บทที่ 4 อดีตอันเร่าร้อน [1]
บทที่4
อดีตอันเร่าร้อน [1]
หิวงั้นเหรอ? เขาหมายถึงหิวอะไรล่ะ ร่างบางมองสบตาเขาตรงๆ อีกครั้ง ก่อนจะเป็นฝ่ายร้อนตัวจนต้องรีบปฏิเสธด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักจนเด็กหนุ่มลอบยิ้มขำในท่าทีประหม่าของเธอ
“ปะ…เปล่านะ พี่ไม่ได้หิว” สายตาวาววับและรอยยิ้มขำทำเอาเธอรีบแก้ตัวเป็นพัลวันเพราะคิดว่าเขาต้องคิดว่าเธอกำลังหิวเขาอยู่แน่ๆ ก็ใครใช้ให้เขามายืนกินน้ำแบบไม่ใส่เสื้อแบบนี้ล่ะ สายตาเธอมันก็อดที่จะมองเขาอย่างเปิดเผยไม่ได้
“งั้นเหรอ? ผมก็คิดว่าพี่หิวน้ำผมซะอีก เห็นมองผมตาเป็นประกายเลย” ร่างสูงเดินเข้ามาใกล้และมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอจนกระทั่งเห็นใบหน้ากันชัดเจนมากขึ้น ใบหน้าเรียวเล็กของสาวรุ่นพี่แดงก่ำด้วยความขัดเขิน เห็นแล้วก็รู้สึกอยากจะทำอย่างอื่นมากกว่าการแกล้งเล่นขำๆ เหมือนก่อนหน้านั้น
“บ้า! ใครจะไปหิวน้ำเรากัน” ยิ่งพูดก็ยิ่งอยากจะกัดลิ้นตัวเองให้ตาย ไม่รู้ว่าเขาจะคิดว่าเธอลามกหรือเปล่าที่เผลอไปคิดเรื่องใต้สะดือจนหลุดปากพูดออกไปแบบนั้น เขาโตแล้วคงไม่ได้ใสซื่อจนไม่เข้าใจคำพูดของเธอหรอกนะ บอกตามตรงว่าเธอโคตรอายเลยตอนนี้
“หึ คิดอะไรอยู่เหรอครับ ทำไมหน้าแดงแบบนี้ล่ะ ที่ผมหมายถึงคือน้ำในมือผมต่างหาก ไม่ได้หมายถึง…น้ำอย่างอื่น” พูดจบก็วางขวดน้ำลงตรงเคาน์เตอร์ครัวและใช้แขนกักตัวคนตัวเล็กกว่าเอาไว้ เขากระตุกยิ้มร้ายและมองเธอด้วยสายตาเหมือนหมาป่าที่จ้องตะครุบเหยื่อตัวน้อยและพร้อมจะกลืนกินลงไปทั้งตัว
กลายเป็นว่าตอนนี้เธอตกอยู่ในอ้อมกอดเขาโดยปริยายเพียงแค่เขาไม่ได้กอดรัดตัวเธอเอาไว้ก็เท่านั้นเอง ของขวัญหัวใจเต้นแรงด้วยความประหม่าและเธอก็ตกใจมากเมื่อเด็กหนุ่มเดินเข้ามากักขังตัวเธอเอาไว้ด้วยสภาพล่อแหลมแบบนี้ เขาไม่เคยทำอะไรแบบนี้กับเธอมาก่อน ไม่เคยเข้าใกล้และทำตัวรุ่มร่ามกับเธอเลยสักครั้งแต่ทำไมวันนี้เขาถึงได้ดูรุกไล่เธอนักนะ
เธอพึ่งรู้วันนี้เนี่ยแหละว่าเขาตัวสูงและหุ่นดีมาก เขาไม่ใช่ผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่แต่เป็นชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งแต่ไม่ได้ผอมแห้งอะไรแบบนั้นเพราะเขายังมีกล้ามหน้าท้องที่ดูแข็งแรงมากๆ บ่งบอกว่าเขาต้องออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอแน่นอน อีกทั้งยังดูเซ็กซี่จนเธอหายใจไม่ทั่วท้องเพราะเผลอจินตนาการไปถึงร่างกายเปลือยเปล่าของเขาทั้งหมด
ปีนี้เจ้าตัวพึ่งจะอายุสิบเก้าแต่กลับดูโตเป็นผู้ใหญ่กว่าที่เธอคิดเอาไว้ ผิวของเขาขาวจัดเหมือนลูกคุณหนูที่ไม่เคยออกแดด แม้แต่มือเรียวยาวที่กำลังยกขึ้นมาลูบไล้ตามต้นแขนนวลเนียนของเธอก็ดูสะอาดสะอ้านแถมมือเขายังเรียวสวยกว่าเธอที่เป็นผู้หญิงซะอีก
เด็กคนนี้มีเสน่ห์อย่างเหลือล้น ไม่ว่าใครได้ใกล้ชิดเขาก็ทำให้เสียอาการได้โดยง่ายทั้งนั้น ขนาดเพื่อนเธอทั้งสองคนยังออกปากชมความหล่อเหลาของเด็กหนุ่มคนนี้ไม่หยุดจนเธอรู้สึกไม่ชอบใจอย่างไม่ทราบสาเหตุ
“จะ..ทำอะไร ถอยออกไปนะ” เธอตัวสั่นเทาในอ้อมแขนของเขาแถมยังรู้สึกกังวลใจกลัวว่าน้องชายจะลงมาเห็นภาพล่อแหลมแบบนี้ แต่ดูเหมือนว่าคนตรงหน้าจะไม่สะทกสะท้านและไม่กลัวว่าใครจะเข้ามาเห็นตัวเองในสภาพแบบนี้เลยสักนิดเดียว
“หึ พี่กลัวอะไรครับ ผมน่ากลัวงั้นเหรอ?” แววตาคมยังคงจับจ้องเธอไม่วางตาแถมยังยกยิ้มน้อยๆ อย่างไม่สนใจสีหน้าตื่นตระหนกของเธอ กลิ่นหอมอ่อนๆ จากร่างกายเธอ ยิ่งทำให้เขาไม่อยากถอยห่างแต่อยากจะขยับเข้าไปใกล้ชิดมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ แววตากลมโตที่มองหาทางหนีไปจากอ้อมแขนของเขายิ่งทำให้เขาชอบใจและอดจะเอ็นดูพี่สาวคนนี้ไม่ได้
เธออายุมากกว่าเขาสามปีแต่ก็ยังมีความตื่นกลัวเหมือนเด็กสาวที่พึ่งได้ใกล้ชิดเพศตรงข้าม ส่วนเขาก็ตื่นเต้นและดีใจมากเหมือนกันที่ได้มีโอกาสใกล้ชิดเธอแบบนี้ สองสามปีมานี้เขาคอยแต่แอบลอบมองเธอเงียบๆ เพราะเธอวางตัวกับเขาเหมือนเป็นพี่สาวเขาจริงๆ
แต่เธอคงไม่รู้ว่าเขาไม่เคยอยากมีพี่สาวเลยสักนิดและยิ่งเป็นเธอก็ยิ่งไม่อยากให้เป็น ส่วนเธออยากจะเป็นพี่สาวของใครก็เป็นไปแต่สำหรับเขาไม่มีทางที่เธอจะได้มาเป็นพี่สาวอย่างแน่นอน ต่อให้เธอจะขีดเส้นความสัมพันธ์กับเขาเพียงเท่านั้น แต่เขาก็จะก้าวข้ามมันไปให้ได้โดยไม่สนว่าอายุจะห่างกันหรือไม่
“เปล่า พี่ไม่ได้กลัว แต่พี่อึดอัด เราถอยออกไปก่อนได้มั้ย จะมากักตัวพี่ไว้ทำไมเล่า” เธอมองเขาอย่างไม่หลบสายตาเพราะเธอไม่อยากรู้สึกเหมือนกำลังตกเป็นเหยื่อตัวน้อยๆ ให้อีกฝ่ายแกล้งเล่น
“ผมอยากอยู่ใกล้พี่ไงครับ” ร่างสูงยังคงกักตัวเธอไว้ไม่ยอมถอยห่างแถมยังขยับเข้าไปใกล้มากกว่าเดิมอีกต่างหาก
“พูดอะไรของเราเนี่ย! ถอยเลยนะ” สุดท้ายเธอก็ทนไม่ไหวต้องผลักเขาออกห่างเพราะกลัวว่าตัวเองจะหัวใจวายตายซะก่อน ก็เขาเล่นอ่อยเธอขนาดนี้จะไม่ให้เธอรู้สึกอะไรเลยหรือไง แต่ไม่ว่าจะพยายามผลักเขามากแค่ไหนคนหน้ามึนก็ยังปักหลักอยู่ที่เดิม ไม่แม้แต่จะถอยห่างออกไปแม้แต่ก้าวเดียว
“ไม่ถอยและผมจะเข้าใกล้กว่านี้ด้วย” เขาขยับใบหน้าลงไปใกล้เธอจนได้กลิ่นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ทั้งสองดื่มไปก่อนหน้า ตอนนี้เธอไม่รู้แล้วว่าตัวเองมึนเมาเพราะอะไรกันแน่ จะจากเบียร์ที่ดื่มเข้าไปหรือเป็นเพราะเสน่ห์อันเหลือล้นของเขากันแน่
ลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดกันทำให้เธอต้องเม้มปากแน่นอย่างคนตื่นเต้นและมันอดประหม่าไม่ได้จริงๆ ที่ได้อยู่ใกล้ชิดเด็กคนนี้ เธอพยายามวางตัวกับเขาเหมือนเป็นพี่สาวจริงๆ และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเขาก็ไม่เคยแสดงอาการใดๆ นอกจากมองและพูดคุยกันตามปกติเท่านั้น
อยู่ต่อหน้ามารดาเธอ เจ้าตัวก็ดูเรียบร้อยและทำตัวเป็นเด็กดีเสมอมา ใครจะไปรู้ว่าแท้จริงแล้วเขาเป็นเด็กที่ร้ายกาจที่สุดแถมยังเจ้าเล่ห์เล่นละครเก่งยิ่งกว่านักแสดงมืออาชีพ
ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยและมักจะมีรอยยิ้มมุมปากนั้น เขาซ่อนความร้ายกาจเอาไว้อย่างแนบเนียน แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นเธอเองก็ไม่คิดจะถอยห่าง เหมือนกับว่าเธอเองก็อยากจะรู้ว่าเขาจะทำอะไรเธอต่อจากนี้ มันเป็นความคิดที่บ้ามากแต่มันห้ามไม่ให้ตัวเองคิดเกินเลยแบบนั้นไม่ได้จริงๆ
“ผม..อยากจูบพี่ ขอจูบได้มั้ยครับ” เขากระซิบถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่าก่อนจะใช้จมูกคลอเคลียกับจมูกเชิดรั้นไปมาราวกับต้องการออดอ้อนให้เธออนุญาต ของขวัญมองสบตาเขาและหันกลับไปมองด้านหลังตัวเองอย่างหวาดระแวง เธอกำลังตื่นเต้นเพราะไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน
ตั้งแต่เด็กจนโตเธออยู่ในกรอบของตัวเองมาโดยตลอด แม้มารดาจะไม่ได้เลี้ยงเธออย่างเข้มงวดแต่เธอก็อยากอยู่ในกรอบที่ตัวเองสร้างขึ้นมา เธออยากเป็นเด็กดีและไม่ทำให้มารดาต้องหนักใจ ภายนอกเธอดูเรียบร้อยอ่อนหวานแต่ทว่าตัวเธอนั้นรู้ดีว่าตัวเองก็มีความดื้อรั้นและไม่ยอมคนเหมือนกัน
เป็นคนกล้าได้กล้าเสียและอยากรู้อยากลองเหมือนกับคนอื่นๆ นั่นแหละและตอนนี้เธอก็กำลังเปิดเผยด้านมืดของตัวเองออกมา
คนตัวสูงอุ้มเธอนั่งบนเคาน์เตอร์ครัวและกักขังเธอเอาไว้อย่างถนัดถนี่มากขึ้น เขามองเธออย่างรอคอยคำตอบว่าเธอจะอนุญาตหรือไม่ เธอดูลังเลเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธเขาทันทีแต่อย่างใด
“ดะ..เดี๋ยวคนเข้ามาเห็น” เธออ้อมแอ้มบอกเขาในที่สุด ส่วนหัวใจก็เต้นแรงจนแทบกระเด็นออกมาเพราะความตื่นเต้นและเธอคิดว่าเขาน่าจะได้ยินเสียงหัวใจเธอเพราะขนาดเธอเองยังได้ยินเสียงหัวใจเขาเลย
“หึ ไอ้คีย์มันเมาขนาดนั้น ไม่ตื่นลงมาหรอกครับ อีกอย่างทั้งบ้านนี้ก็มีแค่พวกเราสามคนและตอนนี้ก็มีแค่พี่กับผมที่อยู่ตรงนี้” เขากำลังล่อลวงเธอใช่มั้ย ทำไมเด็กคนนี้ถึงได้มีอิทธิพลต่อความรู้สึกเธอแบบนี้ล่ะ เธอบอกตัวเองเสมอว่าห้ามคิดอะไรเกินเลยกับเพื่อนน้องชายเด็ดขาด
ยิ่งเขาอายุน้อยกว่าเธอก็ยิ่งไม่ควรคิดเพราะเธอไม่ชอบคนอายุน้อยกว่า เธอไม่ชอบเด็กยิ่งเป็นเด็กที่เธอเห็นเขามาตั้งแต่อายุสิบเจ็ดแบบนี้ยิ่งไม่ควรที่จะคิดอะไรเกินเลยเพราะมันทำให้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะพรากผู้เยาว์อย่างไรอย่างนั้น ทั้งๆ ที่ปีนี้เขาอายุสิบเก้าแล้ว แต่ถึงยังไงเขาก็ยังเด็กกว่าเธออยู่ดี
ร่างบางตบตีกับความคิดตัวเองและรู้สึกไม่อยากถลำลึกลงไปมากกว่านี้ แต่ยังไม่ทันได้ดึงสติตัวเองกลับมาคนตรงหน้าก็ก้มลงมาจูบเธออย่างรวดเร็วโดยที่เธอไม่ทันได้ตั้งตัวและด้วยความตกใจทำให้เธอเผยอปากออกจนคนตรงหน้าสอดแทรกเรียวลิ้นเข้ามาได้สำเร็จ เขาจูบเธออย่างนุ่มนวลก่อนจะเปลี่ยนเป็นเร่าร้อนขึ้นจนเธอหายใจไม่ทัน เรียวลิ้นร้อนเกี่ยวรัดลิ้นเธอไปมาก่อนจะดูดดึงซ้ำๆ แรงๆ จนเกิดเสียงน่าอาย
“อื้ออ” สุดท้ายเธอก็ทนกับความหวามไหวที่คนตรงหน้ามอบให้ไม่ได้จึงได้แต่ครางอื้ออึงเหมือนคนอ่อนหัดแต่เธอก็อ่อนหัดจริงๆ นั่นแหละ เขายังดูช่ำชองกว่าเธออีกคงไม่ได้เคยจูบกับใครมาก่อนหรอกใช่มั้ยเพราะถ้าเป็นแบบนั้นเธอคงรู้สึกอิจฉาผู้หญิงคนนั้นที่ได้ใกล้ชิดเขาก่อนเธอ ความเร่าร้อนที่เพิ่มขึ้นทำให้เธอจิกเล็บลงไปที่สะโพกเขาอย่างระบายอารมณ์หวามไหวที่ก่อตัวขึ้น
“อึ้ม ปากพี่หวานมาก” เขาผละริมฝีปากออกและมองเธอด้วยสายตาวาววับพอใจ ริมฝีปากเธอบวมเจ่อขึ้นเล็กน้อยก่อนที่เขาจะกดจูบลงไปอีกครั้งอย่างห้ามใจไม่อยู่และครั้งนี้มันก็ทำให้อารมณ์ของทั้งสองคนเตลิดไปไกลจนหลงลืมทุกสิ่ง ลืมแม้กระทั่งว่าตอนนี้ทั้งสองคนกำลังจูบนัวเนียกันอยู่ที่ไหน…
