บทที่ 18 Rio ของขวัญแห่งรัก 18
Rio ของขวัญแห่งรัก 18
แต่เชื่อไหม? สิ่งที่คิดฉันไม่สามารถทำมันได้เลยสักนิด เมื่อการมาโรงพยาบาลครั้งนี้ฉันแทบไม่ต้องทำอะไรเลย นอกจากบอกอาการป่วยของตัวเองและตอบคำถามคุณหมอกับคุณพยาบาลเท่านั้น ที่เหลือพี่ริวจัดการให้หมดทุกอย่าง แม้กระทั่งไปรับยาเขาก็เป็นคนช่วยจัดการให้ด้วยตัวเอง
“เป็นยังไงบ้าง? ยังเวียนหัวอยู่ไหม?” กลับออกมาขึ้นรถคันหรู พี่ริวก็รีบถามพลางมองหน้าฉัน หลังจากที่ฉันงอนไม่มองหน้าเขาตั้งแต่มาถึงโรงพยาบาล แม้จะโดนเมินแต่อีกฝ่ายกลับไม่ยอมปล่อยมือหรืออยู่ห่างจากฉันเลยสักวินาทีเดียว
“เจ็บ” ฟ้องคนตัวโตด้วยเสียงที่แผ่วเบา ที่ฟ้องเพราะก่อนหน้านี้โดนคุณหมอฉีดยามาน่ะสิ เจ็บก้นเลย
“หึ ๆ งอแงแล้ว” พี่ริวแซวพร้อมกับหัวเราะระคนเอ็นดู ฝ่ามืออุ่นลูบที่ผมอย่างเบามือ ก่อนจะช่วยคาดเข็มขัดนิรภัยให้กัน
“หนูอุตส่าห์เลี่ยงมาตั้งนานอะ พี่จะพามาทำไมเล่า หนูไม่ชอบ งอนด้วย หนูจะไม่คุยค่ะ” บ่นคนหวังดีเสียงกระเง้ากระงอด คนโดนบ่นกลับหัวเราะชอบใจและไม่ได้ดุที่ฉันทำตัวงี่เง่าใส่แบบนั้น ตอนนี้ไม่มีแล้วความรู้สึกเกรงใจเพราะฉันงอนมาก งอนเขาที่สุดเลย
“ก็เป็นห่วงไง ไข้ไม่ยอมลดสักที เดี๋ยวกินข้าวแล้วกินยา...”
“หนูอยากกลับห้องแล้วค่ะ” รีบบอกคนหวังดีอีกครั้ง เพราะยังไงซะ เขาก็ไม่ยอมให้ไปทำงานที่ร้านหมูปิ้งอยู่แล้ว ฉันอยากกลับไปนอนพักในที่ที่คุ้นเคยของตัวเองมากกว่า
“ได้ เดี๋ยวแวะซื้อข้าวให้ จะได้กินยา” พี่ริวขับรถอย่างระมัดระวัง แม้ตอนนี้จะเป็นช่วงเย็นแต่รถยังติดแทบไม่ขยับ ตอนนี้ระหว่างเราไม่มีประโยคสนทนาอะไรเพิ่มเติม มีเพียงแค่คนตัวโตที่ลอบมองมาทางฉันบ่อย ๆ จนต้องแกล้งหลับตาเพราะไม่อยากให้เขาพะวงเรื่องอาการป่วยของตัวเอง
“ครับพ่อ”
“ไม่ ผมไม่ได้เป็นอะไร”
“เขาไม่สบายครับ ไข้ไม่ลดเลยพาไปโรงพยาบาล จริงสิครับ ไม่เชื่อถามเดเนียลได้ครับ พ่ออะ ยังไม่ใช่สักหน่อย อย่าไปเชื่อน้องเยอะครับ เอาไว้ว่างแล้วจะพาไปเจอ...”
“ไม่คุยด้วยแล้วครับ พาน้องไปกินข้าวก่อน บอกแม่ด้วยว่าคิดถึง ให้มาอยู่กับผมได้แล้ว พ่อเลี้ยงแม่ไม่ดีให้อยู่ห้องเล็ก ๆ นั่นอยู่ได้ ไม่ไหวเลย”
(ไอ้ลูกคนนี้นี่!!) เสียงที่ดังจากโทรศัพท์ทำเอาฉันสะดุ้งตกใจไม่น้อย เมื่อลืมตาก็เจอเข้ากับสายตาคมเข้มของพี่ริวทันที อีกฝ่ายยกยิ้มหัวเราะอย่างไม่ถือสาแล้วคุยโทรศัพท์ต่ออย่างอารมณ์ดี
“ก็พ่อจนอะ ไม่มีบ้านให้แม่กับพวกผมอยู่เองนี่ ตอนนี้ผมมีบ้านแล้ว และจะพาแม่กับน้องมาอยู่ด้วยกัน แค่นี้แหละวางแล้วครับ ไม่ต้องคิดถึงผมขนาดนั้นนะครับ” พี่ริววางสายจากคนที่เรียกว่าพ่อ มุมปากยังกระตุกยิ้มชอบใจ คิดว่าไม่ได้ทะเลาะกันนะ เพราะดูจากท่าทางพี่ริวแล้วพวกเขาคงพูดคุยกันปกติ
“ตกใจเหรอ?” พี่ริวถาม
“ก็...ค่ะ”
“พี่กับพ่อไม่ได้ทะเลาะกันหรอก แกล้งกันเล่นน่ะ อยากกินอะไรไหมพี่จะลงไปซื้อให้”
“ลงไปกินที่ร้านก็ได้...”
“งั้นก็ไปครับ กินข้าวก่อน” พี่ริวชวนอีกครั้งและพาไปกินข้าวก่อนจะพาฉันกลับมาส่งที่อะพาร์ตเมนต์ แต่สิ่งที่ทำให้ตกใจและไม่เข้าใจมาก ๆ คือ ทำไมเขาไม่ยอมกลับไปสักที? จะมานอนแผ่หราอยู่บนเตียงนอนของฉันแบบนี้ไม่ได้นะ
“พี่ริว กลับไปได้แล้วค่ะ” ยืนกอดอกจ้องคนตัวโตอย่างไม่เข้าใจ และค่อนข้างหวงเตียงนอนไม่น้อย เขาตัวใหญ่อะ นอนลงไปทีหมอนฉันก็ยุบลงไปที ฉันรักหมอนใบนั้นมากเลยนะคะ
“ง่วงแล้ว จะค้างด้วย” หา? ค้างอะไรของเขากัน!
“ไม่ได้นะคะ พี่คะลุกเร็ว” เขาจะมาค้างกับฉันได้ยังไงกัน ฉันกับเขาไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกันเลยนะ ถึงแม้ก่อนหน้านี้ฉันจะไปหลับที่ร้านของเขาก็เถอะ แต่ตอนนี้มันไม่ใช่เรื่องปกตินะคะ
“ง่วง ขับรถไม่ไหวแล้ว รีบไปอาบน้ำจะได้มานอนพัก กินยาครบหรือยัง” พี่ริวไม่ยอมฟังทั้งยังเลี่ยงประเด็นชวนคุยไปเรื่องอื่นอย่างแนบเนียน
“กินแล้วค่ะ แต่พี่ค้างที่นี่ไม่ได้นะคะ มันไม่เหมาะสมนะ พี่ริวอย่ามาตีหน้ามึนใส่คนป่วยแบบหนูนะ” ชักจะโมโหแล้วนะคะ ทำไมตาลุงคนนี้ทำหน้าแบบนี้ใส่ฉันด้วยเนี่ย รอยยิ้มเหมือนกำลังเล่นสนุกแบบนี้น่าหงุดหงิดชะมัดเลย
“กินยาแล้วก็ไปอาบน้ำ พรุ่งนี้ยังต้องไปทำงานไม่ใช่หรือไง ถ้าไม่รีบนอนพักพรุ่งนี้ไข้ไม่ลดอย่าหาว่าพี่ไม่เตือนนะ” พี่ริวไม่ยอมฟังสิ่งที่ฉันห้ามเขาเลยสักนิดเดียว ส่วนฉันยังยืนกอดอกจ้องคนตัวสูงที่นอนอยู่บนเตียงตัวเอง โดยที่ไม่ได้แคร์เลยสักนิดว่าเขาเองก็ยังไม่ได้อาบน้ำ แต่กลับมานอนบนเตียงของฉันแบบนี้น่ะ
“พี่ลงมาจากเตียงก่อน” ตัดสินใจไปดึงขาคนตัวโตให้ลงจากเตียงนอน แต่ดึงจนสุดแรงพี่ริวก็ไม่ขยับเลยสักนิด นั่นคนหรือยักษ์เนี่ย! ตัวหนักมาก!!
