บทที่ 11 9

Genesis School 🏫 

(โรงเรียนสาธิตเจเนซิส)

เก็บดาวเดินมาส่งแก้มใสด้านหน้าโรงเรียนวันสุดท้ายที่เธอจะได้เจอเพื่อนซี้คนนี้ สัปดาห์หน้าแก้มใสต้องเดินทางไปเรียนต่อที่ประเทศแคนาดา หลังเรียนจบปริญญาตรีแล้วแก้มใสบอกว่าอาจจะเรียนต่อปริญญาโทที่นั่นเลยด้วย คงไม่ค่อยได้กลับมาประเทศไทย 

สองสาวอ้าแขนแล้วยืนกอดลากันครั้งสุดท้าย เพราะว่าสัปดาห์หน้าเก็บดาวต้องไปสอบประเมินความสามารถสำหรับยื่นเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเจเนซิสที่มีสอบแค่วันเดียวของคณะที่เธอสนใจอยากเรียนด้วย

“โชคดีนะมึงถ่ายรูปมาอวดได้ตลอดเลยนะ ถ้าว่างอาจจะขอคุณแม่ไปหานะ”

“ได้เลยค่ะคนสวย ไว้เจอกันนะมึง”

“แล้วก็ขอให้มึงสมหวังเรื่องสีน้ำนะ มันต้องมีจังหวะเวลาของมึง กูเป็นกำลังใจให้เสมอนะ มีอะไรก็ส่งข้อความมาได้ตลอด24ชั่วโมงเลยค่ะ”

“โอเค ไปเถอะแฟนมึงรออยู่”

“บ๊ายบาย รักมึงมากเลยนะเก็บดาวยัยเพื่อนตัวเล็กแต่ใจไม่เล็กเนี่ย” แก้มใสดึงเก็บดาวมากอดอีกครั้งสงสารเพื่อนที่ไม่สมหวังในความรัก ได้เวลาโบกมือลากันจริง ๆ แล้วแก้มใสก้าวเท้าขึ้นรถยนต์แฟน

“เก็บดาว!” จังหวะที่เธอกำลังจะหันหลังเดินเข้าโรงเรียนก็มีเสียงเรียกจากถนนฝั่งตรงข้าม เมื่อเธอหันไปก็เห็นว่าเป็นเด็กผู้หญิงใส่ชุดนักเรียนโรงเรียนสาธิตเวลาริสเป็นโรงเรียนตรงข้ามกับโรงเรียนเธอ

“พริ้ม พริ้มฟ้าเหรอ!!” เก็บดาวเอ่ยชื่อของคนที่ไม่ได้พบมาเกือบหกปี เจอกันล่าสุดตอนป.6 ครอบครัวพวกเธอพาไปบริจาคของวันที่รับเป็นบุตรบุญธรรมแล้วบังเอิญว่าครอบครัวของพริ้มฟ้า พราวฝน วาวรุ้ง ก็มาด้วย แต่ตอนนั้นไม่ได้ขอข้อมูลติดต่อกันไว้

“ว่าแล้วต้องเป็นแก” พริ้มฟ้ามองจากฝั่งตรงข้ามอยู่นานมากก่อนจะวิ่งเข้ามากอดเก็บดาวทันทีด้วยความดีใจมากที่ได้เจอคนที่เหมือนพี่น้อง 

“ดาวดีใจมากเลย ไม่คิดว่าพริ้มจะอยู่โรงเรียนใกล้ดาวแค่นี้เองอะ” อยู่ฝั่งตรงข้ามกันเลยน่าจะได้เจอกันเร็วกว่านี้

“นั่นสิ แต่พริ้มก็พึ่งย้ายโรงเรียนมาเมื่อตอนม.6น่ะ” พริ้มฟ้าเอ่ย เธอย้ายโรงเรียนบ่อยเพราะพ่อเปลี่ยนที่ทำงานหลายครั้งตั้งแต่เด็กจนเมื่อม.6เธอขอย้ายมาเรียนในกรุงเทพคนเดียวเพื่อปรับตัวตอนเรียนมหาวิทยาลัย

“ดีใจด้วยนะเรียนจบแล้ว” เก็บดาวมองของขวัญกับช่อดอกไม้เต็มสองมือพริ้มฟ้า พี่คนโตของแก๊งบ้านเรืองตะวันโตมาเป็นสาวฮอต

“ขอบคุณ แกด้วยโตมาสวยมากตอนเด็กก็น่ารักมากอยู่แล้วมีหนุ่ม ๆ มาจีบเยอะเลยใช่ไหม” พริ้มฟ้าเอ่ยแซว

“เกินไป สวยน้อยกว่าคุณพี่พริ้มฟ้าเยอะเลยค่ะ”

สองสาวคุยกันอย่างออกรสออกชาติถามไถ่เรื่องราวที่ผ่านมาสลับกันไปมา ทำให้รู้ว่าตอนนี้พริ้มฟ้าอยู่คอนโดในกรุงเทพคนเดียว ส่วนพ่อกับแม่อยู่บ้านที่จังหวัดนครราชสีมาเพราะพ่อพริ้มฟ้าได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการภาค 3 ควบคุมดูแลภาคอีสานซึ่งจังหวัดนครราชสีมาเป็นกองบัญชาการประจำหลัก

“พริ้มเก่งจังอยู่คนเดียวได้ด้วย”

“พริ้มอยู่ไม่ได้ก็ต้องอยู่ให้ได้อะดาว” 

พริ้มฟ้ายิ้มเหนื่อยไม่ได้อยากอยู่คนเดียวเลยแต่ก็ไม่อยากย้ายบ่อย แล้วเธอก็ตั้งใจว่าจะเรียนมหาวิทยาลัยเจเนซิส แล้วโชคดีที่แม่กับพ่ออนุญาตพวกเขาไว้ใจและเชื่อว่าเธอจะดูแลตัวเองได้นั่นก็เป็นเรื่องที่ดีในชีวิตเธอ

“แล้วพริ้มจะไปไหนต่อ” เก็บดาวเอ่ยถามเพราะว่านี่ใกล้ถึงเวลาที่เก็บดาวนัดกับสีน้ำเอาไว้ สีน้ำบอกว่าจะพาไปฉลองต่อขออนุญาตพ่อกับแม่เธอให้แล้วด้วย แน่นอนว่าพวกท่านอนุญาต โดยเฉพาะแม่เธอถูกใจสีน้ำมากเคยพูดหยอกล้อว่าให้สีน้ำเป็นลูกเขยได้คนเดียว เหมือนที่เธอก็อยากได้เขาเป็นแฟนเหมือนกัน ̆̈

“คงกลับไปนอนเล่นคอนโดอะ ไม่รู้จะไปไหนด้วย” พริ้มพูดเสียงเบาปนเศร้ามีคนชอบเธอเยอะมาก แต่เธอไม่สนิทใจกับใครเลย

“แล้วไม่ไปฉลองกับเพื่อนต่อเหรอ”

“พริ้มไม่มีเพื่อนสนิทน่ะ คงเพราะย้ายโรงเรียนมาตอนม.6ด้วย..เพื่อนคนอื่นสนิทกันไปหมดแล้ว” พึ่งย้ายมาพริ้มฟ้าเลยไม่ค่อยสนิทกับใคร ตอนเรียนพอเลิกเรียนตอนเย็นพริ้มฟ้าก็ตรงกลับคอนโดไม่ได้ไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนเหมือนคนอื่น ๆ

“งั้นไปฉลองกับดาวไหม เสร็จแล้วกลับก็ไปนอนเล่นบ้านดาวต่อ ถ้าพริ้มอยากไปนะ”

“ไปได้จริงเหรอ! อยากไปสิ” พริ้มฟ้ายิ้มพยักหน้ารัวด้วยความดีใจที่เก็บดาวชวนเธอไปฉลองกับนอนเล่นด้วย

“ได้อยู่แล้ว เพื่อนดาวมีแต่คนใจดีแต่ส่วนพวกนั้นเป็นผู้ชายกันน่ะพริ้มโอเคไหม” เธอโตมากับพวกเขาเลยไม่คิดมากแต่กลัวพริ้มฟ้าจะไม่สะดวกใจไป

“โอเค เราเคยเล่นกับพวกลูกตำรวจก็มีแต่เด็กผู้ชาย แมน ๆ ต่อยมวย” พริ้มฟ้าพูดติดตลกเธอพอมีความกล้าหาญพอสมควรด้วยความที่ถูกเลี้ยงมาโดยพ่อที่เป็นตำรวจ แต่ยังได้รับความอ่อนโยนจากแม่ที่เป็นพยาบาล

หลังเก็บดาวเดินไปส่งแก้มใสด้านหน้าโรงเรียนแล้วได้เจอกับพริ้มฟ้าก็พากันเดินเข้ามาในโรงเรียน นั่งรอสีน้ำอยู่โต๊ะข้างสนามบาส ก็คุยเรื่องนั้นเรื่องนี้ให้พริ้มฟ้าฟังโดยเฉพาะเรื่องของหัวใจ นั่งรอไม่นานกลุ่มสีน้ำก็เดินกันมา

“นั่งรอนานไหมเก็บดาว” สีน้ำมาถึงก็เดินไปลูบหัวเก็บดาว พริ้มฟ้าเห็นสีหน้าเก็บดาวที่มองสีน้ำก็รู้ทันทีว่าผู้ชายที่เก็บดาวเล่าให้ฟังว่าชอบมากคือคนนี้

“ไม่นาน ๆ แต่วันนี้เราขอพาเพื่อนไปเพิ่มนะ”

“ได้ ใครล่ะ” สีน้ำถามต่อ

“คนนี้ ส่วนนี่สีน้ำ ตะวันขอบฟ้าเป็นฝาแฝดกัน แล้วก็โปรดปรานปลาบปลื้มด้วยที่เป็นฝาแฝด สุดท้ายคนนั้นภูเมฆ” เก็บดาวแนะนำเพื่อนแต่คนให้พริ้มฟ้า เพื่อน ๆ ก็ทักทายพริ้มฟ้าอย่างเป็นมิตร

“เราพริ้มฟ้านะ”

“ชื่อเพราะดีนะ” ภูเมฆมองเห็นพริ้มฟ้าจากไกล ๆ พอเดินมาถึงเขาแทบไม่ละสายตาจากเธอเลยจะว่าไงดีล่ะ ผู้หญิงคนนี้โคตรตรงไทป์เขามากเลยล่ะ

“ขอบคุณนะ” พริ้มฟ้าหันไปยิ้มให้ภูเมฆ เขาคิดในใจว่าอยากลองชิมผู้หญิงคนนี้สักครั้งจังเลย..

“วันนี้ขอไปฉลองด้วยนะ” พริ้มฟ้ายิ้มหวานให้เพื่อนใหม่

“พริ้มฟ้าเก็บดาวชื่อคล้องกันเลยนะ” ขอบฟ้าทวนชื่อสองสาว

“เออว่ะ แล้วไปมีเพื่อนต่างโรงเรียนตั้งแต่เมื่อไหร่” ตะวันเอ่ยสงสัยก็วัน ๆ เห็นแต่เก็บดาวตัวติดแค่สีน้ำกับเพื่อนที่ชื่อแก้มใส

“ชื่อคล้องจองกันเลยใช่ไหมล่ะ”

“บอกพวกเขาได้เลย”

เก็บดาวกับพริ้มฟ้าหันมายิ้มแล้วเริ่มเล่าที่มาที่ไปว่าพวกเธอเคยอยู่บ้านสงเคราะห์เด็กด้วยกันแล้วยังเกิดปีเดียวกันด้วยแค่คนละเดือนให้พวกเขาฟังส่วนสีน้ำน่ะรู้อยู่แล้วเก็บดาวเคยเล่าให้ฟังว่ามีคนที่เปรียบเสมือนพี่น้องเธอ ถ้ามีโอกาสจะพามาเจอติดปัญหาตอนนั้นยังไม่มีคอนแทกต์สำหรับติดต่อกัน

“แต่รถเรานั่งได้ที่เดียว” สีน้ำหันไปบอกเก็บดาวระหว่างเดินไปที่รถ

“อ้าว..” เก็บดาวเม้มปากคิดว่าจะทำยังไง

“งั้นเดี๋ยวพวกเราสองคนนั่งGrabตามไป” เก็บดาวเสนอจะไปกันเองให้พวกเขาส่งโลเคชั่นมาให้เธอก็พอ

“ไม่เอา” สีน้ำทำเสียงแข็งไม่ยอมให้เธอไป

“ยัยตัวเล็กไหนสัญญาไว้แล้วไงว่าจะนั่งรถไปกับเราวันนี้” 

สีน้ำพึ่งได้รถมาใหม่เมื่อสัปดาห์ก่อนพร้อมกับใบขับขี่แล้วเขาก็ตั้งใจว่าอยากให้เก็บดาวได้นั่งเป็นคนแรก เขารอมาทั้งสัปดาห์เลยนะ ยังไม่ยอมให้ใครนั่งเลย

“ให้พริ้มฟ้ามานั่งรถกูก็ได้” 

“รถกูมีเหลือหนึ่งที่”

ภูเมฆเอ่ยเพราะว่าก็เหลือแค่รถเขาที่มีที่ว่าง รถของพวกฝาแฝดก็มีกันเป็นคู่ ด้วยความที่รถของพวกเขาเป็นซูเปอร์คาร์มีที่นั่งแค่ที่เดียวไม่รวมที่นั่งคนขับ แก๊งนี้มีใบขับขี่รถยนต์กันแล้วทุกคนเพราะอายุสิบแปดกันหมดแล้ว

“โอเค ให้เราช่วยถือไหม” พริ้มฟ้าพยายามจะช่วยภูเมฆถือพวกของขวัญ

“ไม่เป็นไรของพริ้มฟ้าก็เยอะพอแล้ว” กลับเป็นภูเมฆเองที่แย่งของพริ้มฟ้ามาถือเดินนำไปขึ้นรถ

พอจัดแจงที่นั่งเรียบร้อยพวกเขาก็เตรียมจะไปขึ้นรถระหว่างเดินก็คุยเรื่องเกี่ยวกับโรงเรียนจนไปสะดุดคำว่าถ่ายรูปทำให้เก็บดาวพึ่งนึกขึ้นมาได้ว่าเธอยังไม่ได้ถ่ายรูปกับสีน้ำเลย 

“เรายังไม่มีรูปคู่กับแกเลยอะ” เก็บดาวจับชายแขนเสื้อนักเรียนสีน้ำ

“จริงด้วย งั้นมาถ่ายกันตอนนี้” สีน้ำรีบควานหาโทรศัพท์แต่เหมือนเขาจะไม่ได้เอาลงมาจากรถตั้งแต่ช่วงเที่ยงตอนเอาของขวัญบางส่วนมาเก็บ

“มาเดี๋ยวกูถ่ายให้” ตะวันเสนอจะถ่ายให้

“ใช้โทรศัพท์เราก็ได้” เก็บดาวยื่นโทรศัพท์เธอไปให้ตะวัน

“โอเค งั้นก็ยืนชิด ๆ กันหน่อยครับเพื่อนสนิท” ตะวันเน้นคำว่าเพื่อนสนิท ก็มันอดไม่ได้อีกคนก็ซื่ออีกคนก็ปากแข็ง

“เราจะเข้ามหาลัยเจเนซิสนะ” สีน้ำเอ่ยแล้วยิ้มมองกล้อง

“จริงเหรอ! ทำไมล่ะ..” เก็บดาวตื่นเต้นที่ได้ยินประโยคเมื่อครู่มากจนหันไปมองเขาด้วยรอยยิ้มแบบเก็บสีหน้าความดีใจไม่อยู่ แล้วสีน้ำก็หันมาแล้วพูดต่ออีกว่า

“เพราะว่าอยากอยู่ใกล้แกไงยัยตัวเล็ก”

ฝากกดติดตาม

คอมเมนต์

แล้วจะมาอัปต่อนะคะ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป