บทที่ 2 เก็บเสื้อผ้าไปบ้านอ้าย
“ระดับมหาเศรษฐีแสนล้านอย่างอนุราเธ ดาลัล รองผู้บริหารของโรงแรมระดับโลกมีเงินกองท่วมหัว กินอยู่หรูหราอย่างเจ้าชายในวังแต่กลับเลือกที่จะนั่ง ไฟลต์ปกติเดินทางกลับมาประเทศไทย”
ราสมาลัย สาววัยห้าสิบต้นนั่งสาธยายถึงลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเพียงคนเดียวของเธอ ระหว่างที่กำลังจิบมาซาล่าจายคู่กับโดซ่า แป้งแผ่นกรอบสอดไส้เครี่องเทศ กินคู่กับแกงซัมบาร์ แกงสีเหลืองที่มีส่วนประกอบหลักเป็นผักหลากชนิด ไม่ว่าจะเป็น ถั่ว ฟักทอง มะเขือเทศ แครอท ผักโขม พร้อมกับเครื่องเคียงเป็นชัทนีหรือซอสผักชี
“ก็มันไม่ปลอดภัย คุณก็รู้ว่าน้องชายต่างแม่ของผมจ้องจะเป่าหัวของมาสอยู่ตลอดเวลา และการที่ลูกเดินทางด้วยเครื่องบินปกติโดยไม่ใช้เจ็ทส่วนตัว ก็ยิ่งทำให้คนของโมกข์ไม่กล้าแตะต้องมาส”
อุษมัน อดีตผู้บริหารโรงแรมยักษ์ใหญ่เอ่ยขึ้นขณะที่เขากำลังดูเทปการแข่งฟอร์มูล่าวันย้อนหลัง
“ราสก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่คะ แต่พวกสื่อยังไม่รู้ใช่ไหมว่ามาสกำลังเดินทางมา”
“สื่อไทยหรือว่าสื่อนอก” อุษมันมุ่นคิ้วถาม
“ก็ทั้งคู่นั่นแหละค่ะ รอบนี้ไม่เห็นออกข่าวเลย”
“ไม่ออกข่าวก็ดีแล้ว ไม่วุ่นวาย”
“แล้วหนูนิ่มรู้หรือเปล่าว่าตามาสจะกลับมา” ราสมาลัยคว้าโทรศัพท์เลื่อนหาช่องแชตของว่าที่ลูกสะใภ้
“เฮ้ย ไม่ได้นะราส” อุษมันรีบฉกสมาร์ตโฟนของภรรยายัดใส่เป้ากางเกงอย่างรวดเร็ว
“อ้าว ทำอะไรของคุณเนี่ย เอาโทรศัพท์ราสคืนมานะคะคุณอู๊ด”
“ผมไม่คืนให้หรอก เดี๋ยวคุณก็เอาไปแชตหาน้องนิ่ม เดี๋ยวตามาสด่าผมตายเลย คุณน่ะเก็บความลับไม่อยู่ ผมไม่ไว้ใจ” อุษมันตอบโต้พร้อมกับรีบเดินหนีไปที่รถ
“เอ๊ะ คุณอู๊ด นี่หลอกด่าราสเหรอคะ”
ราสมาลัยวิ่งตามสามีไปทั้งที่ไม่ได้สวมรองเท้าพลางกระโดดตะครุบแผ่นหลังกว้าง ตามด้วยการขยุ้มผมของอุษมันจนหลุดติดมือไปเส้นสองเส้น
“อ๊ากกก ราสทำอะไรของคุณเนี่ย เดี๋ยวผมหัวล้านกันพอดี” อุษมันโวยวายพลางประคองบั้นท้ายภรรยาขาวีน
“เอาโทรศัพท์คืนมาก่อนสิคะ” ราสมาลัยขู่พร้อมกับยื่นมือสองข้างไปด้านหน้าขยำลงไปที่หน้าอกแกร่งของอุษมัน
