บทที่ 21 Rio ของขวัญแห่งรัก 21
Rio ของขวัญแห่งรัก 21
“พี่ริว!” ดุคนตัวโตเสียงดังระคนตกใจ เมื่อถูกผลักให้ล้มลงบนเตียงนอนหลังใหญ่ และไม่มีช่องว่างให้ขยับออกห่าง เมื่อพี่ริวขยับคร่อมร่างกายฉันไว้ ดักทางหลบหนี ปลายนิ้วร้อนแตะลงบนคางเชยขึ้นให้แหงนหน้าสบตากับเขาไร้ทางหลีกเลี่ยง
“ใคร?”
“คะ?” แต่ไม่ทันคิดว่าประโยคที่เขาพูดด้วยหลังจากมึนตึงใส่กันมานานจะเป็นคำถามสั้น ๆ ที่ฉันไม่รู้ความหมาย
“ผู้ชายที่ร้าน มันเป็นใคร” อีกฝ่ายขยายคำถาม แต่ก็ยังคลุมเครือ ไม่รู้ทำไมฉันถึงได้นึกถึงเพื่อนร่วมคณะที่เคยเรียนด้วยกันเมื่อหลายปีก่อน แล้ววันนี้เรายังได้บังเอิญเจอกันที่ร้านคาเฟ่ หวังว่าจะไม่ใช่เรื่องนี้หรอกนะที่ทำให้ฉันโดนโกรธอย่างไม่รู้ตัวน่ะ
“เราทำให้พี่หงุดหงิดทั้งวันเลยนะรู้ตัวไหม?” คนหงุดหงิดโน้มใบหน้าเข้าใกล้เรื่อย ๆ ปลายจมูกโด่งคลอเคลียที่ปลายจมูกฉันแรง ๆ ด้วยท่าทีมันเขี้ยว ฉันที่กลัวจะโดนดุ เอนตัวติดกับที่นอนมากขึ้นจนแทบจะจมลงไป แต่ยิ่งขยับหลบเหมือนจะเป็นการเปิดทางให้อีกฝ่ายได้ขยับเข้ามาใกล้มากยิ่งขึ้นเสียอย่างนั้น
“นั่นเพื่อนที่เคยเรียนคณะเดียวกันค่ะ ไม่มีอะไรเลยนะคะ” รีบบอกคนตัวโต แต่ไม่รู้เขาจะได้ยินไหมนะ เพราะเขาดูโกรธและหงุดหงิดงุ่นง่านใจจนหูดับไปแล้ว
“สนิทกันเหรอ?” คนที่ยังมีท่าทีโกรธเคืองถามอีกหนึ่งคำถามพร้อมกับกดจมูกลงบนแก้มเบา ๆ พอเอียงหน้าหลบอีกฝ่ายก็ยอมขยับออกห่างเล็กน้อย สบตาเฝ้ารอคำตอบ
“ไม่สนิทค่ะ แค่เคยเรียนด้วยกัน แล้วก็ทำงานกลุ่มไม่กี่ครั้งเอง”
“หงุดหงิด ทำไมต้องยิ้มให้เขาขนาดนั้น” คนตัวโตขยับออกห่างทิ้งตัวนอนหงายเคียงข้างฉันบนเตียงหลังใหญ่ ฉันยกมือทาบหน้าอกด้วยอาการอกสั่นขวัญแขวน กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ทั้งยังหายใจหอบเหนื่อยเมื่อเผลอกลั้นลมหายใจตอนที่อีกฝ่ายโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้
“หวงจนจะบ้าอยู่แล้ว” คนตัวสูงเปรยเสียงเบา แต่เพราะเราอยู่ใกล้กันมาก และภายในห้องนั้นมีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศทำงานอยู่เบา ๆ ฉันจึงได้ยินทุกคำอย่างชัดเจน จากที่จะตอบก็ต้องนอนตัวแข็งทื่ออีกครั้งเมื่อฝ่ามืออุ่นของพี่ริวยื่นมาลูบที่ผมฉันเบา ๆ เหมือนตอนนี้เขาเองก็ต้องการเวลาในการระงับอารมณ์หงุดหงิดของตัวเองเช่นเดียวกัน
รวมถึงฉันที่ต้องการเวลาในการระงับความเขินอายไม่ต่างจากพี่ริวนัก นานสักพักใหญ่จึงเริ่มดึงสติตัวเองกลับมาได้ ส่วนพี่ริวยังใช้มือลูบที่ผมฉันอยู่ดังเดิม
“เรา เราลงไปข้างล่างดีไหมคะ”
“ครับ เดี๋ยวพี่ตามลงไป”
“อื้อ หนูไปทำงานรอนะคะ”
“ครับ เดินระวัง” คนที่เริ่มใจเย็นตอบกลับ เมื่อลุกขึ้นนั่งบนเตียงสำเร็จก็ค่อย ๆ ขยับไปยืนข้างเตียงอย่างระมัดระวัง คนที่ยังนอนหงายอยู่บนที่นอนนั้นคอยจ้องมองไม่วางตา จากแววตาเรียบเฉยก่อนหน้านี้แปรเปลี่ยนเป็นแวววาวขณะที่อีกฝ่ายได้เห็นท่าทีขัดเขินของฉัน
“หวง” จู่ ๆ พี่ริวก็ยืนยันกับฉันอีกครั้งด้วยประโยคที่เคยเอ่ยมาก่อนหน้านี้
“พี่ริว...” เรียกคนที่นอนจ้องกันอย่างไม่เข้าใจ
“อยากบอกไว้ว่าที่เป็นแบบนี้ เพราะพี่หวงดาริน”
“...” เราทั้งคู่สบตากันนิ่ง ๆ แล้วต่างฝ่ายต่างเงียบ กระทั่งโทรศัพท์พี่ริวมีสายเรียกเข้ามา ฉันจึงสบโอกาสวิ่งออกจากห้องนอนด้วยความเร็วแสง เพื่อลงไปทำงานตัวเองระงับอาการเขินหน้าร้อน
ไม่ไหว เหมือนจะเป็นบ้า ก่อนหน้านี้งงที่อีกฝ่ายมคนตึง พอตอนนี้กลับต้องมาเขินอายเพราะเขินสิ่งที่เขาเพิ่งจะเอ่ยบอกกัน หวงอย่างนั้นเหรอ? เขาอะนะหวงฉัน?
