บทที่ 10 Chapter 9

"ตกลงว่ายังไง เป็นป่ะ"

เขากอดเอวหญิงสาวไว้หลวมๆก่อนจะใช้คางเกยไว้บนไหล่ของเธอ พิ้งค์กี้ทำท่าทางคิดหนักไม่รู้ว่าจะตัดสินใจยังไงดีกับสิ่งที่เขากำลังขอคำตอบ ถ้าเราสองคนเป็นแฟนกันนั่นเท่ากับว่าจะไม่มีสถานะเพื่อนอีกต่อไปแล้ว ไหนจะไอ้พวกเพื่อนรุ่นเดียวกันที่ต้องล้อเราสองคนอีก ตายแน่เธอจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน

"ทำไมเครียดขนาดนั้น ไม่อยากคบกันเหรอ"

"ไม่ใช่อย่างนั้น คือว่า..."

เขายิ้มออกมาก่อนจะเอ่ยถามเหตุผลของเธอ ตอบมาแบบนี้แสดงว่าอยากคบกับเขาแหละแต่ว่าคงมีเหตุผลบางอย่างที่ทำให้ต้องลังเลใจ

"ว่า..."

"แกก็คิดดูดิ ไอ้พวกสามคนนั้นมันจะต้องล้อเราสองคนแน่เลย เราสองคนปฏิเสธมาตลอดว่าไม่มีทางคบกันแต่สุดท้ายก็มาลงเอยกัน แล้วถ้าสมมติว่าเราสองคบกันไปแล้วไม่รอดขึ้นมา มันเสียเพื่อนเลยนะเว้ย"

เขาคิดตามคำพูดของเธอ มันก็จริงที่ว่าเราสองคนอาจจะต้องเสียเพื่อนแต่เขาเชื่อว่าเราสองคนไม่มีทางเลิกกันแน่นอน ข้อแรกเลยคือเขารักเธอมากพอที่จะไม่มองคนอื่นและถ้าเธอคิดจะมีใครคงมีไปนานแล้ว ข้อสองเราสองคนใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันตัวติดกันเหมือนเป็นคนรักกันอยู่แล้ว ถ้าจะคบกันแต่ก็วางตัวเหมือนเดิมทำไมจะคบกันไม่ได้

"แล้วมีเหตุผลอะไรที่เราสองคนจะเลิกกันล่ะ"

"มันไม่ใช่อย่างนั้น เข้าใจป่ะว่าสมมติอ่ะ"

พิ้งค์กี้ถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะหันไปโอบรอบคอเขาไว้แน่น

"ถ้าวันหนึ่งเราสองคนไปกันไม่ได้จะทำยังไง"

"ไม่มีทางและมันจะไม่มีวันนั้น เราสองคนก็ใช้ชีวิตแบบที่เป็นอยู่ตอนนี้ อยู่กันเหมือนเพื่อนสนิทแบบนี้ก็มีความสุขกันดีอยู่แล้ว ถ้าจะเลิกกันเพราะคนอื่นเราสองคนคงต่างมีกันไปนานแล้ว"

"ก็จริง แล้วถ้าเราคบกันคนอื่นต้องล้อแน่เลยอ่ะ แกก็รู้ว่าไอ้พวกนั้นมันปากไม่ดี"

หญิงสาวซบหน้าลงกับไหล่กว้าง ถ้าต้องเดินไปบอกพวกมันว่าคบกันก็เหมือนกลืนน้ำลายตัวเอง สองคนนิ่งไปอย่างใช้ความคิดพิ้งค์กี้เงยหน้ามองสบตากับเขาก่อนจะยิ้มออกมา

"งั้นเอางี้ป่ะเรายังไม่ต้องบอกใคร เอาไว้ถ้าคิดถึงขั้นแต่งงานค่อยบอกคนอื่น"

"แบบนั้นก็ได้นะ ว่าแต่ถ้าไม่มีใครรู้ว่าเราคบกันแล้วมีผู้หญิงมาจีบฉันอ่ะ แกจะไม่หวงใช่มั้ย"

"มันก็อยู่ที่ว่าแกทำให้ไว้ใจมากขนาดไหน"

เธอเอ่ยออกมาเสียงเรียบ เอาจริงก็หวงแหละแต่ถ้าเขาเป็นแบบที่เคยเป็นไม่ไปยุ่งวุ่นวายกับใครเธอก็โอเคมากแล้ว

"โอเค ไว้ใจได้เลยจะไม่ยุ่งกับใครให้แกไม่สบายใจ ตกลงว่าเราสองคนคบกันนะ"

เขาเอ่ยถามคำตอบยืนยันจากหญิงสาว พิ้งค์กี้พยักหน้ายิ้มๆก่อนจะเอ่ยเสียงหวาน

"อื้มคบก็ได้"

ชายหนุ่มยิ้มออกมาอย่างดีใจก่อนจะดึงหญิงสาวเข้ามาสวมกอดแน่นอย่างดีใจ ในที่สุดความพยายามของเขาก็สำเร็จผล สามารถเอาชนะกำแพงที่เธอตั้งไว้ได้

"ขอบคุณนะพิ้งค์"

"อื้ม ขอบคุณเหมือนกันที่ตลอดเวลานายดีกับฉันตลอดเลย"

"ไม่ให้ดีกับแกแล้วจะให้ดีกับใครล่ะ"

เขายิ้มออกมาก่อนจะโน้มใบหน้าหญิงสาวเข้ามาใกล้ก่อนจะจุ๊บแก้มหนึ่งที เธอเอามือปิดแก้มตัวเองไว้ก่อนจะมองเขาด้วยใบหน้าแดงก่ำ

"หอมแก้มอีกแล้วนะ"

"ก็เป็นแฟนกันป่ะ จะทำมากกว่านี้ก็ได้อย่างเช่น..."

เขาใช้มือที่โอบเอวเธอไว้สอดเข้าไปในเสื้อของเธอ พิ้งค์กี้ตาโตก่อนจะเอามือทุบหน้าอกเขาหลายมีอย่างเขินอาย

"ไอ้บ้าซีเนียร์ ฉันยังไม่พร้อมหรอกนะ"

"อะไรอ่ะ เป็นแฟนกันก็ต้องนอนด้วยกันดิ"

"ก็ยังไม่พร้อมไงขอเวลาทำใจก่อน กลับบ้านไปได้แล้ว"

เธอไล่เขาให้กลับบ้านไปไม่อย่างนั้นเธอได้ถูกเขาปล้ำในห้องนอนนี้แน่ เขาทำหน้าออดอ้อนแต่ว่ามีหรือที่เธอจะยอมเขา คนมันไม่เคยนี่และไม่คิดว่าตัวเองจะต้องมามีความสัมพันธ์กับคนที่เธอเรียกว่าเพื่อนสนิทมาตลอดด้วย มันก็เลยรู้สึกแปลกๆ

"ไม่เอาไม่กลับ ขอนอนด้วยนะ"

"บ้า มานอนทำไมที่นี่เดี๋ยวพ่อกับแม่รู้ก็โดนจับแต่งงานหรอก"

"แต่งดิไม่เห็นจะกลัวเลย สินสอดพร้อมแล้วรอแค่ฝ่ายหญิงตกลงแค่นั้น"

เขาอมยิ้มจุ๊บแก้มจุ๊บมือเธอเล่นอย่างแกล้งหยอก พิ้งค์กี้ตีหน้าอกเขาอย่างรู้สึกอาย ทำไมเขาถึงเป็นผู้ชายมือไวแบบนี้ก็ไม่รู้

"ห้ามบอกใครนะว่าคบกันอยู่อ่ะ"

"ไม่บอกหรอก เอางี้เรามาตกลงกันก่อน"

"ตกลงอะไรอ่ะ"

เธอหันไปมองเขาอย่างสงสัย ซีเนียร์ยิ้มออกมาก่อนจะทำข้อตกลงระหว่างเราสองคนเพื่อให้เข้าใจตรงกัน

"ถ้าเราอยู่กันสองคนอ่ะให้เรียกว่าเค้ากับตัวเองนะ"

"อี้ เค้ากับตัวเองงั้นเหรอ"

พิ้งค์กี้รู้สึกแปลกกับคำเรียกของเธอกับเขา ถึงจะพูดบ่อยแต่นั่นมันไม่เหมือนกับตอนนี้อ่ะ สถานะมันเปลี่ยนไปแล้ว