“เอางี้เหรอ เดี๋ยวผมจะจัดคุณให้ขาสั่นเลย” อุษมันตัดสินใจแบกภรรยาเข้าบ้านแล้วตรงขึ้นห้องนอน
“คุณอู๊ด” ราสมาลัยโวยวาย แต่แล้วเสียงก็เงียบหายไปกลางอากาศ ทำเอาแม่บ้านในคฤหาสน์หรูถึงกับชะเง้อคอมองกันด้วยความลุ้นระทึก
“แหม คุณท่านทั้งสองอายุก็ไม่น้อยแล้วแต่ยังป่ำปั๊มกันได้อยู่อีกเหรอเนี่ย” เมดสาวในชุดสีดำขาวพากันซุบซิบนินทาเจ้านายอยู่ที่ราวบันได
“นี่พวกหล่อนทำความสะอาดห้องคุณหนูหรือยัง เดี๋ยวคุณมาสก็จะกลับมาแล้วนะยะ” ป้าเชอรี่ หัวหน้าแม่บ้านวัยหกสิบกว่าเดินมาตวาดเสียงแหลมใส่ลูกน้องจอมอู้ห้าคนของเธอ
“ไปแล้วค่ะป้าเชอรี่” ห้าสาวรีบขานรับแล้วแยกย้ายกันไปทำงานต่อ
“เฮ้อ เดี๋ยวก็หักเงินเดือนซะเลย” หัวหน้าแม่บ้านผมสีแดงถึงส่ายหน้า
รถสปอร์ตซีดานแบรนด์มาเซราติ รุ่นกิบลิ ไฮบริดสีเมทาลิควาววับดับเครื่องสนิทที่ลานจอดรถหน้าตึกคณะนวัตกรรมเกษตร ขณะที่รถติดฟิล์มดำอีกหนึ่งคันที่มีโก๋กับเฮงขับตามมาคุ้มภัยเลือกจอดอยู่ด้านหลังรถเจ้านาย เพื่อไม่ให้ดูเอิกเริกมากจนเกินไป เมื่อได้เวลาเลิกเรียน มาสในชุดเสื้อคอจีนสีดำกางเกงยีนส์สวมแว่นกันแดดก้าวขาลงจากรถ
พลันนั้นเสียงกระซิบกระซาบของนักศึกษาสาวที่ทยอยเดินทางกลับบ้านก็เริ่มดังขึ้นทุกทิศทาง มาสเห็นนิ่มฟ้าเดินถือชีทสรุปเนื้อหามาพร้อมกับกลุ่มเพื่อนที่มีหุ่นทรงเดียวกัน หุ่นทรงหนูตะเภาอุ้ยอ้าย เขาจึงรีบยืนหลบอยู่ใต้ต้นไม้แอบมองท่าทีของคู่หมั้นสาวที่กำลังยืนคุยกับเพื่อนผู้หญิงและเพื่อนผู้ชาย
“นิ่ม พรุ่งนี้ไปอ่านหนังสือสอบที่คาเฟกันไหมจ๊ะ” พาย เพื่อนหุ่นอวบผิวไหม้แดดเล็กน้อย เอ่ยปากชวนเพื่อนซี้ไปติวข้อสอบด้วยกัน
“ไม่ดีกว่าจ้ะ จำได้เปล่าที่ครั้งก่อนนิ่มนั่งวินมอเตอร์ไซค์ไปแล้วดันเจอฝนถล่มใส่ นอกจากจะไปไม่ถึงคาเฟก็ยังต้องให้พี่วินขับรถกลับไปส่งที่หออีก ตอนนั้นนิ่มตัวเปียกม่อล่อกม่อแล่กเลย” นิ่มฟ้าบ่น
“ดีนะที่นิ่มไม่ป่วยอะ งั้นบ๊อบว่าให้นิ่มอ่านอยู่ที่หอเหอะ บ๊อบก็คงจะไปอ่านกับพายที่คาเฟไม่ได้เหมือนกันเพราะต้องไปช่วยแม่ขายของที่ตลาด” บ๊อบหนุ่มพลัสไซซ์ตัวใหญ่ทำหน้าเบื่อโลก
“บ้านบ๊อบขายเต้าหู้โฮมเมดใช่ไหม ซื้อแฟรนไชส์มาเหรอ” พายถามเพราะเธอจำได้ว่าครั้งหนึ่งแม่บ๊อบเคยเอามาฝากเมื่อเทอมที่แล้ว
“ใช่ ที่บ้านซื้อแฟรนไชส์มา แต่ช่วงฝนตกขายไม่ค่อยดีเลย แถมลูกค้าออนไลน์ก็ไม่ค่อยสั่งด้วย แม่เราก็เลยทำผัดกะเพราถาดขายเพิ่มแต่ก็เพิ่งจะทำขายได้วันสองวันเอง ไม่รู้จะขายได้ในระยะยาวไหม” บ๊อบถอนหายใจพรืดเพราะที่บ้านมียายป่วยติดเตียงต้องดูแล ค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนจึงค่อนข้างสูง
“ถ้าช่วงไหนบ๊อบไม่มีเงิน บอกเรานะ” นิ่มฟ้าวางมือลงบนบ่าบ๊อบ
“ครั้งก่อนเราก็เพิ่งคืนนิ่มไป นี่จะให้ยืมอีกแล้วเหรอ” บ๊อบยิ้มแฉ่ง
“พายก็ยืมนิ่มเหมือนกัน นี่ยังผ่อนนิ่มไม่หมดเลย ว่าแต่ที่บ้านนิ่มให้เงินเดือนใช้เยอะเหรอ” พายสงสัยเพราะนิ่มฟ้าดูไม่มีปัญหาเรื่องเงินแม้แต่น้อย
“เอ่อ ที่บ้านก็ให้มาพอใช้จ้ะ แต่นิ่มมีเงินเก็บอยู่ในบัญชีค่อนข้างเยอะ เป็นบัญชีที่ออมมาตั้งแต่เด็ก ฮ่าฮ่า” นิ่มฟ้าขำแห้งเพราะเยอะที่ว่าก็คือครึ่งล้านและเงินในบัญชีนั้นไม่ใช่ของเธอสักบาทเดียว แต่เป็นเงินที่อ้ายมาสคู่หมั้นมหาเศรษฐีของเธอโอนให้ในวันเกิดของเธอทุกปี
“เหรอ” พายไม่ได้ถามอะไรต่อ นิสิตสาวก้มมองนาฬิกาข้อมือก่อนจะขอตัวกลับบ้าน “งั้นเราไปแล้วนะ พ่อกับแม่น่าจะมาถึงแล้ว” พายโบกมือลา
“บ๊อบก็ต้องไปแล้วล่ะ เดี๋ยววินมอเตอร์ไซค์หมดแล้วนิ่มกลับยังไงอะ พี่ชายมารับใช่ไหม”
“ใช่จ้ะ ปกติพี่ชายมารับไปส่งที่หอเพราะเป็นทางผ่านบ้านพี่พอดี”
หลังจากร่ำลาเพื่อนหุ่นพลัสไซซ์ทั้งสองคนเสร็จ นิ่มฟ้าจึงกดเบอร์โทรหา บะแต๋งเพื่อโทรถามว่าพี่ใกล้ถึงมหาลัยหรือยัง ช่วงเวลาที่กำลังรอให้พี่กดรับสาย คนตัวสูงเกือบร้อยเก้าสิบกว่าจึงเดินสาวเท้าตรงเข้ามาหาพร้อมแบมือหนึ่งข้างออก
“ขอโทรศัพท์ให้อ้ายหน่อย”
นิ่มฟ้าตะลึงงัน ไม่คาดคิดว่าจะได้เจอคู่หมั้นหนุ่มในเวลานี้
“ทำไมอ้ายมาสมาโผล่ที่นี่ได้ล่ะคะ ไหนว่าอีกห้าวันกลับไทย”
เธอถามแล้วส่งโทรศัพท์ของตัวเองให้เขา
“เดี๋ยวคุยกัน” มาสกระตุกยิ้มพลางยกโทรศัพท์คุยกับปลายสาย “อ้ายแต๋ง เดี๋ยววันนี้ผมรับน้องนิ่มกลับบ้านเอง อ๋อ ผมจะพาไปบ้านผมครับ ขออนุญาตเลยละกันนะครับ”
ท้ายประโยคนิ่มฟ้าได้ยินว่าเขาจะพาเธอไปบ้าน แถมยังขออนุญาตพี่ชายเธอเสร็จสรรพ เดี๋ยวนี้เขากลายเป็นคนเผด็จการไปตั้งแต่เมื่อไร
“อะ คืน” มาสส่งโทรศัพท์คืน
“จะพานิ่มไปบ้านเหรอคะ งั้นพานิ่มไปเอาเสื้อผ้าที่หอก่อนได้ก่อเจ้า”
“เอาแค่ตัวสองตัวก็พอ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปอ้ายจะให้นิ่มไปอยู่ที่บ้านด้วยกัน ไปเต๊อะ” มาสพยายามคุยสำเนียงเหนือให้เหมือนกับคู่หมั้นสาว
“ตัวสองตัว คงคว้ามาได้แค่กางเกงในนั่นแหละ” นิ่มฟ้าหลุดพูด “เอ่อ ค..คือว่านิ่มพูดผิดค่ะ”
นัยน์ตาคมกริบหรี่เล็กลง พร้อมโน้มหน้าลงมาหา
“งั้นก็ไม่ต้องเอากางเกงในไป เดี๋ยวซื้อให้ใหม่ เผื่อตัวเก่ายานแล้ว”
“อู้อะหยัง กางเกงในนิ่มไม่ได้ยานนะคะ” สาวอวบหน้าแดงซ่าน ทำไมเธอจะต้องมายืนเถียงกับเขาเรื่องสภาพกางเกงในตัวเองด้วย
“งั้นขออ้ายผ่อได้ก่อ ขอดูว่ามันยานหรือไม่ยาน” มาสยิ้มกรุ้มกริ่ม
“ไม่ได้ค่ะ นิ่มไม่อนุญาตให้ดู” นิ่มฟ้าเดินหนี
แต่มาสคว้าข้อมือแล้วดึงให้เธอเดินไปกับเขาที่รถ “จะไปไหน รถอยู่โน่น”
พอนิ่มฟ้าหย่อนบั้นท้ายอวบของตนเองนั่งลงไปบนเบาะสีแดง มาสก็รีบกด ล็อกประตูทันที พลันเอื้อมใบหน้าเข้ามาใกล้ “ทำไมถึงไม่อนุญาต ต่อไปเราก็ต้องเห็นทุกอย่างของกันและกันอยู่แล้ว” เขายังคงรบเร้าขอตรวจสภาพกางเกงในเธอไม่หยุด
โอ๊ย จะทำไงกับผู้ชายคนนี้ดีละเนี่ย
“อ้ายมาสเหมือนคนโรคจิตเลย” นิ่มฟ้าเขยิบตัวหนี
“ฮ่าฮ่า ได้แกล้งน้องนิ่มแล้วคลายเครียดดีจัง” มาสขำไหล่สั่น
“รีบพานิ่มไปหอได้แล้ว เดี๋ยวฝนตกจะขับรถดูทางลำบากนะคะ”
“จูบก่อน จูบตรงนี้” โชเฟอร์หนุ่มจิ้มนิ้วไปที่แก้มของตัวเอง ก็เขาไม่ได้เห็นหน้านิ่มฟ้าใกล้ ๆ แบบนี้มาเกือบสองปี เจอกันทั้งทีก็ตักตวงกันหน่อย
“อือ”
“ดีมากครับ” มาสรีบยื่นหน้าไปหาเพื่อรอรับสัมผัสจากสาวพลัสไซซ์คนสวย
“เจ้าเล่ห์นัก” เจ้าของแก้มป่องบ่นอุบอิบ ก่อนจรดกลีบปากบางลงบนผิวแก้มเคล้ากลิ่นน้ำหอมผู้ชายแล้วผละออกอย่างเชื่องช้า ทำให้เห็นแววตาหวานเยิ้มที่แฝงความปรารถนาลึกอยู่ภายใน มาสเองก็ใจเต้นแรงจนแทบปรับลมหายใจไม่ทัน นั่นเป็นเพราะกลิ่นหอมของดอกมณฑารพที่หอมขจรไปทั่วรถ และกลิ่นปริศนานี้เองก็ทำให้โลหิตในกายของเขาปั่นปวนจนเกิดความรู้สึกรุ่มร้อนขึ้นมา
