บทที่ 1 ยังติดอยู่ในความทรงจำ

บทที่1

ยังติดอยู่ในความทรงจำ

แสงไฟจากบ้านใหญ่ที่เล็ดลอดเข้ามากระทบกับกระจกใสของบ้านหลังเล็กที่อยู่ในรั้วบ้านเดียวกันทำให้คนที่นั่งทำงานอยู่ภายในบ้านขมวดคิ้วเพราะตอนนี้เป็นเวลาดึกมากแล้ว เหตุใดคนที่บ้านใหญ่ถึงยังไม่นอนกันคงไม่ใช่มีเหตุการณ์ปวดหัวอะไรเกิดขึ้นอีกหรอกนะเพราะถ้าเป็นแบบนั้นคุณผู้หญิงของบ้านคงต้องเหนื่อยใจอีกเช่นเคย

ความวุ่นวายของบ้านใหญ่เป็นอะไรที่เธอค่อนข้างจะชินชาและไม่เคยคิดจะเอาตัวเองเข้าไปยุ่งวุ่นวายกับคนที่ตึกใหญ่เลยสักครั้ง การอยู่เงียบๆ และอยู่ในที่ของตัวเองเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้วในการอาศัยอยู่ที่นี่

บ้านหลังเล็กหลังนี้มีเพียงเธอกับน้องชายอาศัยอยู่กันแค่สองคนเท่านั้นทำให้ภายในบ้านค่อนข้างเงียบสงบมากกว่าบ้านหลังใหญ่ที่เธอกำลังมองผ่านพุ่มไม้เล็กๆ ออกไป

หลังจากที่มารดาบังเกิดเกล้าได้เสียชีวิตลงของขวัญก็จำต้องย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตอนนี้เป็นเวลากว่าหกปีแล้วที่เธอกับน้องชายถูกดึงตัวกลับเข้ามาในวังวนของคนตระกูลนี้อีกครั้งแม้จะอยากปฏิเสธและอยากหลบหนีไปให้ไกลแค่ไหนแต่สุดท้ายคำว่าบุญคุณก็ฉุดรั้งให้เธอกับน้องต้องกลับมาที่นี่และไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะหลุดพ้นจากคนตระกูลนี้ได้จริงๆ สักที

เสียงฝีเท้าที่วิ่งลงมาจากบันไดของบ้านทำให้ร่างบางที่กำลังนั่งคิดอะไรเงียบๆ คนเดียวหลุดจากภวังค์ เธอเงยหน้าขึ้นและหันกลับไปมองทางด้านหลังก่อนจะยิ้มด้วยความอ่อนโยนเช่นเคยเมื่อเห็นว่าเป็นคีย์น้องชายเพียงคนเดียวของเธอ

ร่างสูงโปร่งสาวเท้าเข้ามาหาพี่สาวอย่างรีบร้อนเพราะตอนนี้ใกล้ถึงเวลาที่เขานัดกันกับเพื่อนเพื่อออกไปดื่มและพูดคุยธุระบางอย่างด้วยกัน

“พี่ขวัญ วันนี้ผมไปนอนคอนโดนะ พอดีมีนัดไปดื่มกับเพื่อนที่คลับคิดว่าน่าจะดึกเลยอะ พี่อยู่คนเดียวได้ใช่มั้ย” คีย์เป็นชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งและหน้าตาหล่อเหลา ปีนี้เจ้าตัวอายุยี่สิบสี่ปีและพึ่งจบปริญญาโทมาหมาดๆ เห็นน้องชายโตขึ้นมากของขวัญก็อดใจหายไม่ได้เพราะตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่นี่น้องชายของเธอก็ดูโตขึ้น สุขุมขึ้นแทบไม่มีความขี้เล่นเหมือนครั้งที่อาศัยอยู่บ้านหลังเดิมกัน

คงเพราะความกดดันหลายๆ อย่างจากคนที่นี่ทำให้เจ้าตัวกลายเป็นคนนิ่งเงียบมากกว่าเมื่อก่อนแต่ถึงจะเป็นแบบนั้นเจ้าตัวก็ยังคงมีรอยยิ้มและยังคงอบอุ่นกับเธอเหมือนเดิม

“ได้สิ ว่าแต่ไปดื่มกับใครล่ะ ปกติเราไม่ค่อยรับนัดใครไม่ใช่เหรอ?” ตั้งแต่น้องชายเริ่มทำงานก็ไม่ค่อยออกไปสังสรรค์กับเพื่อนเท่าไรเพราะกลัวดื่มหนักและตื่นไปทำงานไม่ทัน เมื่อก่อนน้องชายเธอใช่ย่อยที่ไหนถ้าได้ดื่มก็ยาวจนเพื่อนๆ ต้องแบกกลับมาส่งทุกที แต่วันนี้คงเป็นนัดสำคัญแน่ๆ เจ้าตัวถึงดูกระตือรือร้นและรีบร้อนแบบนี้

