บทที่ 5 3

20 เมษายน 🎂

เป็นวันคล้ายวันเกิดของเก็บดาวอายุครบสิบขวบ แล้วมากกว่านั้นยังเป็นการได้พบหน้ากันครั้งแรกของเธอกับสีน้ำ เพื่อนสนิทที่อยู่ข้างบ้าน เด็กทั้งสองคนพูดคุยกันผ่านกำแพงรั้วของบ้านมาตลอดสองเดือนเป็นช่วงที่ทั้งเขากับเธอปิดเทอมพอดี 

แล้วที่ไม่ได้ไปเจอหน้าเพราะว่าสีน้ำป่วยเป็นโรคอีสุกอีใส ก่อนหน้านั้นก็เป็นไข้หวัดใหญ่เขาหายไปพักหนึ่งเลยตอนแรกกังวลว่าเขาเป็นอะไรถึงหายไป โชคดีที่ได้เจอพ่อแม่เขาตอนพวกท่านมางานฉลองตำแหน่งของคุณพ่อเธอ เก็บดาวถึงรู้ว่าเขาป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ ก็เลยได้คุยกันผ่านกำแพงมาตลอด

ห้องแต่งตัว

นรินดากำลังช่วยเลือกเสื้อผ้าให้ลูกสาวคนสวยในห้องแต่งตัวชั้นสอง เป็นห้องที่ทำเพิ่มขึ้นมาไว้เก็บเสื้อผ้า รองเท้า เครื่องประดับที่มีราคาแพงชุดหรูหราแบรนด์เนมของสามคนพ่อแม่ลูก แล้ววันนี้ลูกสาวดูจะใส่ใจกับวันเกิดปีที่ 10 ขวบมากกว่าปีที่ผ่านมาถึงกับตื่นมาเลือกตั้งแต่เช้า

“วันนี้ลูกสาวแม่ดูตื่นเต้นเป็นพิเศษเลยนะคะ”

“ค่ะ ตื่นเต้นสุด ๆ เลย” เก็บดาวตอบแม่มือก็เลือกสร้อยคอที่จะใส่ให้เข้ากับชุดกระโปรงสีฟ้าฟูฟ่อง

“ตื่นเต้นที่อายุครบ 10 ขวบ หรือว่าตื่นเต้นที่จะได้เจอเพื่อนข้างบ้านเหรอคะ” นรินดาหยอกล้อลูกสาว

“โถ่ คุณแม่”

“ก็เราเล่นกันผ่านกำแพงมาตั้งสองเดือน หนูไม่เคยเห็นหน้าเขาเลยนะคะ”

“แค่เกือบได้เจอกันตอนงานงานฉลองตำแหน่งคุณพ่อ เขาก็ดันป่วยเข้าโรงพยาบาลเลยอดเจอ”

“แล้วก็มาป่วยอีสุกอีใสอีก น่าสงสารสุด ๆ” เธอเม้มปากคิดสงสารเพื่อนข้างบ้านมาก ๆ แล้วก็น้อยใจนิดหน่อยที่การจะได้เจอกันดูมีอุปสรรคเยอะจังเลยนะ

“หนูก็เลยเฝ้ารอจะได้เห็นหน้าเพื่อนเหรอคะคนสวย” “ใช่แล้วค่ะ มันตื่นเต้นออกนะคะ”

“งั้นวันนี้มาแต่งตัวสวย ๆ กันนะคะ ไม่แน่ลูกชายตระกูลจักรศิลป์วานิชอาจจะหลงเสน่ห์ลูกสาวแม่จนตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็นเลยก็ได้” นรินดาจิ้มไปที่แก้มลูกสาวตัวน้อยเบา ๆ (แค่ในสายตาแม่นัานแหละที่ยังมองลูกว่าเป็นเด็กตัวน้อยตลอดไป)

“คุณแม่.. เพื่อนกันค่ะ แค่เพื่อนเท่านั้น..”

“ค่ะ เพื่อนก็เพื่อน”

ด้วยความที่นรินดาสนิทกับลูกสาวมากเข้าอกเข้าใจเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็พร้อมซัปพอร์ตลูกสาวคนสวยแสนดีของเธอเสมอ แล้วก็อยากให้ลูกไว้ใจมีเธอเป็นพื้นที่ปลอดภัยเล่าทุกเรื่องให้ฟังได้โดยไม่ต้องปิดบัง

พอแต่งตัวทำผมให้ลูกเสร็จแล้วเธอก็เดินออกมาคุยโทรศัพท์กับสามีเพราะเขาส่งข้อความมาบอกว่าอาจจะไม่ได้ไปร่วมงานฉลองวันเกิดลูกสาว มีงานด่วนต้องลงพื้นที่

“วันนี้วันเกิดอายุครบ 10 ขวบของลูกนะคะ”

“พี่วัชจะไม่มางานวันเกิดลูกจริง ๆ เหรอคะ”

- “พี่ขอโทษนะริน ต้องลงพื้นที่โรงงานแถวเยาวราชเกิดเพลิงไหม้มีท่านนายกไปด้วย พี่เป็นผู้ว่ากทม.จะไม่ไปก็ไม่ได้มันจะดูน่าเกลียด” น้ำเสียงเครียดพูดกลับมาไปหาภรรยาไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากกลับไปฉลองวันเกิดลูกสาว แต่หน้าที่ตรงนี้ก็ต้องรับผิดชอบดูแล

“รินเข้าใจแล้วค่ะ อย่างน้อยก็กลับมาอวยพรแกให้ทันก่อนเที่ยงคืนก็ยังดีนะคะ”

“รินขอแค่นี้ คงไม่ยากเกินไปใช่ไหมพี่วัช”

- “โอเคครับ”

- “พี่จะกลับไปอวยพรลูกให้ทันก่อนเที่ยงคืนพร้อมของขวัญให้ยัยตัวเล็ก” สามีตกปากรับคำ ซึ่งเขาให้เลขาหาของขวัญสำหรับเด็กวัยนี้กำลังนิยม

“ค่ะ โชคดีกับการทำงานนะคะ แล้วก็อย่าเอาตัวเองไปใกล้พื้นที่เสี่ยงอันตรายด้วย”

- “ครับ ไว้เจอกันนะ”

หลังวางสายจังหวะที่เธอหันกลับมาคือเห็นว่าลูกสาวยืนอยู่หน้าประตูเบะปากแล้วก็มีน้ำตาไหลหยุดลงตามแก้มเนียน

“เก็บดาว..” เธอรีบเข้าไปนั่งย่อตัวลงจับมือลูกสาวมากุมไว้

“คุณพ่อมางานวันเกิดหนูไม่ได้อีกแล้วใช่ไหมคะ” น้ำเสียงผิดหวังปนสะอื้น

“คุณพ่อติดงานด่วนน่ะลูก”

“แต่พ่อสัญญาว่าจะกลับมาให้ทันก่อนเที่ยงคืน พ่ออยากมาอวยพรหนูมาก ๆ”

“โกหก ฮึก หกปีแล้วคุณพ่อยังไม่เคยกลับมาทันเลย!”

เก็บดาวตะโกนเสียงดังก่อนสะบัดมือออกจากแม่แล้ววิ่งหนีขึ้นห้องไปนอนฟุบหน้าใส่หมอนร้องไห้ คนเป็นแม่ตามขึ้นมาปลอบแล้วอธิบายให้เด็กน้อยได้เข้าใจอยู่พักใหญ่ เก็บดาวถึงเลิกร้องไห้แล้วก็อาจจะชินชาด้วยว่าพ่อไม่เคยสนใจเธอ แล้วก็พามาแต่งหน้าแต่งตัวให้ใหม่

18:30 PM

งานฉลองวันเกิดอายุครบสิบขวบกำลังดำเนินมีเพื่อนนำของขวัญมาให้เยอะมากรวมถึงพ่อแม่ของเพื่อน ๆ ที่คุณแม่เชิญมาก็เอาพวกของแบรนด์เนมมาให้ เธอไม่ได้ตื่นเต้นกับของแพงพวกนั้นแต่ก็ยิ้มรับพร้อมกล่าวคำขอบคุณอย่างมีมารยาท แต่เก็บดาวเฝ้ารอเด็กชายข้างบ้าน

ขณะที่กำลังนั่งแกว่งเท้าอยู่ตรงเก้าอี้ที่มีฉากด้านหลังเขียนคำว่า Happy birthday พร้อมลูกโป่งสวยงามหลายแบบสำหรับเก็บภาพกับแขกที่มาร่วมงาน

“เก็บดาว” น้ำเสียงคุ้นเคยที่ได้ยินผ่านกำแพงรั้วบ้านตลอดระยะเวลาสองเดือน วันนี้เธอจะได้เห็นใบหน้าเจ้าของน้ำเสียงนี้สักที

“สีน้ำ” เธอเงยหน้าขึ้นมองเด็กผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้าของเธอ ตึกตัก หัวใจดวงน้อยเต้นรัวเป็นกอง

“สุขสันต์วันเกิดนะ” เขายิ้มพร้อมกับยื่นกล่องของขวัญมาให้เพื่อนสาวคนสวย เธอรับมาแล้วยังคงมองเขานิ่งสงบดวงตาเป็นประกาย

“ตอนนี้เราก็อายุเท่ากันแล้วนะ” เขายื่นมือมาลูบหัวเธอ

“อายุเท่ากันแล้วมาลูบหัวเหมือนเราเป็นเด็กทำไม” เธอยืนขึ้นจับมือเขาออก

“ก็เธอตัวเล็กกว่าเรา” สีน้ำยื่นหน้าเข้าไปใกล้พร้อมกับรอยยิ้มพิฆาต

“เดี๋ยวดื่มนมทุกวันก็สูงทันแกแล้ว” เก็บดาวตอบแล้วเม้มปากแน่นทำตัวไม่ถูกเลย

“ดีใจนะได้เจอกันแล้ว” สีน้ำเอ่ยพร้อมกับยิ้มหวาน

“ดีใจเหมือนกัน”

“เราหายป่วยแล้วไว้ไปเล่นด้วยกันที่โซนของเล่นในหมูบ้านนะ” 

“อื้ม! แน่นอนสิเล่นทุกวันเลยนะ”

“ได้อยู่แล้ว” เขายื่นมือออกมาทำสัญญาเกี่ยวก้อยแล้วประทับตราโดยเอานิ้วโป้งชนกัน

‘ไอ้บ้า ทำไมเขาหล่อจัง!!’

เธอแทบจะเสียสติกับความหล่อของสีน้ำ นี่เด็กผู้ชายสิบขวบมีเสน่ห์ขนาดนี้ได้ยังไงก่อน รอบตัวเขามันดูมีรัศมีเปล่งประกายออกมาเลย หรือเธอเคยชินกับเพื่อนโรงเรียนหญิงล้วนเหรอ พอได้เจอผู้ชายก็เลยหวั่นไหวมากกว่า

‘นี่แกคิดอะไร ยังเด็กอยู่นะแล้วเขาก็เป็นเพื่อนเราด้วย..’

แม่บอกว่าเขาหลงเสน่ห์เธอ แต่คนที่จะตกหลุมรักมันเป็นเธอต่างหากล่ะ วินาทีแรกที่เธอได้พบกับ สีน้ำ หรือธีธัช จักรศิลป์วานิช ก็รู้ได้ในทันทีว่าคนนี้แหละ ต้องเป็นคุณสามีในอนาคตของเธอ..

แต่จะเป็นแบบนั้นได้ยังในเมื่อ เขาให้เธอเป็นได้แค่ เพื่อน! สนิท!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป