บทที่ 10 EP 5 : พี่ยักษ์ใจร้าย [1]
EP 5 : พี่ยักษ์ใจร้าย
@ มหาวิทยาลัย U
เนื้อหาวิชาการเกี่ยวกับรายวิชาเคมีสำหรับนิสิตแพทย์จบลงพร้อมกับเสียงถอนหายใจของนักศึกษาทั้งห้อง รายวิชานี้กินเวลาสามชั่วโมงซึ่งมันคือรายวิชาพื้นฐานที่นักศึกษาปีหนึ่งต้องเรียนทุกคน เมื่ออาจารย์อนุญาตให้กลับได้ทุกคนก็เร่งมือเก็บอุปกรณ์เครื่องเขียนใส่กระเป๋าอย่างเร่งรีบ ก่อนที่หัวหน้าห้องจะเอ่ยขึ้น
“นักศึกษา เคารพ..”
“ขอบคุณค่ะ/ขอบคุณครับ”
“อย่าลืมส่งงานอาจารย์ด้วยนะคะ”
เมื่ออาจารย์ประจำรายวิชาเดินออกจากห้องเป็นที่เรียบร้อยแล้วหัวหน้าห้องก็ลุกขึ้นแจ้งเพื่อนๆ ในห้องถึงเรื่องด่วนที่พึ่งได้รับแจ้งทางแอพพริเคชั่นไลน์
“เพื่อนๆ วันนี้อย่าพึ่งกลับนะ รวมตัวกันที่หลังคณะก่อน พี่ปี 2 เรียกรวมอ่ะ”
“เรื่องอะไรอ่ะ”
สมาชิกคนหนึ่งเอ่ยถามอย่างสงสัย เหมือนเขาถามแทนเพื่อนทั้งห้อง ช่วงนี้หมดกิจกรรมรับน้องไปแล้ว ถ้าหากไม่มีเรื่องสำคัญจริงๆ รุ่นพี่ก็คงไม่เรียกรวม
“พี่เขาไม่ได้บอก แต่ย้ำว่าห้ามใครหนี ไม่งั้นจะถูก ลง โทษ ขึ้น เด็ด ขาด” หัวหน้าห้องทำท่าเหมือนโดนเชือดคอทำให้ทุกคนไม่ถามต่อ แต่ต้องรีบไปยังสถานที่นัดโดยด่วน
“งั้นรีบไปกันเถอะ ไปช้าโดนว้ากอีก”
“เออจริง”
เหล่านักศึกษาคณะสัตวแพทย์ชั้นปีที่ 1 พากันมายังหลังตึกคณะอย่างรวดเร็ว
บรรยากาศด้านหลังตึกมีต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านให้ร่มเงาอยู่หลายต้น สายลมโชยเอื่อยช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดของรายวิชาเมื่อสักครู่ได้เป็นอย่างดี บริเวณดังกล่าวมีม้านั่ง และโต๊ะหินอ่อนเรียงเป็นแนวยาวตลอดช่วงตึก มีสวนหย่อมและไม้ดอกไม้ประดับตัดแต่งอย่างสวยงาม
“น้องๆ ครับ มารวมตัวกันแล้วนั่งเป็นแถวครับ”
รุ่นพี่ปี 2 คนหนึ่งตะโกนเรียกน้องที่นั่งอยู่ที่ม้าหินอ่อน พวกเขาทะยอยกันมารวมตรงที่พี่ๆ ยืนอยู่
“เอ้า ช้า!”
เสียงเกรียวกราดของเฮดว้ากประจำคณะดังขึ้น พวกเขาจึงเร่งฝีเท้าอย่างเร็วและนั่งเป็นระเบียบเหมือนตอนที่มีการทำกิจกรรมรับน้องไม่มีผิด
“สวัสดีครับน้องๆ” เสียงของประธานชั้นปี 2 ดังขึ้นก่อนที่ทุกคนจะกล่าวทักทายรุ่นพี่ทุกคนที่ยืนอยู่ด้านหน้า
“สวัสดีค่ะ/สวัสดีครับ”
“มึง..พี่ยักษ์ลงเองกูว่าต้องมีเรื่องแหงๆ” เพื่อนคนหนึ่งที่จินตนาการเห็นเขาเดวิลและเขี้ยวใหญ่ๆ ที่งอกออกมาจาก
“แค่เห็นหน้าก็ฉี่จะราดแล้ว ถึงเขาจะหล่อมากก็เถอะ” เพื่อนอีกคนก็พูดเสริม พวกเขากระซิบกันเสียงเบาที่ทุดเท่าที่จะทำได้
“กูเป็นผู้ชายยังกลัวสายตาพี่เขาเลย”
“ทราบมาว่าตอนนี้น้องๆ ทุกคนหาพี่สายรหัสของตัวเองเจอแล้วใช่ไหม?” ยักษ์เอ่ยขึ้นอีกครั้ง เขาพูดด้วยน้ำเสียงปกติ แต่กลับทรงพลังอย่างหน้าแปลก
“ค่ะ/ครับ”
“แต่ก็ยังมีน้องบางคน! เห็นเรื่องนี้เป็นเรื่องล้อเล่น”
สิ้นสุดคำพูดเสียงเซ็งแซ่และความสงสัยของน้องใหม่ก็ดังขึ้นด้วยความสงสัย
“หืม..”
“ใครอ่ะแก”
“ไม่รู้อ่ะ ใครวะ”
“เงียบๆ ก่อน!” เมื่อเสียงเงียบลงยักษ์ก็พูดต่อ “หรือน้องคิดว่าสิ่งที่พวกพี่ให้ทำมันไม่สำคัญ เลยไม่ใส่ใจกันแน่!”
“...”
ฝันหวานเม้มปากแน่น เธอแอบเหลือบมองหน้ายักษ์แต่ก็พบว่าสายตาคมจับจ้องมาที่เธออย่างเห็นได้ชัด
“ไอ้ยักษ์ มึงใจเย็นดิ่วะ”
รุ่นพี่คนหนึ่งเอ่ยห้าม ..เพราะพวกเขารู้นิสัยของยักษ์ดี ในยามที่เขาโมโหเขาทำให้ทุกคนเห็นแล้วว่าเขาเหมาะกับชื่อนี้จริงๆ แต่คนโดนปรามไม่สนใจเสียงนั้นเลย
“เรื่องแค่นี้ยังทำไม่ได้ แล้วจะไปช่วยชีวิตสัตว์ที่เราต้องรักษาได้ยังไง ..ความอดทน และใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ เป็นอีกสิ่งที่สำคัญเมื่อเราต้องทำงานในอาชีพนี้ บางครั้งน้องอาจจะคิดว่า สิ่งนี้ไม่จำเป็น หรือน้องคิดว่ามันก็แค่สัตว์ตัวหนึ่ง ตายก็ไม่เป็นไร..”
“...”
“ถ้าน้องคิดแบบนั้น.. ลาออกจากคณะนี้ซะ น้องไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นสัตวแพทย์ที่ดีได้ หรือถึงเรียนจบไป สิ่งที่น้องมองข้าม สิ่งที่คิดว่าไม่สำคัญ..มันก็อาจจะทำให้เราเผลอทำร้ายชีวิตสัตว์ที่เรากำลังจะช่วยมันได้เหมือนกัน เข้าใจไหม?”
“เข้าใจค่ะ/เข้าใจครับ”
“แล้วน้องคนไหนที่ยังหาพี่สายรหัสของตัวเองไม่เจอ”
นักศึกษาชั้นปีที่ 1 ต่างก้มหน้าไม่กล้ามีใครสบตาพี่ๆ ที่ยืนอยู่
“พี่ถาม!!” เสียงอันทรงพลังของยักษ์ทำให้น้องๆ ทุกคนต่างหวาดกลัว และสะดุ้งกันเป็นแถว “จะไม่ยอมรับดีๆ ใช่ไหม?”
สายตาคมกริบเพ่งมองไปที่คนตัวเล็กที่นั่งบีบมือของตัวเองด้วยท่าทางหวาดกลัว เธอลอบมองคนที่เปร่งเสียงถามอีกครั้ง เมื่อรู้ว่าเขากำลังจ้องเธออยู่มันยิ่งทำให้ความกลัวยิ่งคุกคามจิตใจเธอมากขึ้น
“ฝันหวานลุกขึ้น เชื่อพี่นะ อย่าทำให้ยักษ์โกรธไปมากกว่านี้” ฟ้าใสเดินมาใกล้ๆ เธอ
“แต่พี่ฟ้าใสก็รู้ ว่าหนู..” ฝันหวานพยายามยังคับเสียงสั่นเคลือให้เป็นปกติ
“พี่รู้ แต่เขาบอกว่าเธอไปไม่ทันเดทไลน์”
ฝันหวานเลยจำต้องเดินไปหายักษ์อย่างเลี่ยงไม่ได้
