บทที่ 14 Rio ของขวัญแห่งรัก 14

Rio ของขวัญแห่งรัก 14

เช้าวันหยุด ฉันตื่นขึ้นมาในช่วงเช้ามืดพร้อมอาการตัวร้อนและปวดศีรษะจนขยับลุกไม่ไหว เพราะแบบนั้นเลยตัดสินใจส่งข้อความไปลางานกับพี่ริว แต่ส่งข้อความเสร็จก็หลับไปอีกครั้ง มารู้สึกตัวตื่นพร้อมกับโทรศัพท์ที่กำลังส่งเสียงเรียกเข้า เมื่อรับสายจึงทักทายคนที่โทร.หาทันที

“ค่ะพี่ริว” แต่เสียงที่เปล่งออกไปนั้นกลับฟังดูแหบแห้งจนเหมือนลูกเป็ด

(อาบน้ำเปลี่ยนชุดไหวหรือเปล่า?) คนปลายสายถามขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

“ค่ะ”

(งั้นอาบน้ำแต่งตัว เสร็จแล้วลงมา พี่รอหน้าหอฯ) พี่ริวบอกแค่นั้นเป็นอันเข้าใจว่าเขาไม่ให้ฉันหยุดพักสินะ คิดได้ดังนั้นก็ขยับตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียงช้า ๆ แล้วพยุงร่างกายที่ไม่ว่าสะสัมผัสโดนส่วนไหนบนร่างกาย ล้วนแต่สร้างความเจ็บปวดไปทั่วทุกอณูผิว ฝืนทนความทรมานเดินเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำแต่งตัวเตรียมไปทำงานพิเศษ กระเป๋าใบเล็กถูกเปิดกว้างเพื่อหย่อนโทรศัพท์มือถือและกระเป๋าสตางค์ลงไปเก็บ จากนั้นก็ค่อย ๆ เดินออกจากห้องอย่างเชื่องช้า

รถคันคุ้นตาจอดอยู่ที่หน้าหอ จังหวะที่กำลังเดินลงบันได คนที่อยู่ในรถก็เหมือนจะมองเห็นกันตั้งแต่ต้นถึงได้รีบลงจากรถ เดินมุ่งตรงมายังฉันเพื่อช่วยประคองไปยังรถของเขา

“ไปหาหมอ...”

“ไม่เอาค่ะ กินยาแล้ว เดี๋ยวก็หาย...”

“กินยา? กินข้าวแล้วเหรอถึงได้กินยาน่ะ หือ?” พี่ริวถามเสียงเข้ม มือข้างที่ว่างยื่นไปเปิดประตูรถให้ขึ้นไปนั่งบนเบาะ แต่วินาทีที่แอร์รถยนต์สัมผัสผิวกาย ฉันก็เริ่มหนาวสั่นปวดร้าวไปทั้งตัวอีกครั้ง

“...” และคำถามนั้นของเขาฉันไม่มีคำตอบให้ เพราะฉันกินยาไปโดยที่ไม่ได้ทานข้าว

“น่าตีจังวะ” ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ฉันโดนดุด้วยน้ำเสียงจริงจังของอีกฝ่าย ดุเสร็จพี่ริวจึงรีบเดินวนกลับมาประจำที่นั่งคนขับแล้วพาไปที่ร้านหมูปิ้ง ตอนนี้เพิ่งจะเที่ยงเองนะ พี่ ๆ ก็น่าจะยังไม่ตื่นกันด้วยซ้ำ เขาจะให้ฉันมาทำอะไรกันแน่

เมื่อรถหยุดจอดที่ลานจอดรถของร้านได้สักพัก แต่พี่ริวไม่ได้พาลงจากรถ อีกฝ่ายยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาทาบหน้าผากฉันเพื่อวัดอุณหภูมิ แววตาห่วงใยของเขาเริ่มทำให้ฉันทำตัวไม่ถูก ความห่วงใยที่ได้รับจากคนตรงหน้า ก่อความรู้สึกขัดเขินจนไม่เป็นตัวของตัวเอง เพิ่งรู้ว่าการได้รับการเอาใจมันทำให้คนเราหัวใจเต้นรัวแรงได้มากขนาดนี้ เอ๊ะ? หรือบางทีนี่อาจจะเป็นเพราะฉันไม่สบายแน่ ๆ เลย ใช่ ๆ ต้องเป็นแบบนั้นแน่เลย

“หนูโอเค” รีบบอกคนตัวสูงพลางยกมือตัวเองขึ้นไปจับมือหนาลดลงมา

“ไม่ไหวให้รีบบอกพี่” พี่ริวกับชับเสียงเข้ม และดูกังวลใจไม่น้อยที่เห็นว่าวันนี้ฉันไม่สบาย

“ค่ะ”

“เข้าไปพักก่อน เดี๋ยวทำอะไรง่าย ๆ ให้กินรองท้อง”

“หนูเกรงใจ...” ครั้งนี้เลือกที่จะสบตากับพี่ริวด้วยความงอแง อีกฝ่ายยกมือลูบที่กลุ่มผมนุ่มลื่นด้วยความอ่อนโยนก่อนจะกระซิบบอกอย่างใจดี

“ไม่ต้องเกรงใจ รบกวนพี่ได้ทุกเรื่อง” ประโยคที่แฝงไปด้วยความห่วงใย ทำให้คนที่ต้องอยู่ลำพังอย่างฉันขอบตาร้อนผ่าวแสบปลายจมูกไปหมด และไม่คิดว่าน้ำตาจะไหลผ่านแก้มทั้งสองข้างจากความรู้สึกซึ้งใจ พอไม่สบายทุกอย่างก็ดูอ่อนไหวไปหมดทุกอย่าง จนบางครั้งก็กลัวว่าสิ่งที่ตัวเองเป็นในตอนนี้จะทำให้พี่ริวรำคาญ

“คนเก่ง ไม่เป็นไรนะ พี่อยู่นี่ครับ” คนตรงหน้าเกลี่ยข้อนิ้วปาดน้ำตาออกจากแก้มด้วยความอ่อนโยน แต่ยิ่งเขาเช็ดน้ำตาให้ ฉันยิ่งเบะปากร้องไห้งอแงเหมือนเด็กน้อย

“ฮื่อ!” อารมณ์อ่อนไหวตอนที่ไม่สบายยากที่จะรับมือ หมายถึงฉันเนี่ยที่รับมือกับตัวเองไม่ไหว ส่วนพี่ริวเขาดูชอบใจไม่น้อยเมื่อเห็นฉันแสดงท่าทีที่ไม่เคยแสดงออกมา

บทก่อนหน้า
บทถัดไป