บทที่ 10 8

ครั้งแรกว่าเจ็บแล้วครั้งที่สองเจ็บมากกว่าหลายเท่าเลยนะ ถ้ามีครั้งที่สามเตรียมไว้อาลัยให้ใจที่แตกสลายได้เลย ขอร้องเถอะอย่าให้มีครั้งที่สามเลยนะ.. ทำไมจังหวะเวลาไม่เคยเข้าข้างเธอบ้างเลย แอบรักเพื่อนก็ทรมานใจอยู่ แล้วกว่าจะรวบรวมความกล้าเพื่อไปสารภาพรักกับเขาได้เธอใช้เวลาตั้งหลายปี

“มึงเกิดอะไรขึ้น เล่าให้ฟังไหวไหม” แก้มใสหย่อนตัวนั่งลงข้าง ๆ ยังไม่เข้าใจสถานการณ์ว่าเพื่อนไปเจอะไรมา หรือว่าโดนปฏิเสธเหรอ? คือเธอไม่ได้เดินไปด้วยยืนรอรับของถ่ายรูปกับแฟนน่ะ..

ข้างหอประชุมมีโต๊ะหินอ่อนเรียงรายสำหรับนั่งเล่น แต่ตอนนี้เก็บดาวใช้เป็นพื้นที่พักใจ

“กูจะเดินไปบอกชอบสีน้ำ แต่มีรุ่นน้องเดินมาตัดหน้าเข้าไปบอกชอบแล้วก็ขอเขาคบ แงงง” หันตัวไปกอดร้องไห้ใส่ไหล่เพื่อนสนิท

“..” แก้มใสอ้าปากค้างเมื่อได้ยินสิ่งที่เพื่อนสนิทเล่า เป็นเธอก็อยู่ไม่ไหวเหมือนกัน ตบหลังปลอบใจ

“แล้วเขาก็ตกลงคบกับน้องคนนั้นเหรอ..”

“ไม่รู้อะ กูวิ่งออกมาก่อน” เงยหน้ามาพูดทั้งน้ำตา ทำเอาแก้มใสที่ได้ยินเหม่อลอยเลย

“เอ้ากูก็คิดว่าสีน้ำตกลง แล้วมึงจะมาร้องไห้ทำไมเนี่ย!!” อยากจะตีเรียกสติเพื่อนจริง ๆ เลย

“ก็น้องพูดว่าคุยกันมาสักพักด้วยใครจะไปกล้ายืนรอฟังไม่งั้นกูคงได้ยืนร้องไห้ตรงนั้นแน่นอน ฮืออ”

“เออ ๆ เข้าใจ”

“อย่าร้องไห้เลยมึง ร้องไห้ไปเขาก็ไม่รัก” แก้มใสแกล้งหยอกล้อเพื่อน

“แงงง ฮืออ”

“หยอก ๆ คิดในแง่ดีคนอย่างสีน้ำในตอนนี้ไม่น่าคบใครปะ มึงพูดเองว่าเขายังเจ็บกับความรักครั้งเก่าอยู่เลยไม่ใช่เหรอ”

“ไม่รู้อะ ตอนนี้กูไม่รู้อะไรเลย”

“เป็นไรแต่อย่าเสียเวลาร้องไห้แล้วล้มเลิกความตั้งใจตัวเองก็พอ มึงคิดว่ามีแค่น้องคนนั้นมาสารภาพรักกับเขาเหรอ กูมั่นใจเลยว่าไม่ใช่คนแรก”

“มึงยังมีโอกาส แต่ถ้ามึงร้องไห้แบบนี้โอกาสได้หายไปจริง ๆ แน่นอน”

“ฮืออ จริงเหรอมึง”

“เชื่อกูนะ มึงกับสีน้ำน่ะมีบางอย่างที่มันเป็นมากกว่าเพื่อน แค่ยังไม่มีใครยอมพูดบอกออกมาก็เท่านั้นเอง”

แก้มใสคอยลุ้นให้เก็บดาวกล้าบอกความรู้สึกที่มีต่อสีน้ำถ้าไม่ลองเสี่ยงสักครั้งเราอาจจะไม่มีวันข้ามเส้นคำว่าเพื่อนไปได้ มันอาจจะแย่ไปเลยหรือดีมากก็ได้ เราได้ปลดล็อกความรู้สึกที่มีต่อเขาจะได้รู้สักทีว่าควรเดินไปในทิศทางไหนในความสัมพันธ์ของพวกเรา

“มึง! มึงหยุดร้องก่อนสีน้ำกำลังเดินมาทางนี้!!” แก้วใสหันหน้าไปทางสนามฟุตบอลด้วยบวกกับมีสายตาที่คมชัดระดับHDเธอจึงมองเห็นผู้ชายที่วิ่งมาทางนี้ใบหน้าแสนคุ้นเคย สีน้ำ!!

“ฮะ?!!” เก็บดาวเงยหน้ามองแก้มใสก่อนจะรีบก้มหน้าลงพร้อมกับหยิบผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋ากระโปรงเช็ดซับน้ำตา จะให้เขาเห็นว่าเธอร้องไห้ไม่ได้

แก้มใสรีบยืนขึ้นเอาตัวเองบังเก็บดาวให้จัดระเบียบความรู้สึกรวมถึงเช็ดคาบน้ำตาด้วย

“อ้าวสีน้ำ เรียนจบแล้วยินดีด้วยนะ” แก้มใสไม่รู้จะพูดอะไรเลยยินดีเรื่องเรียนจบ เอามือไพล่หลังยิ้มกว้างเข้าไว้

“ขอบคุณนะ ยินดีเรื่องไปเรียนต่อด้วยนะ”

“จ้า แล้วมาทำอะไรเนี่ยเพื่อนในกลุ่มไปไหนล่ะ”

“พวกมันยังอยู่ที่สนามน่ะ ตั้งใจมาหาเก็บดาว” สีน้ำคอยสอดส่องมองไปยังเก็บดาวที่นั่งอยู่ด้านหลังแก้มใส แต่แก้มใสก็จะคอยขยับตัวตามไม่ให้เขามองเก็บดาว

“แก้มใส เก็บดาวเป็นอะไร” สีน้ำเริ่มสงสัยในท่าทีของเพื่อนสนิทเก็บดาว เลยจ้องมองแก้มใสด้วยแววตาเคร่งขรึมบวกกับน้ำเสียงของเขากระด้างขึ้น

“เอ่อคือ ไม่มีเอ๊ยหมายถึงไม่ได้เป็นอะไรหรอกนางแค่เวียนหัวเพราะแดดแรงน่ะเลยมานั่งพัก” 

แก้มใสปากสั่นพูดตะกุกตะกักขณะโกหกสีน้ำ ก็เขาค่อนข้างน่ากลัว(มาก) ถ้าโดนจับได้ว่าโกหกเธอคงได้อดไปเรียนต่อต่างประเทศ รักชีวิตก็อย่ามีปัญหากับกลุ่มswift fire 🔥 

‘ขนลุก นี่แค่มองตายังไม่กล้าเลย มึงไปชอบคนน่ากลัวแบบนี้ได้ไงกันนะไอ้เก็บดาว’ TT

“เราขอคุยกับเก็บดาวตามลำพังได้ไหม”

“ได้ เดี๋ยวเราจะไปหาแฟนพอดี” 

หมับ! เก็บดาวยื่นมือมาจับเสื้อนักเรียนของแก้มใสไม่อยากให้เพื่อนออกไปรู้สึกยังไม่พร้อมที่จะอยู่กับเขาสองคน ตายังสัมผัสได้ว่ามีน้ำใส ๆ ไหลออกมาอยู่เลย 

‘อย่าไปนะอย่าปล่อยกูไว้กับเขา’

‘ปล่อยมือค่ะ ปล่อยกูไป’

‘จังหวะนี้แหละมึงต้องพูดออกไปไอ้เก็บดาว’ พรึบ! 

แก้มใสแกะมือเก็บดาวที่จับเสื้อนักเรียนด้านหลังออกจากนั้นรีบเดินออกมาทันที เธอฝากของไว้กับแฟนด้วยต้องเดินกลับไปช่วยถือตอนวิ่งออกมาหาเก็บดาวมาตัวเปล่า หลังจากแก้วใสเดินออกมาแล้วในใจทั้งอวยพรทั้งเอาใจช่วยเก็บดาวด้วย

ฟุ่บ

เก็บดาวรับรู้ว่าตอนนี้สีน้ำทิ้งตัวนั่งลงข้างเธอแต่เขายังคงนั่งเงียบไม่ได้เอ่ยพูดอะไร ส่วนเธอก็ยังฟุบหน้าอยู่กับโต๊ะหินอ่อนไม่ได้ปริปากพูดเหมือนกัน

‘ทำไงดี ทำไงดี’

‘เป็นไงเป็นกันวะ’ เก็บดาวค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นยืดตัวนั่งตรงกลืนน้ำลายอึกใหญ่ทำไมบรรยากาศรอบตัวที่มีกับสีน้ำมันดูเปลี่ยนไป หรือเป็นเพราะจิตใจของเธอไม่สงบ

“แค่ก ๆ มาทำอะไร” กระแอมเบา ๆ จากนั้นเธอจึงเริ่มเอ่ยถามเขาก่อน

“มาหาแกนั่นแหละ เป็นอะไรร้อนเหรอ” สีน้ำมองสำรวจใบหน้าของเพื่อนสนิทขนตาเปียก ร้องไห้?

“อืม ร้อนเลยมานั่งพัก” จบประโยคนั้นบรรยากาศก็ตกอยู่ในความเงียบอีกครั้งถึงกลับได้ยินเสียงพัดของใบไม้ และลมหายใจของทั้งคู่

“สีน้ำ / เก็บดาว” ทั้งสองเอ่ยเรียกชื่อของอีกฝ่ายออกมาพร้อมกัน เวลาแบบนี้ใจดันตรงกันซะได้

“อยากพูดก่อนไหม” เขาเอ่ยถาม

“ไม่ แกพูดก่อนเลยเดี๋ยวเราพูดทีหลัง”

“ของขวัญวันเรียนจบ” สีน้ำยื่นถุงpandoraที่มีกำไลข้อมืออยู่ในนั้นเขาไปเลือกของตกแต่งด้วยตัวเองที่แบรนด์เลยนะกับช่อดอกยิปโยที่มีความหมายแอบซ่อนก็เหมือนกัน..

“ขอบคุณสำหรับช่วงเวลาที่ผ่านมา เรามีความสุขมากเลยตั้งแต่ได้เจอแก ไม่รู้ว่าถ้าไปอยู่มหาลัยเราจะยังสนิทกันเหมือนตอนนี้ไหม” 

สีน้ำรู้ว่าเขาคงไม่ได้กลับมาที่บ้านบ่อยนักคงไม่ค่อยได้เจอเก็บดาวแล้วด้วย อีกอย่างคือไม่รู้ว่าจะได้อยู่มหาวิทยาลัยเดียวกันไหม ก็แอบคาดหวังว่าจะมีเธอนะ

“ถึงเราจะต้องแยกย้ายกันไปเรียนที่ใหม่ สัญญาได้ไหมว่าจะเป็นเพื่อนสนิทของเราตลอดไป” สีน้ำเอ่ยออกมาอย่างจริงใจแต่คำขอของเขานั้นทำเอาเก็บดาวจุกในอกพลางคิดว่าขอพูดก่อนคงดีกว่านี้

“ถึงจะไม่ได้เจอกันแล้ว เราก็เป็นเพื่อนสนิทแกตลอดไปนั่นแหละ” เก็บดาวยกนิ้วก้อยขึ้นมาเกี่ยวนิ้วก้อยสีน้ำพร้อมแปะนิ้วโป้งประทับสัญญา

“แกนั่นแหละอย่าไปมีสาวเยอะจนลืมเราล่ะ”

“ไม่มีเรื่องอะไรแบบนั้นอยู่แล้วยัยตัวเล็ก!” แปะ! สีน้ำดีดติ่งหูเธอเบา ๆ อย่างที่เขาชอบทำเวลาที่เอ็นดูเก็บดาวแล้วทำแค่เธอคนเดียวไม่เคยทำกับใคร

“เราสูงขึ้นมาตั้งห้าเซนแล้วเถอะ!”

“ก็ยังตัวเล็กกว่าเราอยู่ดี” สีน้ำโยกหัวเพื่อนสาวไปมาทำเหมือนเธอยังเป็นเด็กวัยสิบขวบที่เขาเจอหน้าครั้งแรก เด็กผู้หญิงที่ทำให้ชีวิตเขาสดใส..

“แล้วคุณพี่สูงตั้งร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตร”

“คือหนูจะเอาอะไรไปสู้ได้คะ??!!” เก็บดาวสูงหนึ่งร้อยหกสิบเซนติเมตรไม่ได้ตัวเล็กมากหรอกแต่เมื่อเทียบกับสีน้ำก็ยัยจิ๋วของเขานั่นแหละ

ทั้งสองคนหัวเราะออกมาเต็มเสียงอย่างตลกขบขัน

“แล้วที่แกจะพูดกับเราคือ”

“อ๋อจะเอาของให้น่ะ” เก็บดาวหยิบถุงของขวัญกับช่อดอกทานตะวันให้สีน้ำ ส่วนของในถุงที่เธอเตรียมมาให้เขาคือโหลใส่ดาวหนึ่งพันดวงที่เธอพับเองกับปากกาที่สลักเป็นชื่อเขาเก็บดาวไปเดินเลือกซื้อในห้าง

“ไว้ค่อยไปแกะดูนะ”

“อืม วันนี้กลับด้วยกันนะ” พร้อมโชว์ใบขับขี่ที่พึ่งไปทำมา 

“ว้าว พี่สีน้ำของเราโตเป็นผู้ใหญ่แล้วสิ” เก็บดาวตบมือยินดีที่เขาสอบใบขับขี่รถยนต์ผ่าน

ส่วนตัวเธอรับรู้มาตลอดว่าสีน้ำเป็นคนชอบขับรถเล่นกับคนในแก๊งเขานั่นแหละ แต่พวกเขาจะขับอยู่ในสนามแข่งรถของครอบครัวภูเมฆสลับกับสนามแข่งรถของครอบครัวคู่แฝดตะวันขอบฟ้า เก็บดาวเคยไปนั่งเล่นอยู่หลายครั้งก็ไปดูพวกเขาพนันแข่งรถนั่นแหละ สนุกดี

“เราจะรออยู่ที่จอดรถนะ แล้วไปทำอะไรต่อ” ยังเหลือเวลาอีกเกือบชั่วโมงเลยกว่าโรงเรียนจะเลิก ถึงจะเป็นพิธีปัจฉิมนิเทศก็ยังต้องทำตามกฎโรงเรียน

“โอเค งั้นไว้เจอกันนะ เดี๋ยวเราจะถ่ายรูปกับพวกน้องรหัส”

“โอเค” สีน้ำลูบหัวเธอก่อนจะดึงเก็บดาวมากอดจนเธอเองก็ยังตกใจแต่ก็กอดเขากลับไป

“ขอบคุณนะที่แกไม่ไปไหน”

“อืม ไม่ไปไหนหรอกอยู่ข้างแกตลอดไปเลยจ้า”

เก็บดาวตบหลังเขาเบา ๆ สีน้ำผละตัวออกห่างยิ้มเล็กน้อยก่อนจะลุกเดินออกไป เก็บดาวมองแผ่นหลังกว้างเดินห่างออกไปเรื่อย ๆ จนเขาเริ่มพ้นสายตาเธอก็เริ่มหุบยิ้มบ่อน้ำตาแตกไหลอาบแก้ม

“สีน้ำ เราชอบแกนะ..”

สักวันหนึ่งเธอคงจะกล้าเอ่ยคำนี้ต่อหน้าเขา ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะต้องรอไปอีกนานแค่ไหน

มากกดติดตามกันเยอะ ๆ น้า

ใครรอตอนต่อไป เมนต์หน่อยย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป