสาวตัวน้อยที่นอนตาแป๋ว แม่ของลูกนอนหลับอยู่ข้าง ๆ มือโอบลูกไว้หลวม ๆ เขามองภาพนั้นอยู่ครู่ใหญ่ ลูกสาวก็ส่งเสียงร้อง

“ชู่ว์” ส่งเสียงให้ลูกเงียบ กลัวว่าอีกคนที่หลับอยู่จะตื่น

ทว่าแค่เพียงลูกส่งเสียงแม่ของลูกก็รู้สึกตัว ยังไม่ทันได้ลืมตาเธอก็ส่งเสียงโอ๋ลูกแล้ว เมื่อลืมตาขึ้นจึงเห็นพ่อของลูกนั่งอยู่ เธอมองหน้าเขาด้วยใบหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึก

“กินข้าวยัง” เขาถาม ถ้าเขาไม่เป็นฝ่ายพูดด้วยมีเหรอเธอจะพูดกับเขา

“...”

“เดี๋ยวเฮียดูลูกให้ ไปกินข้าวสิ ไอ้ถามันเก็บกับข้าวไว้ในตู้” เขาตอนนี้แทบไม่ใช่คนเมาด้วยซ้ำ ที่ทำเป็นเมาก็แค่อยากให้เพื่อนเข้าใจแบบนั้น

กวินตามองลูกที่กำลังมองหน้าพ่อสลับกับหน้าแม่พร้อมส่งเสียงอ้อแอ้ เห็นว่าลูกไม่งอแงก็คิดว่าเธอควรหาอะไรลงท้องสักหน่อยเพื่อสารอาหารในการให้นมลูก

“พร้อมรักอยู่กับพ่อนะคะ แม่ไปกินข้าวแป๊บเดียว” พูดกับลูกสาวตัวน้อยแล้วก็ลุกเดินออกจากห้อง

ปรมะมองตามแม่ของลูกที่ลุกเดินออกไป เขากำลังคิด… เธอคนนี้ต่างกับเด็กสาวไร้เดียงสาในวันวาน และเขาเป็นคนทำให้กิ๊บคนนั้นหายไป ภาพวงจรปิดในบ้านที่พ่อตาเอามาให้ดูยังติดตาเขาจนถึงทุกวันนี้ ภาพที่กิ๊บเดินออกมาจากห้องนอนของบ้านหลังเก่าก่อนจะย้ายมาที่บ้านหลังนี้ ใบหน้าแสนเศร้าที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังของเธอมองบันไดสูงชันอยู่ครู่ใหญ่แล้วเธอก็ทิ้งตัวลงมาโดยไม่ลังเลอะไรเลย

เขาทำให้คนคนหนึ่งไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อ เพราะความมักง่ายและเห็นแก่ตัวของเขาทำให้ผู้หญิงคนนี้เจ็บปวดแสนสาหัส

ทอดถอนใจให้เรื่องเลวร้ายในอดีตแล้วจึงหันมามองลูกสาวตัวน้อยที่แสนน่ารัก ลูกสาวก็หน้าจิ้มลิ้มเหมือนแม่ไม่มีผิด มองหน้าลูกแล้วก็รู้สึกผิดไปในตัว

“เราเกือบไม่ได้เจอหน้ากันแล้วนะคะพร้อมรักของพ่อ พ่อขอโทษนะคะที่ทำร้ายแม่ของหนู ต่อไปพ่อจะไม่แกล้งแม่ของหนูอีกแล้ว พ่อสัญญาค่ะว่าพ่อจะดูแลหนูกับแม่ให้ดีที่สุด” เรื่องแบบนี้ก็พูดได้แค่กับลูกเท่านั้น เขาไม่เคยพูดคำว่าขอโทษให้แม่ของลูกได้ยินสักครั้ง เขาไม่อยากรื้อฟื้นให้เธอคิดถึงเรื่องในอดีต อีกอย่างเรื่องที่เขาทำกับเธอมันไม่น่าให้อภัย เขาละอายใจเกินกว่าจะเอ่ยถึง

ไม่รู้เลยว่าเมื่อไหร่ความสัมพันธ์ของเขากับเธอจะดีขึ้นกว่าตอนนี้

กินข้าวเสร็จแล้วกวินตาก็ปั๊มนมไว้ให้ลูกสาว เธอให้ลูกกินนมแม่ แต่ใช้วิธีปั๊มใส่ขวดลูกจะได้ไม่ติดเต้า จากนั้นก็อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ามาหาลูกในห้อง เข้ามาถึงก็เห็นลูกสาวหลับอยู่บนอกของคนเป็นพ่อโดยที่พ่อนอนหลับพร้อมโอบกอดลูกสาวไว้

ถ้าไม่มีเรื่องในอดีตคงพูดได้เต็มปากว่าเป็นภาพที่อบอุ่น แต่นี่เธอรู้อยู่แก่ใจว่าเขาไม่ได้ต้องการเธอกับลูก เธอได้มาอยู่ตรงนี้ ได้ถือทะเบียนสมรสก็เพราะพ่อบังคับให้เขามารับผิดชอบเธอ

เธอก็แค่เมียของเล่นเท่านั้น คนที่เขารักไม่ใช่เธอ คนที่เขาอยากอยู่ด้วยก็ไม่ใช่เธอ

แล้วจะต้องคาดหวังอะไรในตัวเขา

บทก่อนหน้า
บทถัดไป