“ไปดื่มกับไอ้กายครับ พี่ขวัญจำมันได้มั้ย มันกลับจากอังกฤษแล้วนะ ผมไม่ได้เจอมันนานแล้วด้วยก็เลยไม่ปฏิเสธ” คีย์ยกยิ้มบางๆ และกดโทรศัพท์ตอบแชตเพื่อนไปด้วยซึ่งเขาคงไม่รู้ว่าชื่อที่เขาพูดออกมานั้นมันทำให้คนเป็นพี่สาวถึงกับนิ่งเงียบไปแต่หัวใจกลับเต้นแรงขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่

เพื่อนน้องชายคนนั้นกลับมาแล้วงั้นเหรอ กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ เพราะตั้งแต่วันนั้นนี่ก็ผ่านไปหกปีแล้วสินะที่เธอไม่ได้เจอเขาและไม่แม้แต่ได้ยินข่าวคราวของเด็กคนนั้นเลย

“อืม จำได้สิ แล้วเพื่อนเรากลับมานานแล้วเหรอ” เธอพยายามบังคับเสียงตัวเองไม่ให้สั่นเพราะใจเธอมันเต้นแรงมากจริงๆ ชื่อของเด็กคนนี้เธอจำได้ไม่เคยลืมและไม่ใช่แค่ชื่อแต่ทุกสัมผัสของเขาในคืนนั้นเมื่อหกปีที่แล้วเธอยังจำมันได้ไม่เคยลืมเหมือนกัน ทุกอย่างยังติดอยู่ในความทรงจำของเธอ

“กลับมาได้อาทิตย์หนึ่งแล้วครับ…เดี๋ยวผมกลับมาเล่าให้ฟังแล้วกันนะ ตอนนี้มันตามผมยิกๆ เลยเนี่ย” คีย์หันหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเองให้พี่สาวดูทำให้ของขวัญต้องพยักหน้าและเดินออกไปส่งน้องชายที่ประตูและไม่ลืมที่จะกำชับว่าอย่าดื่มหนักจนเกินไปเพราะเธอกลัวจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นและถ้าเมามากจริงๆ ก็นั่งแท็กซี่กลับ

ดีหน่อยที่น้องชายเธอเป็นคนพูดง่าย ไม่ค่อยทำอะไรให้เธอไม่สบายใจและเป็นห่วงแต่ทว่าคนเป็นพี่ที่เหลือน้องชายเพียงคนเดียวในชีวิตแบบเธอก็อดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี

“ถ้าไม่เมาจนเกินไป หลังจากแยกย้ายกับเพื่อนแล้วส่งข้อความบอกพี่ด้วยนะ พี่เป็นห่วง” ของขวัญอดกำชับอีกครั้งไม่ได้และด้วยความเป็นห่วงเธอจึงเดินออกมาส่งน้องชายจนถึงรถยนต์ของเจ้าตัว

“ได้ครับ งั้นผมไปแล้วนะ” คีย์โบกมือและเลื่อนกระจกรถขึ้นจากนั้นก็ขับรถวนออกไปยังประตูใหญ่ของบ้านซึ่งมันต้องผ่านบ้านใหญ่ที่ตอนนี้บนตึกได้ปิดไฟกันไปหมดแล้ว คงไม่มีเรื่องร้ายแรงอะไรเกิดขึ้นอย่างที่เธอนึกกังวลในตอนแรก

เมื่อกลับเข้ามาในบ้านความเงียบงันก็ทำเอาเธอกลับไปนึกถึงความทรงจำในอดีตโดยเฉพาะเรื่องราวของเธอกับเพื่อนน้องชายคนนั้น กาย การินทร์ คือเด็กหนุ่มที่ทำให้เธอไม่เป็นตัวของตัวเองและยังเอาแต่นึกถึงเขาจนถึงตอนนี้ เด็กนิสัยไม่ดีคนนั้นทำเอาเธอปั่นป่วนและจิตใจไม่สงบจนอยากตามไปข่วนหน้าหล่อๆ นั้นให้หายโมโห แต่ทว่าหลังจากคืนนั้นเธอกับเขาก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย

ไม่รู้ว่าที่เจ้าตัวเงียบหายไปเพราะโกรธเคืองกับคำพูดของเธอหรือเป็นเพราะว่าเจ้าตัวเข้าใจในสิ่งที่เธอต้องการบอกกันแน่

แต่ไม่ว่าจะเป็นเพราะอะไรหากเป็นไปได้เธอก็ไม่อยากเจอกับเด็กคนนั้นอีก เธอกลัวว่าจิตใจที่เคยเข้มแข็งและบอกตัวเองอยู่เสมอว่าเธอไม่ชอบคนอายุน้อยกว่าจะพังทลายลงเพียงแค่ได้เจอกับเพื่อนน้องชายคนนั้นอีกครั้ง…

บทถัดไป