บทที่ 9 Chapter 8

พิ้งค์กี้เรียกแท็กซี่กลับมาที่บ้านคนเดียว ในระหว่างทางเธอก็มีเวลาได้อยู่กับตัวเอง คิดในสิ่งที่ผ่านมาตลอดที่เขาทำให้เธอ แสดงว่าที่เขาพูดมาตลอดว่าให้เธอแต่งงานกับเขา คอยดูแลเอาใจใส่ทุกอย่างคือเขาคิดแบบนั้นจริงไม่ได้ล้อเล่น

"ฮึก!"

เธอปาดน้ำตาเสียงสะอื้นก่อนจะคิดทบทวนความรู้สึกของตัวเอง ที่ผ่านมาเธอคงเคยชินกับทุกสิ่งที่เขาทำให้จนลืมไปว่า มาวิน มินและณภัทรก็คือเพื่อนของเธอแต่พวกเขาไม่เคยปฏิบัติต่อเธอเหมือนที่ซีเนียร์ทำ คนเป็นเพื่อนเขาก็ทำแบบสามคนนั้นแหละเพราะถ้ามากกว่านั้นมันไม่ใช่เพื่อนแล้วและเธอก็เพิ่งเข้าใจความหมายทุกอย่างมี่เขาต้องการจะสื่อออกมาทั้งหมด

"ถึงแล้วหนู"

"ขอบคุณค่ะลุง นี่ค่าแท็กซี่ค่ะไม่ต้องทอนนะคะ"

พิ้งค์กี้ส่งเงินไปให้คุณลุงคนขับก่อนจะเดินลงจากรถไปจากนั้นก็สิ่งขึ้นไปบนห้องนอนไม่ยอมทักทายใครในบ้านทั้งนั้น คนเป็นแม่มองตามลูกสาวอย่างแปลกใจแต่ก็ไม่อยากเซ้าซี้คงเหนื่อยกับเรื่องงานล่ะมั่ง

"ลูกคุณเป็นอะไรอีกล่ะ"

คนเป็นแม่เอ่ยถามสามีเสียงเรียบ เขายักไหล่เล็กน้อยก่อนจะยกหนังสือขึ้นอ่านต่อ เขาไม่ค่อยยุ่งเรื่องส่วนตัวของลูกเท่าไหร่ถ้ามีอะไรลูกจะมาเล่าให้ฟังหรือมาปรึกษาเอง

ไม่นานก็มีรถอีกคันเคลื่อนที่เข้ามาในตัวบ้าน คุณพิพัฒน์เงยหน้ามองไปยังประตูทางออกก่อนจะหันมาหาภรรยา

"ใครมาน่ะคุณ"

"ไม่รู้สิคะ เดี๋ยวฉันไปดูก่อน"

คุณแพรวาเดินออกไปข้างนอกก่อนจะยิ้มกว้างออกมาเมื่อเจอซีเนียร์เพื่อนสนิทของลูกสาว

"อ้าวซีเนียร์ไม่ได้มาพร้อมกับยัยพิ้งค์เหรอ"

"ทะเลาะกันครับแม่ แต่ว่าพิ้งค์กลับมาที่บ้านใช่มั้ย"

"จ้ะมาก่อนหน้าเราเอง ว่าแล้วเชียวแม่ก็ว่ามันแปลกๆ ปกติกลับมาบ้านต้องมาอ้อนพ่อกับแม่แล้ววันนี้วิ่งขึ้นห้องไปเลย"

เขาทำหน้ารู้สึกผิดก่อนจะยกมือขึ้นขอโทษท่านที่ทำให้ลูกสาวสุดที่รักร้องไห้ ท่าทางครั้งนี้จะไม่ได้โกรธเขาแต่ว่าน้อยใจมากแน่นอน

"ผมขอโทษนะครับที่ทำให้พิ้งค์เสียใจ"

"ไปคุยกันเองเถอะลูก แม่ไม่รู้หรอกว่ามันเกิดอะไรขึ้นแต่ถ้าไม่หนักหนาและยังพออภัยให้กันได้ก็ปรับความเข้าใจกันนะ พิ้งค์อยู่ในห้องเราขึ้นไปหาเถอะ"

"ขอบคุณครับแม่"

เขายกมือไหว้ท่านก่อนจะรีบวิ่งขึ้นไปหาหญิงสาวในห้องนอน ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไงบ้างสงสัยร้องไห้ขี้มูกโป่งแล้วล่ะมั่ง

เขามาถึงหน้าห้องนอนใช้มือปิดลูกบิดประตูปรากฎว่าไม่ได้ล็อค เขาจึงถือวิสาสะเปิดเข้าไปภาพที่เห็นคือพิ้งค์กี้นั่งหันหลังอยู่กำลังร้องไห้อยู่บนเตียงนอน เขาปิดประตูก่อนจะเดินเข้าไปหาหญิงสาว

"พิ้งค์กี้..."

เธอได้ยินเสียงของซีเนียร์ก็รีบเช็ดคราบน้ำตากลั้นเสียงสะอื้นไว้ก่อนจะหันไปหาเขาพร้อมกับฝืนยิ้มออกมา

"ไม่ได้กินข้าวเหรอ แล้วมาหามีธุระอะไรรึเปล่า"

เธอเอ่ยออกมาเสียงเรียบ เขาถอนหายใจออกเล็กน้อยก่อนจะนั่งลงข้างเธอแล้วยื่นมือไปเกลี่ยน้ำตาให้

"โกรธเหรอ"

"ไม่นี่ โกรธทำไมไม่มีสิทธิ์อะไรไปโกรธหรอก นายจะคุยกับใครมันก็เป็นสิทธิ์ของนายฉันมันเป็นแค่เพื่อนไม่มีสิทธิ์ไปห้ามอยู่แล้วนายก็พูดเองนี่"

เธอปฏิเสธเสียงแข็งชายหนุ่มไม่รู้จะทำยังไงให้เธอพูดความรู้สึกของตัวเองออกมาแล้ว มันจนปัญญาจนคิดว่าชาตินี้คงจะไม่ได้ยินคำพูดที่เขาอยากได้ยินจากปากของเธออีก

"รู้สึกยังไงบ้างที่เห็นฉันอยู่กับผู้หญิงคนอื่น"

เขาเอ่ยถามตามตรง หญิงสาวเงียบไปก่อนจะฝืนยิ้มออกมาทันที

"จะให้รู้สึกยังไงล่ะ เราเป็นเพื่อนกันนะเว้ยจะให้ไปรู้สึกอะไรล่ะจริงป่ะ"

เธอยังปากแข็งเหมือนเดิมและเขารู้สึกว่าควรจะพอได้แล้ว ไม่ว่าจะทำยังไงเธอก็เอาแต่พูดว่าเราสองคนเป็นเพื่อนกัน เขาพยักหน้าอย่างเข้าใจเรื่องราวทุกอย่างก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วฝืนยิ้มออกมา

"โอเค... ฉันเข้าใจทุกอย่างแล้วพิ้งค์ สุดท้ายแกก็ยังเห็นฉันเป็นเพื่อนเหมือนเดิมทั้งๆที่การแสดงออกที่ผ่านมามันเกินคำว่าเพื่อนกับแกไปนานแล้ว ถ้าฉันทำขนาดนี้แล้วแกยังไม่รู้สึกอะไรนั่นก็เป็นคำตอบที่ดีที่สุดแล้ว กลับก่อนนะ"

เขาเอ่ยออกมาเสียงสั่นก่อนจะหันหลังค่อยๆเดินออกไปด้วยหัวใจที่แตกสลาย สุดท้ายแล้วที่เขาทำไปทั้งหมดมันไม่มีประโยชน์อะไรเลย

พิ้งค์กี้กำมือตัวเองแน่นร้องไห้ออกมาก่อนจะตะโกนออกไปเสียงสะอื้น

"ฮึก! ไม่ชอบ ฉันไม่ชอบ"

เขาหยุดชะงักไปก่อนจะหันไปมองหญิงสาวที่ตอนนี้เอามือปาดน้ำตาตัวเองเหมือนเด็กน้อย

"เมื่อกี้ว่าไงนะ"

"ฉันบอกว่า ฮึก ไม่ชอบไง ไม่ชอบให้แกอยู่กับผู้หญิงคนอื่น"

เขายิ้มออกมาก่อนจะเดินเข้าไปหาหญิงสาว พิ้งค์กี้ลุกขึ้นยืนก่อนจะกอดคอเขาไว้แน่นพร้อมกับร้องไห้ออกมาอย่างอัดอั้น

"ไม่ชอบ ไม่ชอบมากเลยด้วย ห้ามทำอีกนะ"

เขายิ้มออกมาก็ขำก่อนจะกอดเธอกลับ มือหนาลูบผมเธอไปมาอย่างปลอบประโลม

"ไม่ทำอีกแล้ว ขอโทษนะ"

"ฮึก ห้ามทำอีกนะไม่งั้นฉันจะตีแกให้ตายเลยไอ้บ้า"

เขาปลอบเธออยู่อย่างนั้นนานเกือบครึ่งชั่วโมงกว่าจะยอมหยุดร้องไห้แล้วมาคุยกับเขาอย่างจริงจัง

"จะคุยกันได้ยัง"

"คุยไรอ่ะ"

เธอทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มากดเล่นทำเหมือนไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาถาม ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาก่อนจะหยิบโทรศัพท์ของเธอวางลงแล้วอุ้มเธอมานั่งลงบนตัก

"อ๊ะ ตกใจหมด"

"แกรู้ใช่มั้ยว่าเราสองคนมันไม่เหมือนเพื่อนกันเลย และทุกอย่างที่ฉันทำให้แกเพื่อนคนอื่นเค้าไม่ทำกัน"

หญิงสาวพยักหน้าเบาๆ เธอรู้แล้วว่าสิ่งที่เขาทำนั้นไม่ได้ทำในฐานะเพื่อนแต่ทำในฐานะผู้ชายคนหนึ่ง

"อื้ม รู้แล้ว"

"แล้วยังจะเป็นเพื่อนกันอีกเหรอ... มันไม่เหมือนเดิมแล้วนะ"

"แต่ฉันไม่อยากเสียเพื่อนไปนี่นะ"

"เราก็ไม่ใช่เพื่อนกันแต่แรกอยู่แล้วป่ะ มันเหมือนเพื่อนตรงไหนถามจริง"

หญิงสาวยิ้มแห้งออกมาก่อนจะดันตัวเขาให้ออกห่างด้วยความเขินอาย เขาขยับใบหน้าเข้ามาใกล้เธอก่อนจะใช้ริมฝีปากของตัวเองจูบริมฝีปากของหญิงสาว พิ้งค์กี้ตาโตอย่างตกใจช็อคที่อยู่ๆเขาก็ทำแบบนั้นกับเธอ กว่าจะได้สติผลักเขาออกก็ถูกเขาใช้ลิ้นชิมความหวานจากเธอจนอิ่ม

"ไอ้บ้าซีเนียร์มาจูบฉันทำไม อร๊ายยย ผิดผีแน่เลย"

หญิงสาวเอามือปิดปากตัวเองไว้ก่อนจะใช้มืออีกข้างทุบตีเขาไม่หยุด ชายหนุ่มหลุดขำออกมาก่อนจะเอามือของตัวเองปัดป้องไม่ให้ตัวเองถูกหญิงสาวทำร่ายร่างกาย

"เจ็บนะเว้ย"

"จูบแล้วต้องรับผิดชอบด้วย"

เธอร้องโวยวายออกมาทันที เขาดึงมือเธอเข้ามาใกล้ก่อนจะกอดเอวเล็กไว้หลวมๆ

"รับผิดชอบอยู่แล้วน่า"

พิ้งค์กี้กำลังจะง้างมือตีเขาอีกรอบแต่ก็ต้องชะงักไปเมื่อได้ยินประโยคนั้นของเขา

"รับผิดชอบยังไง"

"ก็เป็นแฟนกันไง"

"หา...."

บทก่อนหน้า
บทถัดไป