บทที่ 6 Rio ของขวัญแห่งรัก 6
Rio ของขวัญแห่งรัก 6
“เอาเครื่องดื่มมาส่งค่ะ มีออร์เดอร์จากที่ร้าน” รีบรายงานคนหน้านิ่ง เขานิ่งมากจนไม่รู้ว่าตอนนี้กำลังนึกคิดอะไรอยู่กันแน่ ฉันไม่ได้มาขโมยของนะคะ ทำไมถึงได้จ้องกันด้วยสายตาแบบนี้ล่ะ
“อ้อ โอเค” เมื่อได้ยินว่ามาส่งเครื่องดื่มอีกฝ่ายก็เหมือนจะนึกขึ้นได้ พยักหน้าตอบกลับอย่างเข้าใจ
“แล้วก็วันนั้น มีพี่ที่ร้านเอาหมูปิ้งไปให้ค่ะ แต่ยังไม่ได้จ่ายเงิน ค่าหมูปิ้งเท่าไหร่เหรอคะ” ฉันรีบถามเพราะดูท่าแล้วคนตรงหน้าคงจะเป็นเจ้าของร้านอย่างที่พี่คนนั้นบอกแน่นอน อีกอย่างเขาคือลุงคนเดียวกับที่ใส่เสื้อลายดอกสงกรานต์เมื่อหลายเดือนก่อน ไม่คิดว่าครั้งนี้จะเปลี่ยนมาใส่เสื้อฮาวาย
“จำไม่ได้แล้ว ว่าแต่เลิกงานแล้วเหรอ?” คนตรงหน้าไม่ยอมบอกราคา แต่ยังถามกันต่อทั้งที่เราไม่เคยทักทายหรือพูดคุยกันมาก่อนด้วยซ้ำ
“ค่ะ มันมีสิบสองไม้ในถุง...”
“จำราคาไม่ได้หรอก แต่ถ้าอยากจ่ายเงินล่ะก็...” คนตรงหน้าที่ยกแก้วกาแฟขึ้นดูดไปอึกใหญ่ สบตากับฉันนิ่ง ๆ ราวกับกำลังคิดอะไรบางอย่าง ก่อนจะเอ่ยถามฉันอีกครั้งเพื่อเช็กอะไรบางอย่าง
“ทำบัญชีเป็นไหม” และคำถามนั้นของเขาทำเอาหูฉันดังวิ้งไปหมด แล้วมันเกี่ยวอะไรกับค่าหมูปิ้งกันล่ะเนี่ย
“คะ?” ถึงกับหลุดเสียงทวนถามออกไปอย่างไม่เข้าใจ แต่คนตรงหน้าที่ดูดกาแฟเข้ม ๆ นั้นมุมปากกระตุกยิ้มราวกับกำลังพบเจอเรื่องสนุก แล้วอธิบายให้ฟังอย่างใจเย็น
“ทำบัญชีเป็นไหม ทำให้หน่อย วันนี้ขี้เกียจ”
“...” เจ้าของร้านขี้เกียจได้ด้วยเหรอ?
“เชิญครับ” คนตัวสูงขยับออกห่างจากหลังโต๊ะทำงาน ผายมือเชิญให้ฉันเข้าไปนั่งบนเก้าอี้ตัวใหญ่ที่ตั้งอยู่ตรงนั้น ราวกับเรามั่นใจว่าฉันหน้าเอ๋อ ๆ คนนี้สามารถทำบัญชีร้านให้เขาได้
“มีค่าจ้างให้ วันนี้เหนื่อยจริง ๆ ช่วยทำให้หน่อย” เมื่อฉันไม่ยอมขยับอีกฝ่ายก็ยื่นข้อเสนอ
“ไม่เอาค่าจ้างก็ได้ค่ะ แต่หักล้างกับค่าหมูปิ้งที่ให้ไปก่อนหน้านี้ ไม่อยากติดหนี้ค่ะ” ฉันอธิบายในมุมของตัวเองให้อีกฝ่ายได้ฟังเช่นเดียวกัน
“ได้ครับ แล็ปท็อปเปิดเลยนะ มีอะไรถามได้” คนตัวสูงยกยิ้มมุมปากเดินไปนั่งที่เก้าอี้หน้าโต๊ะทำงาน ส่วนฉันจำต้องก้าวไปนั่งบนเก้าอี้ตัวใหญ่แล้วทำบัญชีให้เขา ไม่ใช่บัญชีรายวันแต่เป็นบัญชีรายเดือนเลยนะ โชคดีที่มีข้อมูลทุกอย่างครบครันเลยไม่ได้ยากอย่างที่กลัว พนักงานของที่ร้านวนเวียนมาเอาเครื่องดื่มกันไปคนละแก้วและเริ่มย่างหมูปิ้ง โดยมีลูกค้าทยอยมาเข้าคิวรอแล้วเช่นเดียวกัน
“เดี๋ยวนะคะ ขายไม้ละห้าบาทเหรอ?” เมื่อเห็นราคาหมูปิ้งก็ต้องตกใจเงยหน้ามองคนที่ดูดกาแฟจนหมดแก้วแรก และตอนนี้กำลังเริ่มดื่มแก้วที่สอง โอเครู้แล้วล่ะว่าใครสั่งกาแฟเข้ม ๆ สองแก้วเพิ่มช็อตในเวลาแบบนี้ ก็คนตรงหน้าฉันนี่ไงคะ!
เขาไม่นอนตอนกลางคืนเหรอ?
“อื้อ ห้าบาทพอ” อีกฝ่ายตอบอย่างไม่คิดอะไร แต่ขายไม้ละห้าบาทวันละ...โอเค รู้แล้วทำไมอยู่รอดเพราะต่ำสุดของที่ร้านขายได้คือวันละพันไม้ แค่ต่ำสุดนะคะ แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ไม่เคยจะทันเลยสินะ คิดแล้วก็หงุดหงิด ถ้าวันไหนฉันต่อคิวซื้อหมูปิ้งร้านนี้ทันชีวิตคงจะคอมพลีทมากแน่ ๆ เลยอะ
“รับทำงานพิเศษไหมล่ะ จ้างสัปดาห์ละวันก็ได้”
“คิดแพงนะคะ” เมื่อได้ยินว่ามีคนจะจ้างทำงานฉันก็ตื่นเต้นไม่น้อย เหมือนมีนางฟ้ามาโปรดช่องทางเพิ่มรายได้ให้ฉันเลยอะ แต่ที่บอกว่าแพงฉันแค่อยากรู้ว่าเจ้าของร้านคนนี้จะทำยังไงน่ะสิ
“หึ คิดมาเถอะ แต่หลังร้านปิดค่อยคุยกัน ไปย่างหมูช่วยพวกนั้นก่อน”
“ค่ะ” ก็ดูแปลก ๆ ดีละนะ คนที่บอกจะไปปิ้งหมูช่วยพี่คนงานในร้านก็เข้าไปช่วยจริง ๆ อย่างที่ปากบอกไว้ก่อนหน้านี้ ส่วนบัญชีที่เขาใช้ให้ลงข้อมูลก็มีใบเสร็จและรายละเอียดชัดเจน ด้วยฉันเลยทำเสร็จเร็ว เมื่อมั่นใจว่างานที่ได้รับมอบหมายเสร็จสิ้น ก็เตรียมตัวกลับไปพัก ดูจากคิวซื้อหมูปิ้งแล้วฉันคิดว่าตัวเองควรไปซื้อก๋วยเตี๋ยวซอยข้าง ๆ กลับไปกินที่ห้องน่าจะเหมาะกว่า
“จะไปไหน?” คนที่หายไปปิ้งหมูหันกลับมาเจอรีบก้าวเข้ามาใกล้ จุดที่เขายืนก่อนหน้านี้มีคนขยับเข้าไปทำแทนทันที แล้วพนักงานในร้านเขาเหมือนจะเน้นเถียงกันเองมากกว่าขายหมูปิ้งอีกนะ บางครั้งฉันได้ยินยังหลุดขำเลย
