บทที่ 7 บ้านหลังเดิม

บทที่7

บ้านหลังเดิม

ของขวัญใช้เวลาเดินทางจากบ้านใหญ่มายังบ้านหลังเดิมตัวเองประมาณสามสิบนาทีได้เพราะวันนี้รถไม่ค่อยติด เธอขับรถมาด้วยตัวเองเพราะหลังจากดูบ้านหลังเดิมเรียบร้อย เธอก็จะไปทานข้าวกับเพื่อนรักทั้งสองคนต่อ เธอยังคงติดต่อกับพลอยใสและบีน่ามาเสมอ แม้ว่าตอนนี้พวกเธอจะโตเป็นผู้ใหญ่มีความรับผิดชอบกันหมดแล้ว แต่พวกเธอก็ยังติดต่อกันเสมอมา แม้ว่าช่วงหลังจะเจอกันน้อยลงแต่ถ้ามีโอกาสก็จะนัดกันทานข้าวและออกมาพูดคุยอัปเดตชีวิตกัน

หลังจากจอดรถเรียบร้อยเธอก็ลงไปสอดส่องดูบ้านเดิมตัวเองด้วยแววตาคิดถึง ความสุขและความทรงจำมากมายของเธออยู่ที่นี่ ไม่ว่ายังไงเธอก็ต้องซื้อบ้านหลังนี้คืนมาให้ได้ เธอมาที่นี่เป็นเวลาหลายปีแล้วเพราะอย่างน้อยการได้มาดูมาเห็นด้วยตาตัวเองว่าบ้านหลังนี้ยังอยู่ในสภาพที่ดีและได้รับการดูแลอย่างดีเธอก็ดีใจและมีความสุขมากๆ แล้ว เห็นแล้วก็ทำให้คิดถึงมารดาขึ้นมา เสียงหัวเราะและรอยยิ้มของมารดายังคงอยู่ในความทรงจำเธอไม่เคยหายไปไหน

“อ้าว คุณขวัญมาดูบ้านอีกแล้วเหรอคะ” นงค์ลักษณ์เป็นแม่บ้านที่ถูกจ้างให้มาดูแลบ้านหลังนี้ทำให้เธอคุ้นเคยกับเด็กสาวที่กำลังยืนชะเง้อมองเข้ามาในบ้านเป็นอย่างดี หลายปีมานี้เธอได้เจอกับเด็กสาวคนนี้มานับครั้งไม่ถ้วนจนกลายเป็นว่าสนิทสนมกันไปแล้ว

“สวัสดีค่ะป้านงค์ ขวัญซื้อขนมมาฝากป้าด้วยค่ะ” ของขวัญยกมือไหว้พร้อมกับยื่นขนมไทยเจ้าดังให้กับคุณป้าที่มักจะใจดีกับเธอเสมอเมื่อเธอมาขอดูบ้านหลังนี้

“โธ่แม่คุณ ขอบใจมากเลยนะจ๊ะ” นงค์ลักษณ์ยื่นมือไปรับและเปิดรั้วบ้านให้เด็กสาวได้เข้ามานั่งพูดคุยกันตรงม้าหินอ่อนหน้าบ้าน

“เอ่อ ป้าคะสรุปว่าคุณเจ้าของบ้านว่ายังไงบ้างคะ ขวัญเห็นว่าครั้งนี้คุณเขาเปิดอ่านข้อความขวัญด้วย แต่ยังไม่ตอบอะไรกลับมา” นั่งลงได้ไม่นานเธอก็รีบถามอย่างกระตือรือร้นเพราะครั้งนี้ดูเหมือนว่าเธอจะมีหวังมากกว่าทุกครั้งที่เธอมาที่นี่

“คุณเขาบอกว่าเดี๋ยวจะติดต่อคุณขวัญกลับไปเร็วๆ นี้ค่ะ ป้าคิดว่าครั้งนี้คุณเขาน่าจะใจอ่อนยอมขายให้คุณขวัญแล้วนะคะ ป้ารอแสดงความดีใจกับคุณขวัญล่วงหน้าเลย”

“จะ…จริงเหรอคะป้า คุณเขาบอกแบบนั้นจริงๆ เหรอ” เธอดีใจจนน้ำเสียงสั่นเครือไปหมด หกปีที่ผ่านมาเธอคิดถึงบ้านหลังนี้มาโดยตลอด

“จริงสิคะ คุณขวัญรอรับโทรศัพท์ได้เลย”

“งื้อ ขวัญดีใจมากเลยค่ะ ขอบคุณป้านงค์มากเลยนะคะ ที่เป็นธุระส่งข่าวคราวให้ขวัญตลอดและยังดูแลบ้านหลังนี้อย่างดีด้วย” เธอหันไปมองรอบๆ บ้านอย่างคิดถึงและเธอก็ดีใจมากที่ความฝันของเธอใกล้เป็นจริงเข้ามาทุกทีแล้ว

“ไม่เป็นไรเลยค่ะ ป้าเองก็เจอคุณขวัญมาตั้งหลายปีรู้สึกผูกพันทั้งบ้านทั้งคนไปแล้วค่ะ ยังไงป้าเอาใจช่วยคุณขวัญให้ได้บ้านเดิมคืนเร็วๆ นะคะ” นงค์ลักษณ์ยิ้มและมองเด็กสาวตรงหน้าด้วยความเอ็นดู เห็นตัวเล็กๆ บอบบางแบบนี้แต่น้ำใจที่มีให้คนอื่นกลับยิ่งใหญ่นักแถมหัวใจของเธอยังเป็นนักสู้คนหนึ่งเลยด้วย

ร่างบางอยู่คุยกับคุณป้าแม่บ้านครู่ใหญ่ก่อนจะขอตัวกลับด้วยสีหน้าผ่อนคลายเพราะเธอมีความสุขมาก ก่อนขับรถออกไปจากบริเวณหน้าบ้าน เธอได้ส่งข้อความบอกน้องชายด้วยความดีใจเพราะคีย์เองก็เฝ้ารอที่จะได้บ้านหลังนี้คืนเหมือนกัน ทั้งเธอและน้องต่างช่วยกันเก็บเงินเพื่อจะจะซื้อบ้านหลังนี้คืน แม้มันไม่ได้มีราคาแพงมากแต่เงินหลักล้านเธอกับน้องก็ต้องช่วยกันหาอยู่ดีเพราะพวกเธอก็กินเงินเดือนเหมือนกับทุกๆ คนในบริษัทนั่นแหละ

ช่วงแรกเริ่มก็ได้เงินเดือนไม่ได้มากมายอะไรจนกระทั่งเธอจบปริญญาโทและประสบการณ์การทำงานมากขึ้นเธอก็ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นหัวหน้าทีมการตลาดทำให้เธอได้เงินเดือนเยอะขึ้นมาอีกหน่อย ส่วนตอนนี้เธอถูกย้ายมาทำงานกับคุณอติรุจในชั้นของผู้บริหารแล้วตามประสบการณ์และความสามารถของเธอแม้จะเข้าไปอยู่ในบ้านหลังนั้นเพราะความเมตตาของคุณจารวีแต่พวกเธอก็ไม่ได้ใช้เส้นสายตรงนั้นกระโดดขึ้นไปเพื่ออยู่เหนือคนอื่น ยังคงทำทุกอย่างตามขั้นตอนของบริษัท

เมื่อมาถึงสถานที่นัดหมายกับเพื่อน เธอก็รีบสาวเท้าเข้าไปในร้านอาหารไทยร้านประจำที่พวกเธอเคยมากินกันตอนสมัยเรียน เป็นร้านอาหารไทยที่ไม่ใหญ่นักแต่รสชาติอร่อยและไม่แพงมากด้วย

เสียงฝีเท้าที่เดินเข้ามาใกล้ทำให้พลอยใสกับบีน่าที่นั่งคุยกันอยู่หันไปมองก่อนจะยกยิ้มด้วยความดีใจ เมื่อเห็นเพื่อนรักเดินเข้ามาหา

“ไงจ๊ะ คนสวย” บีน่าเป็นฝ่ายทักทายขึ้นก่อน เธอเป็นสาวสวยผมสั้นประบ่าและตัวเล็กน่ารักไม่ต่างจากของขวัญส่วนพลอยใสเป็นสาวสวยเซ็กซี่ที่มีขาเรียวยาวเหมือนนางแบบเพราะเจ้าตัวมีส่วนสูงที่มากกว่าเพื่อนตัวเล็กทั้งสองคน แต่ความสวยคือกินกันไม่ลงทั้งกลุ่มก็ว่าได้

“คิก~ หวัดดี พวกแกสบายดีนะ” ของขวัญยิ้มสดใสและนั่งลงตรงข้ามกับบีน่าและหันไปยิ้มทักทายพลอยใสเช่นกัน

“สบายดี แล้วแกล่ะ” พลอยใสเป็นฝ่ายถามคืนบ้าง เธอหยิบเมนูอาหารยื่นให้เพื่อนและยิ้มกว้างจนตาหยีอย่่างคนดีใจเพราะนานแล้วที่พวกเธอไม่ได้มาทานข้าวด้วยกันแบบนี้

“ก็เรื่อยๆ นั่นแหละ” สองสาวหันมองหน้ากันและยิ้มบางๆ เพราะคำว่าเรื่อยๆ ของเพื่อนรักก็คงไม่มีความสุขเท่าไร แต่วันนี้ท่าทางจะมีข่าวดีถึงได้ดูสดใสและยิ้มหวานเป็นพิเศษ

“แต่วันนี้คงมีเรื่องดีๆ ใช่มั้ย เห็นแกสดใสเป็นพิเศษ” บีน่าถามและเรียกพนักงานมารับออร์เดอร์ไปด้วย

“อืม ฉันจะได้บ้านเดิมคืนแล้ว” ของขวัญยิ้มจนเห็นลักยิ้มเล็กๆ ตรงมุมปาก เพราะเธอดีใจมาก ประกายตาสดใสจนเพื่อนๆ อดยิ้มตามไม่ได้

“จริงดิ ดีใจด้วยนะ ฉันกับบีน่าก็เอาใจช่วยแกมาหลายปีแล้วเนี่ย” พลอยใสยิ้มกว้างขึ้นอีกและจับมือเพื่อนเขย่าๆ ไม่หยุดเพราะหลายปีมานี้เพื่อนรักทุ่มเทกับการทำงานเพื่อเก็บเงินซื้อบ้านหลังเดิมมาโดยตลอด

“คิก~ ขอบใจพวกแกมากนะ แต่ฉันต้องรอเจ้าของบ้านติดต่อมาอีกทีน่ะ คุณป้าแม่บ้านบอกว่าเขาจะติดต่อฉันเร็วๆ นี้” เธอยิ้มให้เพื่อนทั้งสองคนและรู้สึกซึ้งใจที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน เพื่อนทั้งสองคนยังคงอยู่ข้างๆ และคอยให้กำลังใจเธอเสมอ อันที่จริงครอบครัวบีน่าและพลอยใสมีฐานะร่ำรวยกันมาก เรียกได้ว่าอยู่ในแวดวงคนรวยก็ว่าได้แต่ทั้งสองคนก็ไม่เคยทำให้เธอรู้สึกอึดอัดหรือโอ้อวดให้เธอรู้สึกด้อยกว่าทั้งสองเลยสักครั้ง ทำให้เธอสบายใจที่จะคบหากับทั้งสองคนจนกลายเป็นเพื่อนรักกันจนถึงทุกวันนี้

“นี่มันข่าวดีชัดๆ งั้นวันนี้ต้องฉลองกันหน่อย” บีน่ายักคิ้วเบาๆ และจัดการสั่งอาหารชุดใหญ่ไป กระทั่งสั่งทุกอย่างเรียบร้อยสามสาวก็ชวนกันพูดคุยถึงเรื่องต่างๆ ก็อัปเดตชีวิตให้กันฟังเช่นเคยนั่นแหละ ปีนี้พวกเธออายุยี่สิบแปดปีกันแล้วทำให้การพูดคุยก็เปลี่ยนไปตามกาลเวลา ตอนนี้เพื่อนๆ ทั้งสองคนของเธอมีแฟนกันหมดแล้ว อีกไม่นานบีน่าก็จะเข้าพิธีแต่งงานกับแฟนหนุ่มรุ่นพี่ที่คบหากันมานาน เรียกได้ว่าเป็นคนแรกของกลุ่มที่จะได้แต่งงาน

ส่วนเธอก็กำลังคุยๆ อยู่กับหนุ่มรุ่นพี่ที่ชื่อปริญเขาคือคนที่คุณจารวีและคุณเอกยุทธอยากให้เธอสานสัมพันธ์ด้วย เจ้าตัวอายุสามสิบเป็นหนุ่มหล่อและนิสัยดี เป็นลูกชายของเพื่อนคุณเอกยุทธที่ทำงานด้านกฎหมาย ทำให้เธอปฏิเสธไม่ได้ อีกอย่างหลายปีมานี้หนุ่มรุ่นพี่ก็ดีกับเธอมากและเขาอาจจะเป็นคนที่ทำให้เธอออกไปจากบ้านหลังนี้ได้ด้วย เธอจึงไม่อยากตัดรอนเขาตั้งแต่แรกเริ่ม

“เออ ว่าแต่พรุ่งนี้แกไปงานเลี้ยงกับที่บ้านหรือเปล่า ได้ยินว่าคุณลุงยุทธสนิทสนมกับคุณการัณย์มากนี่” ของขวัญใจกระตุกวูบขึ้นมาเมื่อเธอคิดได้ว่าพรุ่งนี้มีงานเลี้ยงวันเกิดของคุณการัณย์ วิเศษภูมิพงศ์และใช่คุณอาคนนั้นคือบิดาของลูกหมาป่าเจ้าเล่ห์ที่ตามหลอกหลอนเธอมานานหลายปี ที่เขาบอกว่าเจอกันเร็วๆ นี้คงไม่ได้หมายถึงงานเลี้ยงวันเกิดของบิดาเขาในวันพรุ่งนี้หรอกใช่มั้ย เพราะถ้าเป็นแบบนั้นเธอคงตั้งตัวไม่ทันเพราะมันเร็วเกินไปที่จะเผชิญหน้ากับเขาอีกครั้งน่ะสิ…

บทก่อนหน้า
บทถัดไป