บทที่ 6 4

6 ปีต่อมา..

มัธยมศึกษาปีที่ 4

โรงเรียนสาธิต เจเนซิส (Genesis School)

เก็บดาวกำลังจะได้หลุดพ้นจากเรียนโรงเรียนหญิงล้วนที่ทนเรียนมาหกปีเต็ม ตั้งแต่ประถมศึกษาปีที่4ถึงมัธยมศึกษาปีที่3 เพราะว่าคุณแม่คุณพ่อเป็นห่วงไม่อยากให้เข้าใกล้เพศตรงข้าม (สีน้ำคือข้อยกเว้น) แต่เธออยากเข้าโรงเรียนเดียวกับสีน้ำ..

เธออดทนเก็บความลับเรื่องโรงเรียนใหม่เงียบเฉียบ ขนาดวันมารายงานตัวยังต้องใส่หมวกกับสวมหน้ากากอนามัยด้วยเรียกว่าแอบไม่ให้เขาเห็นอย่างมิดชิด!!

‘แล้วเราก็จะได้อยู่ใกล้กันแล้ว’

ใช้เวลาอ้อนวอนคุณพ่อคุณแม่ถึงสามปีเต็ม!! เพราะว่าเธอขอร้องทุกปีตั้งแต่ก่อนจะขึ้นม.1 กว่าพวกท่านจะใจอ่อนหรือไม่บางทีอาจจะรำคาญที่เธอขอร้องอ้อนวอนทุกวันเลยยอมอนุญาตให้เธอย้ายมาเรียนที่สาธิตเจเนซิส โรงเรียนชื่อดังอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย

‘ว่าแต่โดมสำหรับเข้าแถวมันไปทางไหน..?’

เธอหันซ้ายหันขวาพยายามมองหาป้ายบอกทาง จะเอ่ยถามใครก็ไม่กล้าเกร็ง ๆ กลัว ๆ คิดถูกไหมเนี่ยที่ไม่บอกเพื่อนสนิทอย่างสีน้ำ 

‘พอเซอร์ไพรส์ก็จะได้กลับบ้านพร้อมสีน้ำมาโรงเรียนพร้อมกัน กรี๊ด แค่คิดก็ฟินรอแล้ว’ เก็บดาวคิดในใจแอบยืนยิ้มอยู่คนเดียวหน้าบอร์ดโรงเรียน

“นี่ ๆ อยู่ทับสิบใช่ไหม” เสียงหวานของใครที่ไม่รู้จักมาสะกิดไหล่เก็บดาวจากด้านหลัง ซึ่งคำถามก็เดาได้ว่าน่าจะเพื่อนห้องเดียวกัน

“ใช่ ๆ อยู่ทับสิบเหมือนกันเหรอ”

“ใช่ ๆ เราแก้มใสนะ หน้าแกคุ้นมากใช่คนที่ใส่หมวกมารายงานตัวปะ”

“ฮ่า ๆ ใช่จ้า ชื่อแก้มใสน่ารักมากเข้ากับแกเลย ส่วนเราชื่อเก็บดาวนะ” เก็บดาวมองเพื่อนสาวแสนน่ารักที่ชื่อแก้มใส แล้วแก้มเพื่อนก็เนียนใส ๆ สมกับชื่อของเธอมาก

“ชื่อแกก็น่ารัก หาโดมหอประชุมเข้าแถวอยู่ใช่ไหม” แก้มใสเอ่ยถาม เก็บดาวรู้สึกว่าท่าทางของเพื่อนดูจะเป็นคนนิสัยดี

“ใช่ ๆ แกรู้ไหม” 

“รู้ ๆ เราเรียนที่นี่ตั้งแต่ม.1แล้วน่ะ”

“ดีจังเลย เอ่อ..แก้วใสรู้จักสีน้ำปะ”

“สีน้ำ? สีน้ำธีธัชไหมอะ”

“ใช่ ๆ เขาอยู่ห้องทับอะไรพอรู้ไหม”เก็บดาวตาโตแสดงออกว่าตื่นเต้นมากจนเกาะแขนเพื่อนใหม่

“รู้นะ เขาค่อนข้างดังกันมากเลยอะ เหมือนจะอยู่ห้องทับแปด” แก้วใสยกมือมาจับคางตัวเองพลางนึกคิด เธอก็ไม่ค่อยได้รู้อะไรเยอะแต่เพราะหนึ่งในคนที่เก็บดาวถามเป็นคนในกลุ่มที่ดังมาก ๆ ในโรงเรียนเลยพอได้ยินผ่านหูมาบ้าง

“สีน้ำอยู่ทับแปด ส่วนพวกเราอยู่ทับสิบงั้นก็ห่างกันแค่สองห้องเองเหรอเนี่ย” เก็บดาวบิดตัวไปมา แก้มใสมองเพื่อนใหม่แล้วอ้าปากอึ้งเล็กน้อย

“คือเราเป็นเพื่อนกับสีน้ำ บ้านอยู่ข้างกันตั้งใจว่าจะเซอร์ไพรส์” เก็บดาวพอคิดได้ว่าอาการเขินอายตื่นเต้นอย่างออกหน้าของเธอมันน่าจะทำให้เพื่อนใหม่ตกใจเลยรีบแก้ตัว

“อ๋อ เข้าใจได้” แก้มใสคิดเองในใจว่าคงจะไม่ใช่แค่เพื่อนกันแล้วล่ะ แต่เธอไม่ใช่คนชอบยุ่งเรื่องความสัมพันธ์ของใคร ถ้าเพื่อนอยากเล่าก็รับฟัง

“ว่าแต่นามสกุลเธอก็คุ้น ๆ นะใช่ญาติกับท่าน..”

“อื้ม ท่านผู้ว่าอนวัชเป็นพ่อเราเอง” เก็บดาวยิ้มจาง ๆ ไม่ค่อยอยากบอกหรือให้คนเข้าหาเพราะเธอเป็นลูกสาวผู้ว่ากทม. 

พูดคุยทำความสนิทกันพักหนึ่งจนถึงเวลาต้องไปเข้าแถวสองสาวก็เดินไปด้วยกัน ส่วนเก็บดาวนั้นก็รอจังหวะเลิกแถวแล้วเธอจะเดินไปเซอร์ไพรส์สีน้ำ เวลาที่รอจะไปเซอร์ไพรส์เขาก็มาถึงสักที!!

เก็บดาวแอบมายืนรออยู่ด้านหน้าของโดมหอประชุมมีแก้มใสยืนอยู่ข้าง ๆ พอมองเห็นเป้าหมายก็รอให้เขาเดินผ่านไปสิบก้าวเธอก็ตะโกนเรียกจากข้างหลังเขา

“สีน้ำ!” น้ำเสียงสดใสเอ่ยเรียกทำให้คนที่กำลังเดินหยุดนิ่งเพราะเป็นเสียงที่เขาคุ้นเคย

ขวับ!

“เก็บดาว!” สีน้ำเรียกชื่อเพื่อนสนิทเขารีบเดินมาหาเธออย่างรวดเร็วท่ามกลางนักเรียนทั้งโรงเรียนที่ให้ความสนใจ ด้วยความที่สีน้ำเป็นหนุ่มฮอต (แก๊งเขามีชื่อเสียในโรงเรียน)

“ยัยตัวเล็ก ทำไมไม่บอกล่ะว่าย้ายโรงเรียนมา จะได้มาโรงเรียนพร้อมกัน แล้วไปขอร้องจนคุณอายอมได้เก่งมาก” สีน้ำว่าพร้อมกับยกมือมาลูบหัวเก็บดาวเบา ๆ สองครั้งแล้วก็เอามือลง

“อื้อ ตั้งใจมาเซอร์ไพรส์เลยเนี่ย”

“เซอร์ไพรส์จริง ก็คิดว่าหลอนทำไมเสียงมาโผล่อยู่นี่”

“ฮ่า ๆ ดีใจไหม” เก็บดาวเงยหน้ามองพร้อมยิ้มหวานให้เพื่อนสนิทที่สูงขึ้นมากตอนนี้คงประมาณหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตรได้แล้วล่ะมั้ง

“ดีใจจะได้มีเพื่อนกลับบ้าน”

“กลับบ้านพร้อมกันแล้วก็มาโรงเรียนพร้อมกันด้วยนะ” เก็บดาวคล้องแขนแก้มใสแก้เขิน เพื่อนใหม่ก็ทำตัวแข็งเป็นท่อนไม้คอยยืนข้าง ๆ

ระหว่างนั้นเองที่เพื่อนสนิทกำลังคุยก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาคล้องแขนสีน้ำทำเอาเก็บดาวหน้าเจื่อนเลย

“ใครอะสีน้ำ” ผู้หญิงตัวสูงผอมบางใส่แว่นเอ่ยถามสีน้ำอย่างสนิทสนม

“เพื่อนสนิทที่เล่าให้ฟังไง เก็บดาว” สีน้ำหันไปพูดกับผู้หญิงคนนั้นด้วยเสียงละมุน

“อ๋อ ที่บอกเราว่าเป็นเพื่อนข้างบ้านกันใช่ไหม” ผู้หญิงคนนั้นมองตั้งแต่ปลายเท้าจรดขึ้นมาที่หัวเก็บดาว สายตาดูเหยียดหยาม ชัดเจนว่าคงไม่ชอบเก็บดาว

“อืม คนนี้แหละเพื่อนสนิทตั้งแต่เด็กเราเลย”

“เก็บดาว นี่เอมแฟนเราเองนะ เอมอยู่ม.6”

“เอ่อ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ”

“อืม ยินดีที่ได้รู้จักเพื่อนสนิทสีน้ำ” เธอยิ้มจาง ๆ

“เก็บดาวไปหาเพื่อนกัน เพื่อนรอเราอยู่นาน” แก้มใสดึงแขนเพื่อนปั้นเรื่องโกหก เธอสัมผัสได้ถึงสถานการณ์น่าอึดอัดใจ

“เอ่อ สีน้ำเดี๋ยวเราไปหาเพื่อนก่อนนะ”

เก็บดาวฝืนยิ้มในใจคือร้องไห้น้ำตาท่วมอก รักแรก (ข้างเดียวหกปี) ของเธอมีแฟน..

“โอเค ไว้เจอกันตอนเย็น”

“อืม ไปละบ๊ายบาย..” เก็บดาวพยายามทำน้ำเสียงให้ร่าเริงปกติเหมือนอย่างที่เคย

จากจะเซอร์ไพรส์เขากลายเป็นโดนเขาเซอร์ไพรส์เข้าอย่างจัง การได้รับรู้ความจริงที่ไม่ได้เตรียมใจมาก่อนมันทั้งจุกทั้งเจ็บ ความรู้สึกที่ว่าหัวใจแตกสลายมันเป็นนี้เองเหรอ มันรู้สึกชาไปทั้งตัวเลย

‘สีน้ำก็ไม่ใช่เด็กทำไมถึงคิดว่าเขาจะไม่มีใคร..’

“แกโอเคไหม” แก้มถามเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง

“ไม่เลย..” เก็บดาวฟุบหน้ากอดเพื่อนที่พึ่งรู้จักได้วันเดียวแล้วปล่อยน้ำตาความเจ็บปวดให้ไหลออกมา แก้มใสลูบหลังปลอบใจเพื่อน

เก็บดาวไม่รู้เลยว่าจะทำตัวเหมือนเดิมได้ร้อยเปอร์เซ็นต์หรือเปล่า แต่ที่เธอรู้ตอนนี้ เธอต้องออกห่างเขาเพื่อไม่ให้ไปกระทบกับความสัมพันธ์ของสีน้ำกับแฟนเขา

กลับกันสีน้ำเองก็รู้สึกได้ว่าเพื่อนสนิทดูแปลกไป ถึงหน้าเธอจะยิ้มแต่แววตากลับเศร้า หรือว่าไม่พอใจที่เขาไม่เคยบอกว่ามีแฟน เคยอ่านเจอว่าถ้าเป็นเพื่อนกันมักจะบอกกันทุกเรื่อง พอมีเรื่องไหนที่มารู้หลังจากนั้นจะเกิดความรู้น้อยใจ

‘ต่อไปคงต้องเล่าให้ยัยตัวเล็กฟังทุกเรื่อง’

“เป็นไรอะสีน้ำ”

“เปล่า คิดอะไรไปเรื่อย”

“หรือเพราะเพื่อนผู้หญิงเมื่อกี้”

“ทำไม”

“เป็นแค่เพื่อนกันจริงใช่ปะ”

“เป็นเพื่อนสนิท อยู่บ้านข้างกันตั้งแต่เด็กเคยเล่าให้เธอฟังแล้วไม่ใช่เหรอ”

“เธอคิดกับเก็บดาวแค่เพื่อน แล้วถามเก็บดาวยังว่าคิดกับเธอแค่เพื่อนหรือเปล่า เคยถามปะ”

เอมเป็นผู้หญิงที่ขี้หึงมาก ไม่ชอบให้สีน้ำมีเพื่อนผู้หญิง แล้วพอได้มาเห็นหน้าเก็บดาวยิ่งไม่ชอบ แล้วก็คิดว่าเก็บดาวต้องคิดอะไรกับสีน้ำเกินเพื่อนแน่นอน

“ไร้สาระถ้าชอบยัยตัวเล็กต้องบอกเรานานแล้ว ไม่ปล่อยเวลามานานถึงหกปีหรอก” สีน้ำพูดอย่างมีเหตุผล ซึ่งเอมก็คิดแบบนั้น คงไม่มีผู้หญิงคนไหนแอบชอบเพื่อนนานขนาดนั้นโดยไม่ทำอะไร

แต่ทฤษฎีนี้คงไม่ใช่กับเก็บดาว..

เธอแอบชอบเขาแต่ไม่กล้าบอก คิดไว้ว่าจะรอเวลาอีกหน่อยแล้วจะบอก แต่กลายเป็นว่าพอรอ เธอดันมาพบกับความผิดหวัง

ยังไม่ทันเริ่มจีบ ก็อกหักแล้ว

กดติดตาม คอมเมนต์ด้วยน้า เอาใจช่วยเก็บดาวด้วยน้าทุกคน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป