บทที่ 4 Chapter 3

ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงซีเนียร์ก็มาถึงที่สนามบินในเวลาต่อมา เขามองหาพิ้งค์กี้ก่อนจะจอดรถแล้วลงไปหาเธอที่นั่งอยู่ตรงเก้าอี้หน้าประตูทางออก

"ยัยแสบรอนานมั้ย"

หญิงสาวเงยหน้ามองชายหนุ่มลอบยิ้มออกมาก่อนจะหุบยิ้มแล้วเอ่ยออกมาเสียงเคร่งครึ่ม

"เอากระเป๋าไปขึ้นรถดิ"

"จ้าแม่จ๋า รถทางนี้ครับ"

เขารีบไปยกกระเป๋าให้เธอก่อนจะพากันไปขึ้นรถแล้วรีบขับออกไป จอดนานไม่ได้เพราะมีผู้โดยสารท่านอื่นรอต่อคิวอยู่ เมื่อขับออกมาได้สักพักเขาก็หันไปมองเธอที่ตอนนี้กำลังเล่นโทรศัพท์ของเขาอยู่

"ทำไรอ่ะ"

"ทำไมต้องไปถ่ายรูปกับมันด้วย"

เขาถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองเธอแล้วเอ่ยถามน้ำเสียงจริงจังมาก

"ถามจริง โกรธเกลียดไรกันนักหนา"

"เชอะ ใครขอถ่ายรูปก็ให้ถ่ายแบบนี้นะเหรอ มันเกินไปรึเปล่า จอดรถข้างทางเดี๋ยวนี้"

เธอหันไปสั่งให้เขาจอดรถข้างทาง ซีเนียร์มองเธอตามอารมณ์ไม่ทันแต่ก็ไม่อยากขัดใจยั่วโมโหตอนนี้จึงยอมจอดรถแต่โดนดี

"จอดทำไมอ่ะ"

"ถ่ายรูปกัน"

พิ้งค์กี้ขยับตัวขึ้นไปใกล้เขาก่อนจะกอดคอเขามาใกล้แล้วถ่ายภาพไปหลายช็อต จากนั้นก็ปล่อยให้เขาขับรถไปส่วนเธอก็ใช้โทรศัพท์ของเขาอัพรูปภาพพร้อมกับแท็กตัวเองกับสถานะ

'มารับแม่จ๋าที่สนามบิน แม่ดุมาก'

พิ้งค์กี้หัวเราะออกมาอย่างสนุกก่อนจะเลื่อนดูคอมเม้นท์ของเพื่อนแต่ละคนโดยเฉพาะแก๊งเพื่อนของเขาที่แซวกันอย่างขำคงไม่คิดว่าคนอย่างซีเนียร์จะพิมพ์อะไรแบบนี้

'แม่จ๋าก็มาวะ'

'แม่หรือเมียเอาดีๆ'

'แต่งเถอะถ้าจะขนาดนี้'

มาวิน มินและณภัทรสลับกันเอ่ยแซวเพื่อนอย่างสนุก หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดีก่อนจะคืนโทรศัพท์ให้เขาแล้วหันไปหาชายหนุ่มที่กำลังตั้งใจขับรถอยู่

"ห้ามไปเจอมันอีกนะไม่งั้นฉันจะเลิกคบแก"

"จ้าแม่จ๋า ไม่เจอแล้ว"

"น่ารักที่สุด ไปกินข้าวกันหิวมาก"

"ร้านไหนดีล่ะเลือกสิ"

สองคนหันไปตกลงกันว่าจะไปทานอาหารร้านไหนดี ในที่สุดก็ตกลงกันได้แล้วก็ตรงไปยังเป้าหมายทันที

เมื่อมาถึงที่ร้านอาหารเขาก็พาหญิงสาวเข้าไปข้างใน เป็นร้านประจำของพิ้งค์กี้เธอชอบทานอาหารญี่ปุ่นมากและต้องมาทานทุกสัปดาห์

"สวัสดีครับคุณพิ้งค์กี้ วันนี้รับเหมือนเดิมมั้ยครับ"

"วันนี้ตามใจคนเลี้ยง กินอะไรดีคะป๋า"

หญิงสาวกอดแขนชายหนุ่มไว้ก่อนจะซบหน้าลงกับไหล่กว้าง วันนี้เขาจะเลี้ยงข้าวเธอโทษฐานที่ทำให้เธอโมโหก็เลยต้องโดนแบบนี้แหละ

"เอาซาชิมิเซตใหญ่เลยครับ อูนิด้วย"

"ได้ครับ แล้วเครื่องดื่ม..."

"ผมเอาเก๊กฮวย ส่วนของพิ้งค์เอาชามะนาวครับ"

เขาเอ่ยออกมาเสียงเรียบก่อนจะส่งเมนูคืนไปแล้วหันมามองหญิงสาวข้างกาย เขารู้ว่าเธอชอบอะไรไม่ชอบอะไรและรู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับเธอเหมือนเช่นที่เธอรู้จักเขามากที่สุดเช่นกัน

"ไงยัยแสบหายงอนยัง"

"หายแล้ว"

เธอยิ้มแก้มปริก่อนจะกอดแขนเขาไว้แน่นมือถือโทรศัพท์กดเล่นหัวเราะคิกคักอย่างสนุก เขามองเธอก่อนจะส่ายหน้าเล็กน้อย หยิบโทรศัพท์ของตัวเองมาเล่นบ้างก่อนจะชะงักไปเมื่อหน้าจอเด้งแจ้งเตือนอะไรไม่รู้เยอะแยะ

"อะไรเนี่ย"

เขาก็เข้าไปดูก่อนจะเห็นภาพพร้อมสถานะที่ตัวเองเป็นคนโพสต์และแน่นอนไม่ใช่เขาที่เป็นคนโพสต์ เขาไล่อ่านคอมเม้นท์ก่อนจะยิ้มมุมปากออกมาเล็กน้อย ชอบจังเวลาที่พิ้งค์กี้ทำให้คนอื่นเข้าใจคิดว่าเราสองคนเห็นแฟนกันเนี่ย สงสัยอยากจะลงแกล้งดีสนีย์มากกว่า แล้วมาบอกไม่เคยหึงหวงแต่การกระทำมันไม่ใช่เลยสักนิด

"สนุกมั้ย"

เข้าเก็บโทรศัพท์ลงก่อนจะเอ่ยถามคนข้างๆ เธอทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ก่อนจะถ่ายรูปอาหารตรงหน้าที่ทยอยมาเสิร์ฟแถมติดหน้าเขาไปอีกด้วย

"แฟนพามาเลี้ยง น่าย๊ากกกก"

เธอยิ้มออกมาอย่างสนุกก่อนจะอัพเดทสถานะของตัวเองบ้าง เขาเห็นเธอเล่นสนุกแบบนั้นก็ส่ายหน้าออกมาอย่างปลงๆ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกซะหน่อยที่ทำบอกให้เป็นจริงๆก็ไม่ยอมเชื่อจนปัญญาจะตื้อละ

"อ่ะอ้าปากจะป้อน"

หญิงสาวคีบทูน่าแดงสดใส่ปากเขาก่อนจะทานของตัวเองบ้าง ทั้งสองคนใช้เวลาอยู่ด้วยกันนานเป็นชั่วโมงก่อนจะเดินทางกลับบ้านโดยที่เธอแวะไปที่บ้านของชายหนุ่มก่อน

"ไปทำไมที่บ้าน"

"เอาขนมไปฝากคุณแม่ นี่ซื้อมาจากที่เชียงใหม่เลยนะ นอกจากขนมเจ้าดังยังมีอาหารเหนือที่คุณพ่อกับคุณแม่แกชอบด้วยนะ มีแคบหมูน้ำพริกหลายอย่างบอกเลยว่าเจ้านี้แซ่บมาก"

เธอยิ้มออมาอย่างอารมณ์ดีก่อนจะเปิดประตูลงรถแล้วหยิบของฝากหลายถุงเดินลงไปในบ้านของเขา เมื่อเข้ามาข้างในก็มีแต่คนทักทายเพราะพิ้งค์กี้คือลูกรักของบ้านนี้

"คุณแม่ คุณพ่อสวัสดีค่ะ พิ้งค์กี้มีขนมมาฝากด้วย"

พอเจอกันก็อ้อนตามประสา คุณแม่ของเขาเห็นพิ้งค์กี้ก็ยิ้มออกมาอย่างดีใจก่อนจะดึงเธอไปนั่งลงข้างๆแล้วก็กอดทักทายเสียงสดใส

"คิดถึงจังเลยหนูพิ้งค์ หายไปเป็นเดือนเลยลูก"

"ทำงานทุกวันเลยค่ะ นี่ซีเนียร์ก็ไปรับที่สนามบินมาค่ะบินไปทำงานที่เชียงใหม่มา มีอาหารเหนือมาฝากด้วยค่ะของชอบคุณพ่อ"

หญิงสาวยื่นถุงมากมายส่งไปให้คุณพ่อ ท่านรับมาก่อนจะยื่นมือไปหยีผมเด็กสาวอย่างเบามือ

"ขอบใจนะหนูพิ้งค์ ไปไหนก็มีของฝากตลอด"

"พิ้งค์ชอบกินค่ะ ไปที่ไหนต้องได้ของอร่อยกลับมา คิคิ"

เธอคุยอยู่กับครอบครัวของเขาอย่างสนิทสนมโดยที่เขายืนกอดอกอยู่ตรงประตูมองภาพนั้นก่อนจะยิ้มออกมา เป็นผู้หญิงคนเดียวที่เข้ากันได้ดีกับครอบครัวของเขา และพ่อกับแม่ชอบมากเลยทาบทามมาเป็นลูกสะใภ้ด้วย แต่ก็นั่นแหละ เพื่อนกันนะเว้ย ประโยคเดียวที่เธอจะพูดกับเขาทุกครั้งบางทีฟังแล้วก็เจ็บ...

"แล้วหนูจะกลับเลยมั้ย อยู่ทานข้าวเย็นกับแม่ก่อน"

"เพิ่งกินมาเลยค่ะ แต่ว่าอยู่ที่นี่ก่อนก็ได้พิ้งค์ไม่รีบค่ะ"

"ดีเลย งั้นคุยกับแม่ก่อนนะ ตาซีเนียร์ไปยืนทำอะไรตรงนั้นล่ะ มานั่งนี่สิ"

คุณแม่หันไปหาลูกชายก่อนจะกวักมือเรียกให้มานั่งคุยหันในห้องรับแขก เขาเดินไปนั่งลงข้างคุณพ่อก่อนจะมองสองสาวที่ตอนนี้กำลังแกะขนมชิมกันอยู่

"ตกลงว่าแกไม่มีความสามารถในการจีบสาวใช่มั้ย"

คนเป็นพ่อเอ่ยถามเสียงเบา เขามองไปยังหญิงสาวก่อนจะมองหน้าพ่อแล้วถอนหายใจออกมาเล็กน้อย

"อย่าว่าผมไม่มีความสามารถสิ รายนั้นตั้งกำแพงคำว่าเพื่อนกับผมไว้สูงเกินไปทุบยังไงก็ไม่แตก"

"น่าสงสารเนาะ เค้าไม่เอา"

คุณพ่อหัวเราะออกมาอย่างสมน้ำหน้าก่อนจะหันไปมองภรรยาและเพื่อนลูกที่ตอนนี้กำลังคุยกันอย่างสนุก ส่วนซีเนียร์มองเพื่อนรักตาละห้อย

'นี่ก็พยายามหว่านล้อมอยู่ทุกวัน ไม่ได้มีท่าทีรักเขาขึ้นมาเลย ต้องทำยังไงถึงจะเอาชนะใจได้ล่ะ เฮ้อ!'

บทก่อนหน้า
บทถัดไป