บทที่ 3 ฝันร้ายที่เชื่อมโยงกัน 3/1
แม้ระยะเวลาเดินทางกลับจากมหาลัยมาถึงบ้านของมาสอาจใช้เวลาไม่นาน แต่คนที่นั่งโดยสารในรถมาด้วย กลับรู้สึกว่ามันช่างยาวนานยิ่งกว่าวันนึงที่มียี่สิบสี่ชั่วโมงเสียอีก เพราะตลอดทางคนขับรถหน้าหล่อคอยปรายตามองเธอเป็นระยะ แถมยังแอบยิ้มกรุ้มกริ่มคนเดียว นั่นทำให้คนที่ไม่ประสีประสาเรื่องรักใคร่อย่างเธอถึงกับรู้สึกหายใจหายคอไม่ทั่วท้อง
“ถึงบ้านแล้วครับ” มาสดับเครื่อง
“ไหนว่าจะแวะซื้อกางเกงในให้นิ่มใหม่ไงคะ”
ตายละหว่าไม่น่าพูดเรื่องนี้ขึ้นมาอีกรอบเลย
“พอดีอ้ายซื้อไว้ครบหมดแล้ว”
เขาย้ำขณะที่แย่งชีทสรุปข้อสอบของเธอไปถือไว้เอง
“คุณหนูขา ยินดีต้อนรับกลับบ้านค่ะ” ป้าเชอรี่วิ่งนำหน้าเข้ามาโค้งคำนับเจ้านายน้อยที่ตนเลี้ยงมาตั้งแต่ยังแบเบาะ
“สวัสดีครับป้าเชอรี่ จากนี้ไปผมต้องรบกวนให้ป้าช่วยดูแลน้องนิ่มให้ด้วยนะครับ” มาสยิ้มแล้วกดจมูกลงบนแก้มของป้าเชอรี่ที่เขานับถือเสมือนแม่อีกคน
“ต๊าย ไม่ต้องมาอ้อนเลยค่ะ คุณมาสพาคุณนิ่มไปอาบน้ำอาบท่าก่อนเถอะ เดี๋ยวจะได้ลงมากินมื้อค่ำด้วยกัน”
“ครับ อ้าวแล้วพ่อกับแม่ล่ะครับ ผมไม่เห็นพวกท่านเลย” มาสชะเง้อคอมองหาบุพการีทั้งสอง
“โอ๊ย กินกันอยู่คงยังไม่ลงมาง่าย ๆ หรอกค่ะ โชคดีนะคะที่คุณท่านทำหมันแล้ว ไม่งั้นมีน้องให้คุณหนูเป็นโขยงแล้วมั้งเนี่ย” ป้าเชอรี่ส่ายหน้า
“กินกันอยู่” นิ่มฟ้างึมงำรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วหน้า เมื่อป้าเชอรี่พูดถึงพ่อกับแม่ของคู่หมั้นหนุ่ม
“แหม คุณนิ่มไม่ต้องเขินไปหรอกค่ะ ต่อไปคุณนิ่มกับคุณหนูก็ต้องกินกันแบบคุณท่านทั้งสอง แล้วตอนนั้นป้าก็จะได้เลี้ยงเจ้าตัวเล็กกับเขาสักที”
“ฮะ เอ่อ คือว่านิ่มยังเรียนไม่จบมหาลัยเลยนะคะ จะให้มีละอ่อนได้ยังไง”
“งั้นก็รีบจบนะ” มาสบอกพลางยื่นหน้าลงมากระซิบ “อยากกินจะแย่แล้ว”
สาวพลัสไซซ์เบิกตากว้าง ซอยเท้าถอยหลังไปติดกับประตูรถ หรือว่าความจริงเขาชวนเธอมาอยู่ที่บ้านด้วยก็เพราะมีแผนการจับเธอกินหรือเปล่า
“นิ่มไม่ใช่อาหารนะคะ กินไม่ได้หรอก ฮ่าฮ่า ปะ-ป้าเชอรี่พานิ่มไปที่ห้องหน่อยได้ไหมคะ” นิ่มฟ้ารีบเปลี่ยนประเด็นพร้อมกับฉุดแขนป้าแม่บ้านเข้าไปข้างในคฤหาสน์สไตล์โมร็อกคัน
“เฮ้อ หนูตะเภา” มาสยิ้มเผล่ ยกนิ้ววาดไปบนริมฝีปาก ถึงเขากับเธอจะเป็นคู่หมั้นกันแต่เขาก็ยังไม่ได้คิดจะล่วงเกินหรือชักชวนให้เธอทำเรื่องอย่างว่า ทว่าสิ่งที่ต้องการจริง ๆ ก็คือ ค้นหาความลับของกลิ่นกายจากตัวเธอมากกว่า
ป้าเชอรี่พานิ่มฟ้ามาถึงห้องนอนขนาดใหญ่ที่ตกแต่งภายในไตล์อินเดียรวมทั้งเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากไม้เป็นหลัก ผนังห้องเน้นโทนสีสว่างเย็นตา หัวเตียงขนาดใหญ่ประดับด้วยผ้าทออินเดียลวดลายแมนดาลา
กลางห้องเป็นโคมระย้าแก้วคริสตัลหลากสีสัน ถัดจากปลายเตียงไปเพียงไม่กี่เซนเป็นอ่างน้ำทรงกลมขนาดใหญ่ที่ลอยด้วยดอกกุหลาบและน้ำนมส่งกลิ่นหอมละมุนไปทั่วห้อง ด้านข้างอ่างเป็นชั้นไม้แบบเข็นได้ ซึ่งมีถ้วยกระเบื้องใบเล็กที่จุดด้วยกำยานกลิ่นดอกไม้ตั้งไว้ด้านบนสุด
“คุณนิ่ม อาบน้ำได้ตามสบายเลยนะคะ หรือจะเข้าไปอาบในห้องน้ำก็แล้วแต่เลยค่ะ พอดีคุณหนูสั่งให้ป้าทำน้ำนมแช่ตัวไว้ให้ เผื่อว่าคุณนิ่มอยากผ่อนคลายหลังเรียนเสร็จ” ป้าเชอรี่แนะนำ
“ป้าเชอรี่ทำให้ทั้งที นิ่มก็ต้องใช้อยู่แล้วค่ะ” นิ่มฟ้าอ้อนด้วยการซบหน้าลงกับแขนของป้าเชอรี่ เนื่องจากทั้งสองรู้จักและสนิทสนมกันตั้งแต่เด็ก ทำให้เธอรู้สึกรักแม่บ้านคนนี้ราวกับเป็นครอบครัวเดียวกัน
ก๊อก! ก๊อก!
“สงสัยคุณหนูจะเคาะเรียก งั้นป้าไปก่อนนะจ๊ะ ป้าทำของกินที่คุณนิ่มชอบไว้เพียบเลย”
“ทำให้นิ่มกิน แล้วทำให้คุณหนูของป้าหรือเปล่าคะ เดี๋ยวเขาจะหาว่าป้าเชอรี่ลำเอียงนะ”
“โอ๊ย รายนั้นน่ะกินง่ายให้กินแค่ข้าวไข่เจียวก็อยู่ได้แล้วค่ะ ฮ่าฮ่า”
“นินทาอะไรผมอยู่เหรอสาวน้อยและสาวใหญ่” มาสเห็นว่าไม่มีใครเปิดประตูให้เขาเข้าไปสักที จึงตัดสินใจหมุนลูกบิดเข้ามาเอง
“งั้นป้าไปนะคะ” ป้าเชอรี่บีบแก้มยุ้ยของนิ่มฟ้าแล้วซอยเท้าออกไปอย่างว่องไว
มาสลากกระเป๋าเสื้อผ้าใบใหญ่เข้ามาชิดกับผนังห้อง ยังไม่ทันที่นิ่มฟ้าจะเอื้อมมือไปคว้าที่จับกระเป๋า บั้นเอวหนาของเธอก็ถูกวงแขนใหญ่กอดเกี่ยวเอาไว้
“ทำอะไรคะ เดี๋ยวเหอะ เดี๋ยวนิ่มจะฟ้องป้อคีกับแม่เหนือ” นิ่มฟ้าเชิดหน้า กึ๊ดเติงหาจัง โคตรคิดถึงเลย” หลังนิ้วชี้ของมาสลากไล้มาตามพวงแก้มป่องเป็นก้อนสองข้าง
“นิ่มก็กิ๊ดเติงหาขนาดเจ้า” นิ่มฟ้าเบือนหน้าไปทางอื่น เพราะไม่กล้าสู้ดวงตาสีอำพันของเขา
“เงยหน้าขึ้นหน่อยครับ ให้อ้ายดูหน้าน้องนิ่มให้ชัดกว่านี้หน่อย” เสียงเขาสั่นพร่าเต็มด้วยความเว้าวอน และการที่ถูกเขาขอร้องเช่นนี้ มันก็ทำให้เธอไม่อาจหลีกหนีความรู้สึกท่วมท้นที่มีต่อเขาได้ นิ่มฟ้าเงยหน้าขึ้นสบประสานกับนัยน์ตาหมาป่า กวาดมองใบหน้าคมสันของมาสอย่างพินิจพิเคราะห์
“ชัดพอหรือยังคะ” น้ำเสียงใสกิ๊ง ทำให้มาสแขนขาอ่อนแรง
“ชัดมากครับ แล้วช่วงที่อ้ายไม่อยู่น้องนิ่มกินดีอยู่ดีหรือเปล่า” เพราะห่างกันเธอไปเกือบสองปีเต็ม จึงอดไม่ได้ที่จะถามซักไซ้มากกว่าปกติ
“กินจนตัวแตกแล้วค่ะ” นิ่มฟ้าอมยิ้ม
“ยังไม่แตกซะหน่อย ยังกินได้อีก”
เขายิ้มตอบพลางกอบกุมดวงหน้าของเธอไว้ในอุ้งมือ ก่อนถามต่อ “มีใครรังแก หรือพูดจาไม่ดีกับน้องนิ่มบ้างไหม”
“ก็มีโดนบุลลีบ้างนิดหน่อย แต่ส่วนใหญ่จะโดนพวกชาวเน็ตตามแซะเรื่องรูปร่างมากกว่าค่ะ อ้ายมาสก็รู้ว่านิ่มโดนมาตลอด ยังจะถามอีก” นิ่มฟ้าขมวดคิ้ว พูดเรื่องนี้ทีไรก็อารมณ์เสียทุกที หุ่นเธอจะเป็นยังไงแล้วมันหนักหัวใครด้วย
“หนูตะเภาตัวน้อย” มาสกระซิบพร้อมผลักหลังคอของนิ่มฟ้าให้แหงนขึ้น
“มีอะไรคะ” นิ่มฟ้ากะพริบตาปริบ ๆ แต่แล้วดวงตาข้างหนึ่งก็ถูกริมฝีปากของเขาประทับลงมา ลากไล้มาถึงสันจมูกและคลอเคลียอยู่ใกล้เรียวปากของเธอ แต่ดูเหมือนเขาจะลังเลก่อนจะรีบผละออก แถมสีหน้าก็ยังดูไม่ค่อยสดชื่นนัก ทั้งหูและคอของเขาแดงจนคล้ายกับคนที่มึนเมาจากฤทธิ์แอลกอฮอล์
“อ้ายมาสคะ ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า”
นิ่มฟ้าชักเท้าเข้าไปหา แต่มาสกลับถอยหลังหนี
“ใช่ อ้ายไม่สบายนิดหน่อย เดี๋ยวอ้ายไปอาบน้ำก่อนนะครับ” มาสแค่นยิ้มแล้วเร่งรุดออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว
“เป็นอะไรของเขาหว่า หรือขี้แฮ้เราจะเหม็น” นิ่มฟ้ายกแขนสองข้างทดสอบกลิ่นรักแร้ตัวเอง “อืม ก็ตุ ๆ เหมือนกันนะเนี่ย”
