บทที่ 1 EP. 00|ปล้นใจพี่หมอมาดนิ่ง
บทนำ
โรงแรมอินเตอร์เนสเตอร์
ห้องทำงานผู้บริหาร
“พี่ขุนพูดว่าอะไรนะคะ?!” เสียงหญิงสาวใบหน้าจิ้มลิ้มนั่งเม้มปากแน่นด้วยความไม่พอใจบนเก้าอี้หนังสีดำราคาแพงพร้อมแสดงสีหน้าโกรธจัด จนใบหน้าแดงก่ำอย่างเห็นได้ชัดเพราะผิวพรรณของเธอขาวซีดกว่าคนทั่วไป แต่ก็ไม่ได้ทำให้เธอดูป่วยแต่อย่างใด เพราะมันดันเข้ากับสีผมน้ำตาลอ่อนตามธรรมชาติและชุดยูนิฟอร์มของทางโรงแรมที่เธอกำลังสวมใส่อยู่จนสามารถพูดได้อย่างไม่อายปากเลยว่าผู้หญิงคนนี้สวย และมีเสน่ห์เสียจนไม่อยากเสียเวลาสักวินาที เพื่อละสายตาไปจากเธอเลยสักนิด
“ต้าก็รู้ว่าทำไมพี่ถึงต้องทำแบบนี้” อีกฝ่ายพ่นลมหายใจออกมาอย่างลำบากใจ เพราะเขาเองก็ไม่ได้อยากทำอย่างที่กำลังทำอยู่ แต่เพราะมันไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้แล้ว
“แต่ต้าไม่ผิด พี่ก็รู้ แล้วทำไมคนที่ไปถึงต้องเป็นต้าคนเดียวด้วย มันควรเป็นยัยนั่นไม่ใช่ต้า!” พอได้ยินคำตอบของอีกฝ่ายก็เล่นทำเอาเส้นอารมณ์ของเธอขาดสะบั้น และเริ่มมองชายที่ตัวเองเคารพนับถือมาตลอดเปลี่ยนไป เมื่อเห็นว่าเขาไม่มีความยุติธรรมอีกแล้ว
“ยัยนั่นที่ต้ากำลังพูดถึงอยู่เธอคือแฟนของพี่!” พอเห็นว่าสาวตรงหน้าเรียกคนสำคัญของตัวเองอย่างไม่ให้เกียรติจากที่พยายามใจเย็นก็ต้องพังทลายไปตามด้วยเสียงตะคอกอันน่ากลัวใส่เด็กผู้หญิงด้านหน้าอย่างลืมตัว จนเธอหน้าเสีย เขาถึงได้รู้ตัวว่าไม่ควรใช้อารมณ์ เพราะสิ่งที่เขากำลังทำมันก็ไม่ยุติธรรมกับเธอมากพอแล้ว
“พี่ขอโทษ แต่ต้าไม่ควรพูดแบบนี้ต่อหน้าพี่” เขาสูดลมหายใจเข้าอีกครั้ง และพยายามไล่อารมณ์รุนแรงที่เหลืออยู่ให้ออกไปพร้อมปรับน้ำเสียงใหม่แล้วพูดคุยกับหญิงสาวตรงหน้าต่อ
“ต้าทำงานกับพี่มาตั้งกี่ปี แล้วทำไมยัย...เอ่อโมนาถึงเอาแต่ตามหึงพี่กับต้าอยู่แบบนี้อีก ไหนพี่เคยบอกว่าอธิบายให้แฟนพี่เข้าใจแล้วไง แต่ที่ผ่านมาต้าไม่เห็นจะเป็นอย่างที่พี่ขุนพูดสักนิด ต้าเองก็เบื่อเหมือนกันนะ” ด้วยความที่ถูกแฟนสาวของชายตรงหน้าตามราวีตลอด ครั้งหนึ่งเธอเคยขอร้องให้ชายด้านหน้าช่วยไปอธิบายให้แฟนตัวเองเข้าใจทีว่าเธอกับเขาเป็นเพียงแค่รุ่นพี่รุ่นน้องจากมหาวิทยาลัยเดียวกัน และเป็นแค่หัวหน้าลูกน้องในเวลางาน ไม่ใช่ชู้รักอย่างที่โดนกล่าวหา
เพราะแค่ที่ผ่านมาลูกน้องใต้สายงานก็ต่างพากันมองเธอไปในทางไม่ดีไปกันหมดแล้ว แต่เพราะเห็นว่าเป็นแฟนของรุ่นพี่ที่เธอนับถือมากก็เลยพยายามไม่คิดอะไร ทว่าวันนี้กลับไม่ใช่อีกต่อไป เพราะยิ่งเธอเงียบมากเท่าไร ความรุนแรงจากอีกฝ่ายก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น จนสุดท้าย...ทั้งเธอและโมนาแฟนสาวของชายตรงหน้าก็เกิดลงไม้ลงมือกันในที่สุด แน่นอนว่าฝ่ายที่เจ็บมากกว่าไม่ใช่เธอ แต่เป็นโมนาแฟนสุดที่รักของชายตรงหน้าแทน
“พี่รู้ว่าต้าคงจะคิดว่าพี่ไม่ยุติธรรม แต่พี่ขอเถอะ ช่วยพี่หน่อยนะ ไปอยู่ที่นั่นไม่นานหรอก แค่ไปแทนคนที่เขาลาเอง พี่ไม่อยากทะเลาะกับโม ต้าก็รู้ว่าพี่เคยมีคดีใหญ่กับโมอยู่”
“ก็เพราะเรื่องนั้นไงเลยทำให้แฟนพี่ไม่ยอมเชื่อใจพี่อีก ถ้าเป็นต้าก็คงไม่เชื่อเหมือนกันนั้นแหละ” เธอยู่หน้าอย่างไม่พอใจจากนั้นก็หวนนึกถึงสมัยก่อนที่คนตรงหน้าเอาแต่เมามายเรียกหาแต่ชื่อโมนา เหตุเพราะเจ้าชู้เกินจนแฟนที่คบกันมาตั้งแต่มหาลัยจับได้และบอกเลิกไป จากนั้นก็กลายเป็นไอ้ขี้เมางานการไม่เอาไปเกือบเดือน หลังจากรู้ตัวว่าขาดเขาไม่ได้จนเกือบถูกปลดออกจากตำแหน่งผู้บริหารไป
“เอาน่าเรื่องมันก็ผ่านไปนานมากแล้ว อย่าไปพูดถึงเลยดีกว่า นะต้าถือว่าช่วยพี่ ถ้าต้ายอมไป พี่จะให้ต้าไปอยู่ในตำแหน่งผู้จัดการสาขาเลยดีไหม” ปลายหูของหญิงสาวกระตุกเล็กน้อยหลังจากได้ยินตำแหน่งที่เธอเองก็ไม่คิดว่าจะได้ขึ้นไปอยู่ เพราะตำแหน่งนี้ในสาขาที่เธอกำลังทำงานอยู่มันเป็นตำแหน่งของโมนา ส่วนเธอก็เป็นเพียงแค่ผู้ช่วยเท่านั้น
แม้มันจะทำให้เธอรู้สึกใจเต้นได้ก็ตาม แต่เพราะศักดิ์ศรีมันกำลังค้ำคออยู่ หากเธอไปก็เท่ากับว่าแพ้ เพราะงั้นเธอจะไม่ยอมเป็นฝ่ายแพ้อย่างเด็ดขาด
“ต่อให้พี่เอาตำแหน่งมาล่อ ต้าก็ไม่หลงกลหรอก”
“งั้นเหรอ...ตอนแรกพี่คิดว่าจะให้ต้าไปที่สาขาจังหวัดตราด แต่ไม่เป็นไร ถ้าต้าไม่อยากไปจริง ๆ พี่ก็เข้าใจ เอาไว้เดี๋ยวพี่ไปเคลียร์กับ-”
ปึก!
“ตกลงค่ะ! ตำแหน่งผู้จัดการสาขา พี่พูดแล้วห้ามคืนคำนะ” เธอตบมือลงบนโต๊ะทำงานจนเกิดเสียงดังลั่นตามด้วยรอยช้ำสีแดงตรงฝ่ามือขาวซีดกำลังค่อย ๆ ปรากฏขึ้นให้เห็น จนคนที่กำลังนั่งมองท่าทีของเธอ และเห็นทุกอย่างถึงกับกุมขมับ และเริ่มมีอาการเจ็บมือแทนรุ่นน้องที่ชอบทำอะไรเกินตัว เพราะเขาคิดว่าตอนนี้เธอคงกำลังดีใจมากถึงได้ลืมความเจ็บปวดไปหมดแน่ หลังเห็นเพียงแค่รอยยิ้มดีใจมากกว่าสีหน้าเจ็บปวดที่ควรจะเป็น
ถ้านึกย้อนกลับไปเขารู้สึกอยากขอบคุณตัวเองมากที่ครั้งนั้นรับปากกับน้องมันไปว่าจะเป็นที่ปรึกษาให้ เพราะเห็นว่าน้องมันดูจริงจังกับเรื่องที่จะมาขอคำปรึกษามาก แต่ใครจะไปรู้กันว่าพอเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นเหมือนอย่างเมื่อกี้ จะสามารถหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาต่อรองกับเธอได้ แถมมันยังได้ผลดีอีกด้วย ไม่งั้นคงไม่มีทางที่เด็กหัวรั้นอย่างเธอจะยอมเขาง่ายดายได้หรอก
“แกมันบ้าผู้ชายไอ้ต้า”
“ขออนุญาตไม่ปฏิเสธค่ะ ถ้าอย่างนั้นน้องต้าคนนี้ขอตัวไปเก็บของก่อนนะคะท่านพี่ขุน ~” เธอยันตัวลุกขึ้นด้วยสีหน้าขี้เล่นซึ่งมันแตกต่างไปจากเมื่อไม่กี่นาทีก่อนอย่างเห็นได้ชัดจนทำให้คนที่แอบมองอยู่ด้านนอกถึงกับกำหมัดแน่น เพราะไม่รู้ว่าสองคนด้านในคุยกันยังไงถึงได้มีอีกฝ่ายที่คิดว่าควรจะต้องโมโห ทว่าตอนนี้กลับกำลังยิ้มร่าเหมือนคนบ้าจนน่าเจ็บใจ นอกจากนั้นฝ่ายชายเองก็เหมือนจะเห็นดีเห็นงามด้วยจนอดคิดไม่ได้เลยว่าพวกเขากำลังพลอดรักกันลับหลังเธอหรือเปล่า