"ใช่ต้องเรียกและห้ามพูดฉันเธอแกอะไรไม่เอาแล้ว แต่ถ้าอยู่ต่อหน้าคนอื่นก็อนุโลมกันไป แล้วก็ถ้าไม่อยากให้ใครรู้ก็ต้องแสดงออกเหมือนที่เคยทำ และถ้าอยู่ด้วยกันสองต่อสองแล้วไม่พูดเค้ากับตัวเอง คนนั้นจะต้องโดนลงโทษ"

เธอพยักหน้าอย่างเข้าใจ เอาจริงทั้งสองคนก็ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนไปมากหรอกยังปฏิบัติต่อกันเหมือนเดิมเพียงแค่สถานะมันชัดเจนขึ้นก็เท่านั้น

"ก็ได้แล้วแก... อ๊ะ"

หญิงสาวเอามือปิดปากตัวเอง ซีเนียร์ยิ้มมุมปากก่อนจะเอามือออกจากปากของเธอแล้วยื่นหน้าไปจุ๊บริมฝีปากของเธอ

"จูบทำไมเล่า"

"บทลงโทษของคนที่ทำผิดไง ถ้าพูดอีกก็จะโดนจูบ จะจูบจนช้ำเลยคอยดู"

เขาใช้มือเกลี่ยแก้มนวลอย่างหลงไหล เธอสะบัดหน้าใส่เขาอย่างงอนๆก่อนจะหันมามองหน้าเขาอีกครั้ง

"แล้วถ้าตัวเองทำผิดจะให้เค้าลงโทษยังไง"

"จูบกลับไง"

"โหยโกงอ่ะ เสียเปรียบเห็นๆเลย ชิ"

หญิงสาวทำหน้าเซ็งๆก่อนจะมองหน้าเขาที่เอาแต่ยิ้มแก้มปริอย่างกับคนบ้า

"ยิ้มอะไรนักหนา"

"ก็คนมันมีความสุขอ่ะ ว่าแต่เป็นแฟนกันคบกันแล้วต้องยอมเป็นเมียนะ"

พิ้งค์กี้ตาโตก่อนจะส่ายหน้าทันที เรื่องนั้นมันจะยังไม่เกิดขึ้นตอนนี้เด็ดขาด เธอยังไม่พร้อมบอกแล้วไงว่าขอเวลาทำใจก่อน

"ไม่เอายังทำใจไม่ได้ ขอเวลาหน่อย"

"งั้นเอางี้มั้ยเราก็อยู่กันแบบที่เคย ส่วนเรื่องนั้นถ้ามันถึงเวลาก็ปล่อยมันไปตามธรรมชาติดีมั้ย"

เธอมองเขาอย่างคิดสักพักก่อนจะพยักหน้ายอมตกลง เอาวะอย่างน้อยก็ยังพอมีเวลาทำใจอยู่ ไม่ใช่ว่าเธอจะใจร้ายไม่ยอมเขาเสียหน่อยแต่ว่ายังไม่ใช่วันนี้แน่นอน

"ก็ได้"

"โอเคเราสองคนเข้าใจกันแล้วนะ"

"อื้ม ว่าแต่ตอนนี้เค้าหิวมากเลย ไปกินข้าวกันมั้ย"

"ได้สิจ้ะที่รัก กินอะไรดีอาหารญี่ปุ่นมั้ย"

เขาเอ่ยถามเสียงหวาน พิ้งค์กี้หน้าตึงลุกขึ้นส่ายหน้าทันที

"ไม่กิน งดกินอาหารญี่ปุ่นไปเลย ไม่อยากกินเหมือนมัน"

เธอสะบัดหน้าใส่เขาอย่างงอนๆ ยัยดีสนีย์มันไปอ้อนซีเนียร์ให้พาไปกิน เพราะฉะนั้นถึงจะเป็นของชอบแต่ว่าเธอจะไม่ไปกินตามที่มันอยากกินแน่นอน เขาอ้าปากค้างมองเธออย่างทึ่ง นี่ขนาดไม่ค่อยหวงเขาเท่าไหร่นะยังขนาดนี้เลย ถ้าหวงมากๆจะขนาดไหนวะเนี่ย

"โอเค... ไม่กินก็ไม่กิน แล้วจะกินอะไรดีคะ"

"ส้มตำ ไก่ย่าง หมูน้ำตก คอหมูย่าง แซ่บ!"

"จ้ะ ตามนั้นเลย"

"น่ารักที่สุดเลย ไปค่ะ"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป