บทที่ 6 ยืนยันคำเดิม

บทที่6

ยืนยันคำเดิม

เช้าวันต่อมา

ของขวัญตื่นแต่เช้ามาจัดการชงชาร้อนไปให้คนที่บ้านใหญ่ได้กิน มันเหมือนเป็นหน้าที่ที่เธอต้องรับผิดชอบในแต่ละวันก่อนที่จะได้ออกไปทำงานหรือออกไปทำธุระข้างนอกได้ มันเป็นคำสั่งจากคุณจารวีเพราะท่านอยากให้เธอไปหาท่านที่บ้านใหญ่เพื่อที่ท่านจะได้สอบถามเรื่องการทำงานและความเป็นอยู่ของเธอว่าโอเคดีหรือเปล่าแต่เธอรู้ว่าจุดประสงค์จริงๆ ของท่านคืออยากให้เธอไปที่บ้านใหญ่บ่อยๆ มากกว่าเพราะถ้าไม่มีคำสั่งให้ไปเธอก็แทบไม่ไปเหยียบที่นั่นเลย แม้จะอยู่ในรั้วบ้านเดียวกันแต่เธอก็มักจะหลบเลี่ยงและขออยู่เงียบๆ ที่บ้านหลังเล็กกับน้องชายมากกว่า

และที่เธอไม่อยากไปเพราะเธอรู้ว่านอกจากคุณจารวีแล้วคนที่นั่นก็ไม่มีใครชอบเธอกับน้องชายเลย โดยเฉพาะคุณอรญาและลูกสาวของเธออย่างคุณอิงณรา ส่วนคุณอติรุจลูกชายของเธอ ถึงแม้จะไม่ได้แสดงท่าทีว่าไม่ชอบพวกเธอแต่ก็ไม่ได้สนิทสนมกันอยู่ดี พูดคุยกันก็เฉพาะเรื่องงานเท่านั้นเพราะเธอทำงานที่บริษัทของครอบครัวนี้

ใช้เวลาไม่นานเธอก็เดินมาถึงบ้านใหญ่ เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะก้าวเท้าเดินเข้าไปพร้อมกับชามะลิในมือที่คุณจารวีโปรดปรานเป็นพิเศษ สาวใช้ก้มศีรษะทักทายเธอ บางคนยิ้มแย้มบางคนก็มีสีหน้าเรียบเฉยเพราะคงได้รับคำสั่งจากคุณอรญาว่าอย่าให้ความเคารพใดๆ กับเธอเพราะเธอเองก็เป็นแค่กาฝากในบ้านหลังนี้เท่านั้น

“อ้าว มาแล้วเหรอ ฉันกำลังอยากดื่มชาพอดี” จารวีวางแท็บเล็ตในมือลงเพราะเมื่อสักครู่เธอกำลังอ่่านข่าวเศรษฐกิจของบ้านเมืองกับดูหุ้นของบริษัท เธอมักจะตรวจเช็กเรื่องพวกนี้ทุกวันเพื่อเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ แม้จะไม่ได้เป็นเจ้าของบริษัทโดยตรงแต่เธอก็เป็นคนที่เคียงบ่าเคียงไหล่สามีมาจนกระทั่งบริษัทเติบโตขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก

ครอบครัวเธอเองก็ร่ำรวยไม่ต่างจากสามีแต่หลังจากแต่งงานกับคุณเอกยุทธ เธอก็ต้องเข้ามาช่วยงานสามีอย่างเต็มตัวเพราะคุณเอกยุทธเป็นลูกชายเพียงคนเดียวของคุณมณีจันทร์ เขาไม่มีพี่น้องช่วยแบ่งเบาภาระในจุดนี้ จะมีก็แต่ญาติๆ ที่พอจะช่วยได้บ้างแต่ต่างคนก็ต่างมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบเหมือนกัน โชคดีหน่อยที่ตอนนี้มีลูกๆ มาช่วยแบ่งเบาภาระไปบ้างแล้ว ไม่นานก็น่าจะวางมือได้แต่ทั้งนี้ก็ต้องดูก่อนว่าใครคือคนที่เหมาะสมจะดูแลบริษัทต่อไป

ตัวเธอเองไม่สามารถมีลูกให้กับสามีได้ ก็คงต้องเปิดโอกาสให้ลูกๆ ของอรญาที่เป็นภรรยาอีกคนของสามีได้มาช่วงชิงตำแหน่งตรงนี้ต่อไป แต่หนทางก็ยังอีกยาวไกลต้องดูกันไปก่อนว่าอติรุจกับอิงณราเหมาะสมกับตำแหน่งหรือไม่ ตอนนี้คนที่ควบคุมทุกอย่างไว้ทั้งหมดก็ยังเป็นเธอกับสามีอยู่ ส่วนเด็กทั้งสองที่เธอรับมาเลี้ยงดูและอยู่ด้วยกันที่นี่ก็มีสิทธิ์ทุกอย่างในบ้านหลังนี้เหมือนกันเพราะงั้นจะต้องจับตาดูกันไปยาวๆ ว่าใครคือคนที่เหมาะสมกันแน่

“ขวัญชงสูตรใหม่มาให้ค่ะ สูตรนี้จะช่วยให้คุณวีผ่อนคลายและหลับง่ายขึ้นด้วยค่ะ ก่อนนอนลองชงดื่มอีกครั้งนะคะ” ของขวัญวางชาไว้บนโต๊ะกระจกอย่างระมัดระวังก่อนจะค่อยๆ รินมันจากกาน้ำร้อนเล็กๆ ใส่แก้วให้คุณผู้หญิงของบ้านได้ดื่มกิน

“แบบนี้ฉันจะไม่หลับไปตั้งแต่เช้าเลยเหรอ?” จารวีเลิกคิ้วถามและส่งยิ้มให้อย่างผ่อนคลายอารมณ์มากขึ้น เธอเป็นคุณผู้หญิงของบ้านนี้เป็นเมียแต่งที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ทว่าเธอก็โชคร้ายที่ไม่สามารถมีทายาทให้กับสามีได้ แต่ทุกครั้งที่ได้พูดคุยกับเด็กคนนี้ก็ทำให้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองได้เป็นแม่ของใครสักคนจริงๆ เธอเอ็นดูเด็กสองคนนี้มาก มากจนไม่อยากให้ทั้งสองคนต้องลำบากกันตามลำพังอยู่ข้างนอก

“ไม่ค่ะๆ ตอนเช้าพอได้ดื่มก็จะรู้สึกสดชื่นและผ่อนคลายแทนค่ะ” เธอยิ้มน้อยๆ และมองผู้มีพระคุณตรงหน้าด้วยสายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเคารพรักและรู้สึกขอบคุณเสมอมา

“หึ! ฉันล้อเล่นน่า แล้วนี่เราจะออกไปไหนล่ะ เห็นถือกระเป๋ามาด้วย” จารวียกชาขึ้นจิบและยกยิ้มออกมาอย่างชอบใจในรสชาติ มันหอมและรสชาติดีมาก

“ขวัญจะไปดูบ้านหลังเดิมค่ะ อยากไปถามคนดูแลว่าเจ้าของตัดสินใจได้หรือยัง นี่ก็รอมานานมากแล้ว ไม่รู้ว่าเขาจะยอมขายคืนให้ขวัญมั้ย” เธอต้องใช้เวลากว่าสามปีจึงสามารถเก็บเงินซื้อบ้านหลังเดิมคืนได้ แต่ทว่าบ้านหลังนั้นกลับมีคนซื้อตัดหน้าเธอไปก่อนแล้ว เธอจึงพยายามขอซื้อคืน ทั้งฝากข้อความไปถึงคุณคนนั้นและก็ฝากเบอร์โทรศัพท์ให้กับคุณป้าแม่บ้านที่มาคอยดูแลบ้านหลังนั้นไปให้เจ้าของบ้านด้วย

เธอไม่กล้าแม้แต่จะเปลี่ยนเบอร์โทรเพราะกลัวว่าเจ้าของบ้านจะติดต่อเธอไม่ได้ แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้รับการติดต่อกลับมาเลยสักครั้ง เธอรับรู้ความเคลื่อนไหวต่างๆ ของเจ้าของบ้านผ่านคุณป้าแม่บ้านเท่านั้น วันนี้ขอให้เป็นวันดีของเธอด้วยเถอะเพราะเธอรอมานานมากแล้วจริงๆ

“ยังไม่ล้มเลิกจะซื้อบ้านหลังนั้นคืนมาอีกเหรอ?” แววตาของจารวีอึม ครึมลงเล็กน้อยเพราะไม่คิดว่าผ่านมาหกปีแล้ว เด็กคนนี้ยังคงพยายามที่จะซื้อบ้านคืนเหมือนเดิม ช่างเป็นเด็กที่มีความมุ่งมั่นอะไรขนาดนี้

“ค่ะ ขวัญอยากได้บ้านหลังนั้นคืนจริงๆ” เธอยืนยันหนักแน่นจนจารวีต้องถอนหายใจเสียงดังอย่างไม่รู้จะพูดอะไรต่อ

“ตามใจแล้วกัน แต่ฉันยังยืนยันคำเดิมว่าขวัญกับคีย์ต้องอยู่ที่นี่ไปก่อนจนกว่าฉันจะแน่ใจว่าพวกเธอสองพี่น้องจะปลอดภัยและอย่าลืมว่าที่ฉันให้พวกเธอกลับมาอยู่ด้วยกันที่บ้านนี้มันเป็นเพราะอะไร พวกเธอมีสิทธิ์ทุกอย่างในบ้านหลังนี้และฉันก็รักพวกเธอทั้งสองคนเหมือนลูกฉันจริงๆ”

ทั้งสีหน้าและแววตาที่จารวีแสดงออกมาทำเอาของขวัญน้ำตาซึมเพราะถ้าย้อนมองกลับไป หากเธอไม่ได้รับความช่วยเหลือจากคุณจารวีในตอนนั้น เธอเองก็คงจะเคว้งคว้างพอสมควรและอาจจะลำบากมากกว่านี้ก็ได้ ตัวเธอเองไม่ได้กลัวความลำบากหรอกแต่เธอไม่อยากให้น้องชายเพียงคนเดียวต้องมาลำบากต่างหาก

“ขวัญขอบคุณคุณวีมากๆ เลยนะคะ ที่ดูแลขวัญกับน้องอย่างดีมาโดยตลอด แต่ขวัญเองก็ยืนยันว่าถ้ามีโอกาสที่จะได้ไปจากบ้านหลังนี้ ขวัญก็อยากจะไปค่ะ” บอกแล้วว่าเธอเป็นคนดื้อรั้น หากตั้งใจอะไรไว้แล้วก็อยากจะทำมันให้สำเร็จ แม้ว่าความหวังจะมีเพียงแค่นิดเดียวแต่เธอก็จะไม่เลิกหวัง แต่ที่เธอยังไม่ดื้อด้านที่จะไปจากที่นี่ในตอนนี้เพราะเธอเองยังอยากทดแทนบุญคุณของคนที่ดีกับเธอและเธอก็อยากจะรู้ว่าไอ้คำว่าปลอดภัยของคุณจารวีมันหมายความว่ายังไง เธอเคยถามไปแล้วแต่ท่านกลับไม่บอกอะไรเธอไปมากกว่าบอกให้เธออยู่ที่นี่ต่อไป

“อืม เอาเถอะ เรื่องนั้นก็ค่อยว่ากันอีกที ตอนนี้เราอยากจะไปดูบ้านเดิมก็ไปเถอะ เดี๋ยวฉันจะขึ้นไปทำงานบนห้องแล้ว” แม้จะเป็นวันหยุดแต่คนที่รักงานแบบเธอก็ไม่สามารถหยุดพักได้จริงๆ เรื่องงานยังเป็นเรื่องสำคัญอันดับหนึ่งของเธอเสมอเพราะตัวเธอเองไม่ได้มีลูกต้องคอยดูแล เพราะงั้นเรื่องงานจึงเป็นเรื่องที่เธอให้ความสำคัญมากที่สุดในตอนนี้ ส่วนสามีก็ปล่อยให้อรญาดูแลไปเถอะ ทุกวันนี้ก็เหมือนอยู่กันเพราะหน้าที่และหน้าตาทางสังคมอยู่แล้ว

“ค่ะ งั้นขวัญขอตัวเลยนะคะ ไว้ขากลับขวัญจะซื้อข้าวเหนียวมะม่วงมาฝาก” เธอรู้ว่าคุณจารวีชอบข้าวเหนียวมะม่วงตรงหน้าปากซอยบ้านเดิมของเธอมาก เพราะทุกครั้งที่เธอซื้อมาฝากท่านจะอารมณ์ดีและทานอย่างเอร็ดอร่อยจนไม่เหลือเลยล่ะ

“จ้ะ ขอบใจมากนะ ฉันขึ้นห้องก่อนล่ะ” ของขวัญรีบไปช่วยพยุงอีกฝ่ายขึ้นจากโซฟา แม้คุณจารวีจะไม่ได้แก่อะไรขนาดนั้นแต่เธอก็อยากดูแลท่านให้ดีที่สุด จารวีลูบมือเบาๆ อย่างขอบคุณก่อนจะเดินถือชามะลิที่เธอชงมาให้กลับขึ้นไปบนห้องทำงานด้วย

ของขวัญยืนมองอีกฝ่ายจนลับสายตาก่อนจะลุกขึ้นและหยิบกระเป๋ามาคล้องไหล่และเดินออกไปจากบ้านหลังนี้ แต่ยังไม่ทันที่จะได้ก้าวขาออกไปจนพ้นประตูบ้าน เสียงแหลมๆ อันน่ารำคาญของอิงณราก็ดังขึ้นซะก่อน

“มาประจบเอาอะไรอีกล่ะ ไม่เห็นโผล่หัวมาตั้งหลายวันแล้วนี่” อิงณรายืนกอดอกมองเหยียดคนตรงหน้าด้วยสีหน้าไม่พอใจ แม้เธอจะอายุน้อยกว่าของขวัญถึงสี่ปีแต่เธอก็ไม่เคยคิดอยากจะให้ความเคารพคนตรงหน้าอยู่แล้ว ตั้งแต่สองพี่น้องย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่ก็ดูเหมือนว่าเธอจะถูกแย่งความรักของความสนใจจากแม่ใหญ่ไปจนหมด ดีหน่อยที่คุณย่าจันทร์ยังรักและเอ็นดูเธอเหมือนเดิม

“อย่างฉันไม่ต้องคอยประจบหรอกค่ะ เพราะแค่นั่งอยู่เฉยๆ คุณวีก็เอ็นดูเหมือนลูกแท้ๆ แล้ว”

“แก!” อิงณราถลึงตาใส่และกระทืบเท้าเร่าๆ อย่างเจ็บใจ ของขวัญถอนหายใจและส่ายหน้าไปมาอย่างเอือมระอา

“หึ ขอตัวนะคะ ส่วนคุณเองก็ขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวใหม่เถอะค่ะ ตอนนี้สภาพคือ…ดูไม่ได้เลย” เธอยิ้มเยาะและส่ายหัวไปมา คนอย่างเธอหากใครดีมาก็ดีกลับ ใครร้ายมาก็ต้องร้ายกลับบ้าง เห็นเธอเรียบร้อยอ่อนหวานแบบนี้ เธอเองก็สู้คนเหมือนกันเพราะงั้นทางที่ดีก็ต่างคนต่างอยู่เหมือนที่เคยเป็นมาเถอะ…

บทก่อนหน้า
บทถัดไป