บทที่ 12 10

สนามบินSW 🛫

บรื้นนนน!!!!

เมื่อเสียงคำรามต่ำๆ ของเครื่องยนต์ระดับไฮเอนด์เริ่มดังขึ้นจากทางลาดเข้าอาคารสนามบินSW ดึงดูดความสนใจของผู้โดยสารพนักงานในบริเวณนั้นอย่างมาก ทุกสายตาหันมามองรถซูเปอร์คาร์ทั้งสี่คันสี่รุ่นที่ไม่ซ้ำกัน

“รถใครน่ะ”

“อยากเห็นเจ้าของเลย”

“ต้องถ่ายลงTiktokแล้วล่ะ”

“พวกนักธุรกิจหรือเปล่า”

“ลูกหลานตระกูลไฮโซแน่นอน”

รถซูเปอร์คาร์คันแรกเป็นของสีน้ำยี่ห้อ Ferrari SF90 Stradale สีแดงเงาวับดังเปลวไฟที่พร้อมแผดเผา ตามด้วยรถของภูเมฆยี่ห้อ Lamborghini Aventador SVJ สีดำเข้มสนิทดูดุดันเสริมด้วยคาร์บอนไฟเบอร์ คันที่สามของคู่แฝดโปรดปรานปลาบปลื้มยี่ห้อ McLaren 720S สีฟ้าอ่อน เย็นตาแต่เครื่องแรงดังกระหึ่ม และปิดท้ายด้วยรถของคู่แฝดตะวันขอบฟ้ายี่ห้อ Porsche 911 GT3 RS สีขาวสะอาดตา ดูสุขุมนิ่งเหมือนกับนิสัยคนขับ

รถทั้งสี่คันเคลื่อนตัวเข้าสู่โซนจอดรถVIPของสนามบิน คันแรกชะลอเบรกเบา ๆ ก่อนเลี้ยวเข้าช่องจอดระยะที่ใกล้สุด อีกสามคันตามเข้าไปที่ช่องจอดถัดไปอย่างมีระยะเว้นว่างไว้เท่ากันเป๊ะราวกับผ่านการฝึกซ้อมมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน

ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องจริงที่ว่าพวกเด็กหนุ่มทั้งหกคนฝึกซ้อมขับรถลงสนามแข่งมาตั้งแต่อายุสิบสามปี พวกเขารวมตัวกันแล้วมีความชื่นชอบในการขับรถเป็นชีวิตจิตใจความเร็วความแรงมันน่าตื่นเต้นสำหรับพวกเขามาก

“พวกเรากำลังจะไปที่ไหนกันเหรอ?” เก็บดาวหันไปถามสีน้ำ ใบหน้างุนงงเล็กน้อยเมื่อพวกเขาพากันมาที่นี่คิดว่าจะไปฉลองที่สนามแข่งรถของภูเมฆซะอีก แต่ทำไมถึงมาจอดรถไว้ที่สนามบินล่ะ?

“พวกเราไม่ได้จะไปฉลองที่สนามแข่งรถเหรอ!?” เธอยังคงถามเขาต่อไปอีก

“เซอร์ไพรส์น่ะ ไปถึงดาวก็จะได้เห็นเองว่าที่แบบไหนจะเป็นการฉลองเรียนจบมัธยมของพวกเรา” สีน้ำลูบหัวเพื่อนสนิทเบา ๆ 

ก่อนที่สีน้ำจะลงจากรถแล้วเดินอ้อมมาเปิดประตูรถให้เก็บดาว พร้อมยื่นมือออกไปให้เธอจับ เก็บดาวมองมือสีน้ำแป๊บนึงก่อนจะวางมือเธอลงบนฝ่ามือสีน้ำจากนั้นทั้งสองคนก็เดินไปด้วยกัน เป็นการแสดงออกปกติของเพื่อนสนิท?

“แต่เรารับรองเลยว่าดาวต้องชอบ” 

“เอาจริงเราเริ่มตื่นเต้นแล้วนะ” เก็บดาวยื่นมือไปจับมือเขาพลางหัวใจที่เต้นแรงถึงจะรู้ดีว่าเขาไม่ได้คิดอะไรกับเธอเกินเพื่อนเลยㅠㅠ

“นั่นแหละที่เราอยากให้ดาวรู้สึก” สีน้ำหันมายิ้ม เก็บดาวยิ้มตอบรู้สึกว่าแพ้รอยยิ้มเขามากเลย

“เราต้องไปค้างคืนกันหรือเปล่าอะ” พลางฉุกคิดขึ้นมาได้ถ้าไปไกลคนไม่ใช่การนั่งไปแล้วกลับมาเลยในหนึ่งวัน

“เราไม่ได้เตรียมเสื้อผ้ามาเลยนะสีน้ำ”

“ไม่ต้องห่วงดาว ที่นั่นน่ะมีทุกอย่างที่ดาวต้องใช้” เขาบอกเพื่อคลายความกังวลใจให้เธอ ไม่ว่าเพื่อนตัวเล็กของเขาต้องการอะไร เขามั่นใจเลยว่าที่นั่นน่ะมีให้เธอทุกอย่างหรือมากกว่าที่เธออยากจะได้ด้วยซ้ำ

“แล้วคุณพ่อคุณแม่ล่ะ..”

“เราขอคุณอาให้แล้วจะพากลับไปส่งถึงบ้านอย่างปลอดภัยแน่นอนครับ” สีน้ำลูบหัวเพื่อนสนิทให้คลายความกังวล

“แต่พริ้มฟ้าล่ะ..” เธอกังวลเรื่องที่พริ้มฟ้ามาด้วย เพื่อนจะโอเคไหมถ้าไปที่ไหนโดยที่ยังไม่รู้จุดหมายปลายทาง

“ไม่มีปัญหา เราคุยกับพริ้มฟ้าให้แล้ว” 

เสียงภูเมฆเอ่ยจากด้านหลังพวกเขา เป็นจังหวะที่พริ้มฟ้าเดินมากอดแขนเก็บดาวพอดี

“โอเคใช่ไหมที่ยังไม่รู้ว่าพวกเขาจะพาไปไหน แต่เราก็เชื่อว่ามันต้องสนุกแล้วก็ปลอดภัยแน่นอน” 

เก็บดาวหันไปเอ่ยบอกพริ้มฟ้า พร้อมคำยืนยันด้วยใจหนักแน่นถึงความปลอดภัย เก็บดาวเติบโตและเล่นกับพวกสีน้ำมาตั้งแต่เด็กแล้ว เวลาอยู่กับพวกเขาก็มักมีเรื่องสนุก ๆ ให้ทำตลอด ความตึงเครียดเธอเบาบางลงก็เพราะได้เล่นสนุกกับพวกเขาทั้งหกคน โดยเฉพาะเมื่อเธอได้ใช้เวลาอยู่กับสีน้ำนั่นคือเรื่องที่ดีที่สุด..

“พริ้มโอเค แค่มีดาวพริ้มไปได้ทุกที่” 

“ส่วนเรื่องพ่อกับแม่เราบอกพวกท่านแล้วว่าจะไปนอนเล่นกับเก็บดาวพวกท่านก็อนุญาตทันทีเลย” ด้วยความที่พ่อเธอพอรู้จักกับพ่อของเก็บดาวมาบ้างจากชื่อเสียงที่เป็นผู้ว่ากทม. แค่บอกไปมาว่ามาเที่ยวกับลูกสาวท่านผู้ว่าพ่อก็ไม่บ่นอะไรแถมดูจะชอบใจด้วย

“หรือต่อให้พวกท่านไม่อนุญาตพริ้มก็จะมากับดาวเหมือนเดิม”

พริ้มฟ้าหัวเราะมีความแอบดื้ออยู่หน่อย ๆ ไม่มีอะไรสำคัญเท่ากับการได้เจอเก็บดาวอีกแล้ว แล้วนี่ก็จะเป็นการนั่งเครื่องบินครั้งแรกของเธอด้วยมีแต่ความตื่นเต้นเต็มไปหมดเลย

“เครื่องบินเจ็ทกูรอพวกเราอยู่” ขอบฟ้าเอ่ยน้ำเสียงต่ำแล้วเดินนำไปหาพนักงานที่รอพาพวกเขาไปอาคารแยกจากอาคารโดยสารปกติเพื่อขึ้นเครื่องบินส่วนตัว

“นั่งเจ็ทไปกันเลยเหรอ?” 

“เดี๋ยวพริ้มฟ้ามาอยู่กับพวกนี้บ่อย ๆ ก็จะชิน” เก็บดาวเอ่ยพลางนึกว่าเมื่อก่อนตอนเธอยังเด็กกว่านี้ก็มีหลายอย่างที่ตกใจเรื่องพวกเขา

พริ้มฟ้าถึงกับอ้าปากตะลึงกับความรวม ตอนแรกอึ้งเรื่องรถซูเปอร์คาร์ไปแล้วนะนี่มาเจอเครื่องบินเจ็ทอีก ครอบครัวเด็กหนุ่มพวกนี้เป็นมหาเศรษฐีหรือทำธุรกิจอะไรกันนะ 

ตอนนั่งมาบนรถกับภูเมฆเธอก็ได้แต่นั่งเงียบ ชวนเขาคุยบ้างนิดหน่อยกล้า ๆ กลัว ๆ เขาออกจะนิ่งมาก.. แต่ก็มีถามว่าเธอจะโอเคไหมหากไปนอนค้างคืน ซึ่งอย่างที่บอกไปว่าแค่มีเก็บดาวเธออยู่ไหนก็ได้

“ที่นั่นมีสระน้ำไหม” พริ้มฟ้าเอ่ยถามเพราะเธออยากเล่นน้ำมากเลย

“มี ชอบเหรอ?” ภูเมฆเอ่ยถามเขาเดินอยู่ข้างเธอก่อนจะเดินนำไป สีฟ้าจากที่เกาะแขนเก็บดาวก็ปล่อยออกแล้วไปเดินอยู่ข้างภูเมฆแทนเพราะว่าอยากฟังน้ำเสียงทุ้มต่ำของเขาอีกครั้ง..

“ถ้าไปถึงมีเรื่องให้ประหลาดใจมากกว่านี้อีกนะ” 

ตะวันเดินมาพูดด้านหลังเพื่อนสาวสองคนในกลุ่ม แค่คิดว่าน่าจะได้เจอกับพริ้มฟ้าบ่อยขึ้นเลยนับรวมว่าเธอต้องมาเป็นเพื่อนกับพวกเขา เมื่อก่อนมีแค่เก็บดาว

“อย่าสปอยล์เยอะ” โปรดปรานเดินมาพูดเสียงนิ่งแล้วยกมือกำขึ้นเอานิ้วชี้ จุ๊ ๆ ที่ปาก

“ให้พวกเธอไปเห็นเอง”

“จริง ๆ ไอ้สีน้ำมันมีของจะให้..” ปลาบปลื้มเกือบหลุดว่าสีน้ำมีของจะเซอร์ไพรส์ให้เก็บดาวแต่ถูกสีน้ำยื่นมือมาปิดปากไว้ได้ทัน

“พูดไปเรื่อยนะมึง เดินไปกับพี่มึงเลย” ผลักหัวเพื่อนสนิทให้ออกไปไกล ๆ จากเก็บดาว

“ครับ ๆ” ปลาบปลื้มยกมือทำท่ายอมแพ้แล้วเดินไปกอดคอโปรดปรานพี่ชายฝาแฝด

“ที่ปลื้มพูดคืออะไรเหรอ มีของจะให้เราอีกแล้วเหรอ” เก็บดาวหัน

“อย่าไปฟังมันชอบแกล้ง”

“อ๋อเค”

ทั้งหกคนเดินไปตรวจเอกสารโดยไม่ต้องมีตั๋วเครื่องบินมีเพียงเจ้าหน้าที่คอยเช็กรายชื่อถึงจะมีคนมาเพิ่มก็ไม่ใช่ปัญหา อีกอย่างไม่ใช่การเดินทางออกนอกประเทศจึงสามารถใช้บัตรจำตัวประชาชนแทนการใช้พาสปอร์ตได้

พวกเขาใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่งจากสนามบินSWมายังสถานที่สุดแสนพิเศษสำหรับการฉลองเรียนจบมัธยมศึกษาปีที่หกของเด็กทั้งแปดคน

“ที่นี่คือ..”

“เกาะส่วนตัวของพวกเราหกคน”

ใครรอตอนต่อไปเมนต์เลยย🩷

กดไลก์เพื่อเป็นกำลังใจให้คลาริสด้วยน้า

บทก่อนหน้า
บทถัดไป