บทที่ 5 อดีตอันเร่าร้อน [2] NC
บทที่5
อดีตอันเร่าร้อน [2] NC
ประสบการณ์แปลกใหม่ที่ชายหนุ่มมอบให้ทำเอาเธออ่อนระทวยจนแทบหายใจหายคอไม่ทัน ฝ่ามือที่เกาะกอดเขาที่ข้างเอวก่อนหน้าได้ขยับขึ้นไปโอบรอบคอเขาเอาไว้ตอนไหนก็ไม่รู้ รู้ตัวอีกทีใบหน้าหล่อเหลาก็ซุกไซ้ที่ใบหน้าและลำคอของเธอจนก่อให้เกิดอารมณ์ปรารถนาขึ้นมาจนยากที่จะหักห้ามใจ
ตอนนี้เธอหลงมัวเมาจนไม่รู้ว่าสิ่งไหนถูกสิ่งไหนผิดกระทั่งปลายนิ้วเรียวยาวของเขาได้สอดแทรกผ่านแพนตี้ตัวน้อยเข้ามาจนกระทั่งกดคลึงบริเวณจุดอ่อนไหวของเธออย่างยั่วเย้าพร้อมกับบดขยี้ตรงจุดนั้นจนเธอครางอื้ออึงออกมาอย่างเก็บกลั้นไม่อยู่เพราะความเสียวซ่าน
“อื้ออ” ความร้อนวูบวาบแล่นพล่านไปทั่วร่างกาย อีกทั้งยังรู้สึกทรมานเหมือนคนจับไข้เพราะยิ่งเขาบดขยี้ตรงนั้นมากเท่าไร เธอก็ยิ่งทรมานมากเท่านั้น มันเสียวซ่านแต่ก็ไม่รู้ว่าต้องทำยังไงให้ตัวเองหลุดพ้นจากความทรมานนี้
เธออายุยี่สิบสองแล้วก็จริงแต่ประสบการณ์กับเพศตรงข้ามเรียกว่าติดลบเลยก็ว่าได้ เธอเคยคบหากับผู้ชายคนอื่นมาบ้างแต่แค่เพียงผิวเผินเพราะหลังจากได้พูดคุยกันแล้วไปต่อไม่ได้เธอก็เลือกที่จะเลิกคุย จากนั้นก็อยู่เป็นโสดมาโดยตลอดจึงไม่เคยใกล้ชิดกับผู้ชายคนไหนขนาดนี้มาก่อนเลยสักครั้ง
“เสียวเหรอครับ หืม” เขากระซิบถามชิดริมฝีปากเธอก่อนจะกดจูบลงไปอีกครั้งเพราะเสียงครางหวานๆ ของเธอทำให้อารมณ์ดำมืดในจิตใจลุกโชนขึ้นจนแทบอดทนต่อไปไม่ไหว มันอยากทำอะไรไปมากกว่าการกอดจูบ
นิ้วมือที่บดขยี้ตรงจุดอ่อนไหวของเธอเคลื่อนย้ายไปยังร่องคับแคบที่มีน้ำหวานไหลซึมออกมาจนเปรอะเปื้อนตามต้นขาสวย เขากดแทรกเข้าไปและขยับมันเบาๆ ก่อนเพื่อให้เธอปรับตัว จากนั้นก็เร่งเร้าขึ้นตามระดับอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน เลือดในกายมันสูบฉีดจนตัวเขาร้อนผ่าวไปหมด
“อื้ออ อยะ..อย่าทำ อ๊าา” เธอพยายามขยับตัวออกห่างจากนิ้วมือเขาเมื่อสติเริ่มกลับมา ยิ่งเขาขยับและรุกไล่เธอมากเท่าไรเธอก็ยิ่งเสียวกระสันมากเท่านั้น แต่ทว่าความต้องการในจิตใจก็ผลักดันให้เธอไปไหนไม่ได้ ความเสียวซ่านที่ไม่เคยได้รับมาก่อนทำเอาเธอสับสนมึนงงไปหมด ทั้งอยากหลบหนีจากเด็กร้ายกาจคนนี้แต่อีกใจก็อยากให้เขาช่วยปลดปล่อยความทรมานเพราะพิษใคร่นี้ด้วย
“หึ พี่อยากให้ผมหยุดจริงๆ เหรอครับ แต่ทำไมตรงนี้ของพี่มันไม่ได้บอกผมแบบนั้นล่ะ มันแฉะมากเลยนะ” เขาขยับนิ้วมือตรงส่วนนั้นอย่างรัวเร็วและกระซิบถามเธออย่างยั่วเย้า เด็กคนนี้ร้ายกาจที่สุดในความคิดเธอ หลอกล่อเธอจนไม่สามารถที่จะปฏิเสธและหลีกหนีไปไหนได้เลย เพราะยิ่งเธอขยับหนี เขาก็ยิ่งตามมากอดรัดเธอเอาไว้และเร่งเร้าให้เธอเสร็จสมกับนิ้วมือของเขา
“อื้ออ อย่าทำ พะ..พี่ไม่ไหว” ร่างกายเธอร้อนผ่าวและตรงนั้นก็เปียกแฉะจนรู้สึกได้ เธอเห็นเขาก้มมองด้วยแววตาพราวระยับส่วนริมฝีปากก็หยักโค้งขึ้นราวกับพึงพอใจในผลงานตัวเอง เธอรับรู้ถึงการขยับนิ้วมือเข้าออกอย่างรุนแรงขึ้นแต่ทว่าไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกเจ็บแต่อย่างใด กลับกันเธอกลับรู้สึกเสียวซ่านจนแทบทนต่อไปไม่ไหวแล้วในตอนนี้
“จะเสร็จแล้วเหรอครับ เอาสิ…เสร็จกับนิ้วผมเลย” น้ำเสียงเขาทั้งทุ้มต่ำและเซ็กซี่เป็นที่สุด แววตาคมกริบที่มองมาอย่างยั่วเย้ายิ่งทำเอาเธอร้อนวูบวาบจนเผลอจิกเล็บลงที่แผ่นหลังเขาและข่วนเป็นทางยาวเพื่อต้องการระบายอารมณ์เสียวซ่านและหมั่นไส้คนร้ายกาจคนนี้
“อ๊ะ! อื้ออ” เธอบิดเร้าร่างกายไปมาตามแรงขยับของนิ้วมือเขา ก่อนจะครางเสียวออกมาไม่หยุดอย่างเก็บกลั้นอารมณ์ไม่ไหวและเธอคิดว่าคงกักเก็บความรู้สึกเสียวซ่านนี้ไม่ไหวแล้วเหมือนกัน
“พี่แฉะมาก” เขายังคงกระซิบข้างหูและขบเม้มติ่งหูเธอเบาๆ จากนั้นก็เร่งเร้านิ้วมือขึ้นอีกเพราะร่องแคบของเธอตอดรัดนิ้วมือเขาไม่หยุดเลย คงใกล้เสร็จสมเต็มทีแล้วสินะ ร่างสูงยกยิ้มมุมปากก่อนจะรับรู้ถึงการสั่นสะท้านจากร่างเล็กของเธอ ไม่นานเธอก็ปลดปล่อยความต้องการออกมาจนน้ำหวานไหลอาบไปทั่วนิ้วมือของเขา
“อื้ออ” ร่างกายที่รับการปลดปล่อยทำเอาเธอเหนื่อยหอบและสั่นสะท้านเพราะความเสียวกระสันจนต้องกอดเขาเอาไว้แน่นและซบใบหน้าลงที่แผงอกของเขาอย่างคนหมดแรง
เธอรับรู้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวของเขาที่เป่ารดข้างแก้มและขยับใบหน้ามาหอมหน้าผากเธอเบาๆ จากนั้นก็ถอดถอนนิ้วมือออกมาและตวัดลิ้นเลียน้ำหวานที่ติดตรงนิ้วมืออย่างไม่นึกรังเกียจ สายตาคมจับจ้องเธอและยกยิ้มอย่างพอใจในรสชาติ
“น้ำพี่หวานดีนะครับ” นาทีนั้นทำเอาเธอแทบแทรกแผ่นดินหนีด้วยความเขินอายเพราะไม่คิดว่าเด็กคนนี้จะร้ายกาจกว่าที่เธอคิดเอาไว้ ทั้งสีหน้าและแววตาทำเอาเธอหายใจไม่ทั่วท้องไปหมด เธอรีบขยับตัวออกห่างจากเขาและกระโดดลงจากเคาน์เตอร์ครัวด้วยความทุลักทุเล ก่อนจะหันซ้ายหันขวาอย่างไม่รู้จะเดินหนีเขาไปทางไหนเพราะตอนนี้สติเธอได้กลับมาครบถ้วนทุกอย่างหมดแล้วแถมสายตาไม่รักดียังหลุดโฟกัสไปมองยังเป้ากางเกงนอนของเขาที่มันมีบางอย่างดุนดันออกมาจนเห็นเป็นแท่งลำชัดเจน
มันแข็งขึงและพร้อมออกรบทันทีถ้าเผลอไปกระตุ้นมันอีกและเธอรู้ว่าตอนนี้เขาก็คงทรมานและอยากขย้ำเธอใจจะขาดอย่างแน่นอน
“พะ..พี่ขอตัวก่อน” ด้วยความขัดเขินและไม่รู้จะทำยังไงจึงรีบหันหลังและเตรียมวิ่งหนีขึ้นด้านบนเพื่อจะได้ไปตั้งสติและสงบจิตสงบใจตัวเอง แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้ก้าวขาออกไปจากตรงนี้ เสียงทุ้มของคนด้านหลังก็ฉุดรั้งเธอไว้ซะก่อน
“เดี๋ยวก่อนสิครับ”
“มีอะไรอีกเหรอ?” เธอยอมหันกลับมามองเขาก่อนจะยืนตัวแข็งทื่อเพราะไม่คิดว่าสิ่งที่เขาชูขึ้นมาให้เธอดูมันจะเป็นสิ่งที่ทำให้เธออยากแทรกแผ่นดินหนีอีกรอบ
“หึ พี่ลืมนี่และก็พี่ยังไม่ได้กินน้ำเลยไม่ใช่เหรอครับ” เขาเดินเข้าไปยัดแพนตี้ใส่มือเธอก่อนจะเดินไปหยิบน้ำในตู้เย็นมาให้เธออีกขวด จากนั้นก็ก้มลงกระซิบข้างหูเธอเบาๆ ด้วยน้ำเสียงยั่วเย้า
“ฝันดีนะครับ คืนนี้พี่คงหลับสบายน่าดู ไม่เหมือนผมที่คงต้องนอนทรมานจนถึงเช้า” พูดจบก็เดินยิ้มด้วยความอารมณ์ดีขึ้นไปด้านบนทิ้งให้เธอยืนนิ่งอยู่กับที่อย่างคนทำตัวไม่ถูก ทั้งเขินอายและหมั่นไส้ในความเจ้าเล่ห์และร้ายกาจของเขามากจริงๆ …
คิดมาถึงตรงนี้ก็ทำเอาเธอหน้าร้อนผ่าวเพราะมันเป็นอดีตที่เร่าร้อนสำหรับเธอ ถึงจะไม่ได้เกินเลยไปมากกว่าการกอดจูบและสำเร็จความใคร่ด้วยมือของเขาแต่มันก็ยังฝังอยู่ในความทรงจำของเธอไม่หายไปไหน
ผ่านไปตั้งหกปีแล้วแต่เธอยังจดจำสัมผัสในคืนนั้นได้อย่างชัดเจนอยู่เลย เขาจะกลับมาอีกทำไมก็ไม่รู้เพราะแค่ได้ยินเสียงเขาความทรงจำที่พยายามจะฝังเก็บมันไว้ก็ผุดขึ้นมาจนทำเอาเธอนอนไม่หลับ
หลังจากผ่านคืนอันเร่าร้อนไป เด็กคนนั้นก็มักจะมาที่บ้านเธอบ่อยๆ และรุกไล่เธอมากขึ้น เขาแสดงออกอย่างชัดเจนว่าสนใจเธอและพยายามเข้ามาใกล้ชิดเธอมากขึ้นจนเธอรู้สึกอึดอัดและรู้สึกไม่ดีเพราะสำหรับเธอแล้วเขายังเด็กเกินไปและเธอก็ไม่อยากให้เขามาคิดอะไรแบบนี้กับเธอด้วย
ความสัมพันธ์ของเธอกับเขา มันไม่สามารถที่จะเป็นไปมากกว่าพี่น้องได้จริงๆ อีกอย่างเธอก็ไม่อยากรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังล่อลวงเด็ก ทั้งๆ ที่เธอต่างหากที่ถูกเขาล่อลวง แต่ก็นั่นแหละเธอไม่สามารถที่จะรู้สึกลึกซึ้งกับเพื่อนน้องชายได้จริงๆ มันรู้สึกละอายใจอย่างบอกไม่ถูกและถ้าน้องชายเธอรู้ก็คงไม่ได้ยินดีเท่าไรด้วยเพราะงั้นเธอจึงเลือกที่จะตัดไฟตั้งแต่ต้นลม
เธอบอกให้เขาเลิกทำตัวแบบนี้กับเธอเพราะเธอไม่สามารถคิดอะไรกับเขาไปมากกว่าน้องชายได้และที่สำคัญเธอไม่ชอบเด็ก ส่วนความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นในคืนนั้นก็เป็นเพราะเธอเมาและอารมณ์พาไปก็เท่านั้น
เขาเหมือนจะรับฟังและเข้าใจในสิ่งที่เธอพูดแต่ประโยคสุดท้ายก่อนจากกันก็ทำเอาเธอรู้สึกไม่ดีเหมือนกันและเธอเองก็เสียใจที่ทำให้เขาต้องเสียใจกับคำพูดของเธอ แต่เธอก็คิดว่าไม่นานเขาก็คงจะลืมเธอได้เองนั่นแหละ อายุเขาแค่นี้เอง ยังต้องเจอคนอีกมากและตอนนี้มันก็ผ่านไปแล้วตั้งหกปี
เขาคงไม่ได้รู้สึกอะไรแบบนั้นกับเธอแล้วส่วนเธอเองก็เลือกที่จะเก็บความรู้สึกทุกอย่างเอาไว้ในส่วนลึกของหัวใจ เธอรู้ดีว่าตัวเองคิดยังไงกับเด็กคนนั้นแต่เธอเองก็มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบหลายอย่างและมีเรื่องต่างๆ ให้เธอต้องคอยขบคิดตลอดเวลา อย่างน้อยก็มีเรื่องบ้านหลังเดิมของเธอที่ยังเป็นปัญหาอยู่ เธอยังไม่สามารถซื้อบ้านหลังเดิมคืนมาได้เพราะเจ้าของไม่ยอมติดต่อเธอมาสักที
กะเอาไว้ว่าพรุ่งนี้จะไปสอบถามเรื่องซื้อบ้านคืนอีกครั้งและเธอหวังว่าจะได้รับคำตอบที่น่าพอใจเพราะเธอคิดถึงบ้านตัวเองมากๆ หลังจากมารดาเสียและเธอเรียนจบได้ไม่นาน บ้านที่เคยอยู่อาศัยก็ถูกธนาคารยึดและขายทอดตลาดไปเพราะก่อนหน้านั้นมารดาได้เอาบ้านไปเข้าธนาคารเพราะไม่อยากรับความช่วยเหลือจากคุณจารวีมากเกินไป
และเธอก็พึ่งได้รู้ว่าเงินที่ใช้หมุนเวียนในแต่ละเดือนมันมาจากที่มารดาเอาบ้านไปเข้าธนาคารเพราะอยากให้เธอกับน้องได้เรียนในที่ดีๆ ทำให้พวกเธอได้เข้าเรียนโรงเรียนเอกชนตั้งแต่ประถมจนกระทั่งจบมัธยมกันเลยทีเดียว คิดถึงความทุ่มเทและความรักที่มารดามีให้ก็ทำเอาเธอน้ำตาซึมและอดคิดถึงผู้เป็นแม่ไม่ได้
เธอตั้งใจเอาไว้แล้วว่า ไม่ว่าจะต้องทำด้วยวิธีไหนก็จะต้องเอาบ้านหลังเดิมกลับคืนมาให้ได้ ถ้าถามว่าทำไมคุณจารวีถึงไม่ช่วยซื้อบ้านคืนให้พวกเธอในตอนนั้น ก็เพราะว่าท่านอยากให้เธอกับน้องกลับมาอยู่บ้านใหญ่ด้วยกันและตัวเธอเองก็ไม่กล้าขอร้องให้ท่านช่วยอีกเพราะที่ผ่านมาสิ่งที่คุณจารวีทำให้เธอกับน้องก็เป็นพระคุณมากแล้ว
ไม่รู้ว่าชีวิตนี้จะตอบแทนหมดหรือเปล่า ความคิดที่อยากจะหนีไปจากบ้านหลังนี้แทบไม่มีความเป็นไปได้เลย บ้านหลังใหญ่ที่มีพื้นที่กว้างขวางดูแล้วเหมือนจะสุขสบายแต่แท้จริงแล้วเหมือนถูกห้อมล้อมด้วยกรงขังขนาดใหญ่ที่ไม่รู้ว่าวันไหนจะได้หลุดพ้นไปจากที่นี่สักที…
