บทที่ 5 การหมั้นหมายถือเป็นโมฆะ
00.05 น.
ก๊อก! ก๊อก!
"นายน้อยครับ ทนายชรัณเดินทางมาถึงแล้ว"
"อืม" มาสที่กำลังเล่นอยู่กับจู๊ดและจี๊ดเด้งตัวลุกจากเก้าอี้ สับขาตรงไปที่ห้องทำงานชั้นล่าง ขณะที่พ่อกับแม่ของเขานั่งคุยกับทนายประจำประกูลอยู่
“มาส พ่อกับแม่ได้ข่าวว่าหนูนิ่มฟ้าถูกแทงเหรอจ๊ะ น้องเป็นยังไงบ้างลูก”
ราสมาลัยวิ่งสับขาลงมาจากบันได
“ผมก็ยังไม่รู้ครับ ตอนนี้น้องอยู่ในห้องผ่าตัด”
มาสบอกแล้วประคองแม่นั่งลงบนโซฟา
“แล้วนี่ให้ทนายชรัณมาทำไม แถมยังเรียกพ่อกับแม่แล้วก็ป้าเชอรี่มาด้วย มีเหตุเร่งด่วนอะไรถึงต้องเรียกพวกเราทุกคนมา” อุษมันทรุดตัวนั่งลงข้างกายราสมาลัย
“ผมจะยกเลิกสัญญาการหมั้นหมายกับนิ่มฟ้าครับ”
"ลูกไม่จำเป็นต้องทำขนาดนั้นก็ได้ครับ"
ราสมาลัยทวนถามลูกชายให้แน่ใจอีกครั้ง
“แต่ข้อตกลงระหว่างสองครอบครัวระบุว่าหากนิ่มฟ้าได้รับบาดเจ็บจนถึงขั้นเลือดตกยางออก การหมั้นหมายระหว่างเราจะเป็นโมฆะทันที ผมก็แค่เติมเต็มข้อตกลงนั้นให้สมบูรณ์ ผมทำในสิ่งที่ถูกต้อง ทำเพื่อน้อง”
มาสเอ่ยด้วยแววตาไร้ความสดใส
“จะเอาแบบนี้จริง ๆ เหรอมาส” ราสมาลัยทวนถามลูกชายอีกครั้งให้แน่ใจ
"ครับ ผมจะยกเลิกการหมั้นหลังจากที่นิ่มฟ้าอาการดีขึ้น แล้วตรงกลับชัยปุระทันที ดังนั้นผมก็เลยอยากเคลียร์เรื่องสัญญาการหมั้นหมายให้เสร็จเสียก่อน เผื่อจะได้เอาไปเขวี้ยงใส่หน้าไอ้โมกข์ให้มันรู้แล้วรู้รอด"
"นี่คือสัญญาการหมั้นฉบับปลอมที่ผมร่างให้คุณมาสเมื่อชั่วโมงที่แล้ว" ทนายชรัณยื่นสัญญาปลอมให้รองผู้บริหารหนุ่มดู
"อ้าว ไหนว่าจะให้เป็นโมฆะแต่กลับร่างของปลอมดักไว้เนี่ยนะ นี่ลูกจะเอายังไงกันแน่ พ่อมึนไปหมดแล้ว" อุษมันอึ้งในความคิดอันซับซ้อนของลูกชาย
"ตอนนี้ผมยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะปกป้องนิ่มฟ้า ผมต้องได้ขึ้นเป็นผู้บริหารสูงสุดเสียก่อน แล้วต่อไปทุกอย่างก็จะง่ายขึ้นเองครับพ่อ แต่พ่อกับแม่และทุกคนต้องปิดปากเรื่องนี้ให้สนิท และช่วยกรุณาเซ็นรับทราบว่าจะไม่แพร่งพายเรื่องนี้ออกไปอย่างเด็ดขาด"
มาสอธิบายพลางหยิบเอกสารอีกฉบับที่ให้ทนายชรัณร่างไว้ให้กับพ่อแม่ของตน รวมทั้งกลุ่มแม่บ้านทุกคนที่ทำงานอยู่ที่นี่ ยกเว้นโก๋กับเฮงเท่านั้นที่ไม่ได้เซ็น
“อะไรวะเนี่ย นี่พ่อนะเว้ย ต้องเซ็นด้วยเหรอวะ”
มันขมวดคิ้วมองหน้าราสมาลัย
“ผมไม่ไว้ใจใคร ขนาดตอนที่พ่อเมาอยากบ่นเรื่องแม่ให้ฟังเลย แล้วผมที่เป็นลูกจะเหลือเหรอครับ เหล้าเข้าปากความลับก็ถูกคายออกแล้ว”
“งั้นแสดงว่าแม่ก็ต้องเซ็นใช่ไหมจ๊ะ” ราสมาลัยทำหน้าออดอ้อนส่งให้มาส
“แม่น่ะตัวดีเลยครับ ถ้าแม่กับพ่อไม่ยอมเซ็นว่าจะปกปิดเรื่องความลับของสัญญาการหมั้นฉบับปลอม พ่อกับแม่จะไม่ได้เห็นหน้าผมอีก ผมจะอยู่อินเดียจนตายหรือไม่ก็หาลูกสะใภ้มาให้แม่สักยี่สิบคนดีไหมล่ะครับ” มาสขู่
“ว๊าย แม่ไม่เอาด้วยหรอก แม่จะเอาหนูนิ่มฟ้าคนเดียว”
“งั้นก็เซ็น แล้วรูดซิปปากให้สนิท รวมทั้งป้าเชอรี่ด้วยนะครับ ถ้าป้าไม่ปฏิบัติตาม ผมจะพาป้าไปหย่อนไว้บ้านพักคนชรา”
มาสปรายตามองแม่นมที่เลี้ยงเขามาตั้งแต่เด็ก
“จ้า ป้าจะเงียบกริบเลย กริบ” ป้าเชอรี่พยักหน้ารับพลางทำท่ารูดซิปปาก
“แล้วลูกจะร่างฉบับปลอมนี่ไปให้ใครเซ็น”
“เบ็ตตี้ เพื่อนสนิทของผมครับ เธอเป็นลูกสาวคนเล็กของเจ้าพ่อซอฟต์แวร์ยักษ์ใหญ่ และมีฐานะร่ำรวยกว่ามาดามเอเวอรีนเมียของน้าโมกข์หลายเท่า อีกอย่างผมคิดว่าพวกบอร์ดบริหารคงไม่กล้าขัดขืนการตัดสินใจของผม”
“ที่ทำแบบนี้ก็เพื่อตบตาไอ้โมกข์ใช่ไหม” อุษมันเดาใจลูกชาย
“ครับพ่อ ถ้าจะทำให้น้าโมกข์และพวกหุ้นส่วนเชื่อ เราก็ต้องเล่นละครกันหน่อย”
“แล้วเพื่อนผู้หญิงคนนี้ของลูกเขาจะยอมช่วยเหรอจ๊ะ”
“ยอมสิครับ เราช่วยเหลือกันมาเยอะตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว อีกอย่างผมก็ไม่ใช่สเปกของเบ็ตตี้ เพราะเธอเล็งสกายเลอร์ ควินน์ที่เป็นนักกีฬาไอซ์สเก็ตเอาไว้ครับ”
“ว้าว เป็นหญิงรักหญิงเหรอจ๊ะ น่ารักจัง” ราสมาลัยทำหน้าเหมือนอยากรู้อยากเห็น
“ครับ เธอคบแต่สาว ๆ ไม่มาชายตามองผมหรอก”
“โอ๊ย วุ่นวายจังเลยค่ะคุณหนู แต่คุณหนูไม่กลัวคุณนิ่มฟ้าเสียใจเหรอคะ ป้าสงสารแกค่ะ” ป้าเชอรี่ทำหน้าเศร้า
“กลัวครับ แต่ตอนนี้ผมทำอะไรไม่ได้แล้ว ถ้ายังอยู่ใกล้กับน้องแบบนี้ ผมไม่รู้ว่าวันใดวันหนึ่งจะเกิดอะไรขึ้นอีก ผมทนไม่ได้ที่น้องต้องเจ็บตัว เพราะฉะนั้นผมควร
เป็นฝ่ายเดินออกมาเองดีกว่า” มาสเอ่ยด้วยใบหน้าราบเรียบ ทั้งที่ในใจของเขารู้สึกตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง
“ระวังนิ่มฟ้าจะไปมีแฟนใหม่นะ”
อุษมันพูดให้มาสลองไตร่ตรองความคิดอีกรอบ
“ผมยินดีให้น้องได้คบคนที่ดีกว่า” มาสเผื่อใจไว้ เพราะเขาตัดสินใจแน่วแน่และจะไม่ถอยหลังกลับ
ไม่ว่าเธอจะมีใคร คบใครเขาก็พร้อมสนับสนุนอยู่ห่าง ๆ แต่ชาตินี้ของเขาจะมีแค่เธอคนเดียว
“สำหรับป้าคุณหนูดีที่สุด พ่อพระของป้า”
ป้าเชอรี่โน้มตัวลงมาหามาสแล้วเหนี่ยวคอชายหนุ่มเข้าไปกอด
“คุณมาสครับ คุณภาคีโทรมาส่งข่าวว่าคุณนิ่มพ้นขีดอันตรายแล้วครับ”
“โฮ้ย โล่งอกไป” ราสมาลัยเอื้อมมือไปบีบหัวไหล่ลูกชาย
“ปลอดภัยก็ดีแล้ว” มาสยิ้มทั้งน้ำตา
“อ้อ คุณภาคีให้ถามว่าจะเข้าไปเยี่ยมคุณนิ่มหรือเปล่าครับ” เฮงถาม
“พรุ่งนี้ฉันจะเข้าไป เออใช่ นิ่มฟ้าบอกว่าทำของขวัญไว้ให้ฉัน พวกนายพอจะรู้ไหมว่าเธอไปสั่งไว้ที่ไหน” รองผู้บริหารหันไปถามโก๋กับเฮง
“พวกเราไม่ทราบเลยครับ อันนี้น่าจะต้องถามโจฟกับฟู่แทน เพราะช่วงนี้สองคนนั้นอยู่ดูแลคุณนิ่มตลอด”
"พูดถึงโจฟกับฟู่ ฉันว่าจะให้สองคนนั้นอยู่ที่นี่กับนิ่มฟ้า" มาสอมยิ้มพลางจินตนาการถึงชีวิตใหม่ของบอดีการ์ดทั้งสองที่กลายเป็นชาวไร่ชาวสวนคอยดูแลควายฝูงใหญ่ของครอบครัวกฤตกล้าธนาดร และไม่ต้องมาใช้ชีวิตอย่างหวาดกลัวแบบเขา
"แล้วพวกเราล่ะครับ
โก๋กับเฮงส่งสายตาเว้าวอน เพราะกลัวถูกเจ้านายทิ้งไว้ที่เมืองไทย
มาสเอี้ยวใบหน้ากลับไปมอง ยิ้มมุมปากเล็กน้อย "ฉันก็ต้องพาพวกนายกลับไปชัยปุระด้วยอยู่แล้ว"
รุ่งเช้ามาสไปเยี่ยมนิ่มฟ้า เขานั่งกุมมือเธออยู่ข้างเตียงรอคอยให้คนเจ็บลืมตาตื่นขึ้นแล้วพบเขาเป็นคนแรก และนี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาดูแลเธอ
“อ้ายมาสคะ”
เจ้าของแก้มยุ้ยปรือตามอง ยื่นมือไปลูบเรือนผมสีน้ำตาลของเขา
มาสรีบเงยหน้าขึ้นมอง “ยังเจ็บยังปวดตรงไหนอีกหรือเปล่าครับ”
นิ่มฟ้าส่ายหน้าน้อย ๆ “เจ็บค่ะแต่ว่าทนไหว แล้ววันนี้ไม่ไปทำงานเหรอคะ”
“ไม่ครับ ว่าจะลายาว” เขาบอกแล้วหยิบมือเธอมาหอม
“ไปทำงานเถอะค่ะ นิ่มอยู่ได้” นิ่มฟ้าผลักไสมาส โดยไม่รู้ว่าอีกไม่กี่วันเขานี่แหละที่จะเป็นคนผลักไสเธอ
“งั้นนิ่มก็หลับตาก่อน รีบพักผ่อนจะได้หายไว ๆ โอเคไหม” มาสลุกขึ้นช่วยหยิบเส้นผมที่รกปรกหน้าออกไป โน้มหน้าลงต่ำจรดริมฝีปากแนบเหนือไรผมอ่อน
“กล่อมหน่อยสิคะ” คนเจ็บอ้อนพลางปิดเปลือกตาลงช้า ๆ ด้วยความอ่อนล้า
“ไม่ทันได้กล่อมก็หลับซะแล้ว” มาสอมยิ้มหยิบมือของเธอมาหอม ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มากดถ่ายรูปฝ่ามือเล็กของเธอที่ถูกฝ่ามือใหญ่ของเขากุมเอาไว้
ไม่รู้ทำไมเขาถึงหลงรักฝ่ามือคู่นี้เหลือเกิน
คงเป็นเพราะว่า เขากำลังจะสูญเสียมันไปละมั้ง
ช่วงนี้มาสต้องรีบเคลียร์งานให้เสร็จ เพราะหลังจากนิ่มฟ้าออกจากโรงพยาบาลเขาตั้งใจว่าจะดูแลเธอให้เต็มที่ ระหว่างที่รองบริหารก้าวเท้าตรงไปที่ประตูทางออก พ่อแม่ของนิ่มฟ้าและพ่อแม่เขาก็เดินสวนเข้ามาพอดี
“มาส พวกเราสองคนอยากคุยกับลูกหน่อย” ภาคีเอ่ยแล้วเดินนำไปที่คาเฟข้างโรงพยาบาล
“อย่าบอกนะครับว่าป้อคีแม่เหนือทราบเรื่องที่ผมกำลังจะถอนหมั้นน้องนิ่มแล้ว” ชายหนุ่มหยิบแก้วมัคใบใหญ่ที่ใส่ชาไทยร้อนแบบที่นิ่มฟ้าชอบขึ้นมาจิบ
“ใช่จ้ะ แต่เราสองคนเคารพการตัดสินใจของมาสนะลูก และเข้าใจดีว่ามาสทำลงไปเพราะความจำเป็น แต่มาสจะกลับมาหาลูกสาวแม่ใช่ไหม” เหนือฟ้าถามอย่างมีความหวัง
“ผมยังให้คำตอบไม่ได้ครับ”
“ไม่เป็นไรจ้ะ แม่เข้าใจ”
“แต่ก่อนไป ผมมีเรื่องจะฝากให้ป้อคีกับแม่เหนือช่วยดูแลต่อด้วย เพราะนี่เป็นสิ่งสุดท้ายที่ผมทิ้งไว้ให้น้องนิ่ม”
“แม่ว่าลูกทิ้งตัวเองไว้ให้น้องนิ่มนี่แหละ ไม่ต้องถอนหมั้นหรอก แม่สงสารน้อง” ราสมาลัยพยายามพูดชักจูงให้ลูกชายเปลี่ยนใจอยู่ทุกวัน
“ไม่ได้ครับ ถ้าเกิดน้องเป็นอะไรร้ายแรงกว่านี้ ผมคงมีชีวิตอยู่ไม่ได้เหมือนกัน”
“แล้วมาสตั้งใจทำอะไรให้ลูกสาวของป้อเหรอ” ภาคีเป็นฝ่ายเอ่ยปากถาม
“ผมสร้างบ้านไว้ให้น้อง มีแปลงผัก มีสวนดอกไม้ มีต้นตะลิงปลิงที่น้องชอบกิน มีสวนกว้างใหญ่ มีบ่อเลี้ยงปลาคาร์ฟ มีสระว่ายน้ำและก็รถอีกหนึ่งคัน แล้วก็เงินจำนวนสามสิบล้านที่ผมจะให้ทนายชรัณจัดการโอนเข้าบัญชีของแม่เหนือก่อนกลับอินเดีย”
“เฮ้อ ลูกให้น้องมากมายขนาดนี้ แล้วน้องจะตัดใจจากลูกได้ยังไง”
อุษมันถอนหายใจ
“น้องจะไม่มีวันได้รู้ว่าผมเป็นคนทำให้ เพราะผมตั้งใจให้ป้อคีและแม่เหนือช่วยดูแลบ้านหลังนี้กับเงินจำนวนสามสิบล้าน โดยอ้างว่าเป็นทรัพย์สินส่วนตัวของพวกคุณสองคน ไม่เกี่ยวข้องกับผม ป้อกับแม่พอจะทำให้ผมได้ไหมครับ” มาสจ้องเขม็งเข้าไปในดวงตาของชายหญิงทั้งสองที่เขาเคารพรัก
“ได้สิลูก เราจะดูแลทุก ๆ อย่างที่มาสทิ้งไว้ให้นิ่มฟ้าอย่างดีที่สุด”
เหนือฟ้ายิ้มรับ
เมื่อทุกคนได้รับฟังความปรารถนาสุดท้ายของรองผู้บริหารหนุ่ม ก็ยิ่งรู้สึกซาบซึ้งตรึงใจในความรักที่มาสมีให้นิ่มฟ้า รักที่ชายหนุ่มคนนึงยึดมั่นมาตลอดหลายสิบปี ถึงแม้จะต้องจากกัน เขาก็ยังคงเสียสละหลายสิ่งเพื่อให้คนที่รักอยู่อย่างสะดวกสบาย
“ตายแล้ว ลูกทำแม่บ่อน้ำตาแตก” ราสมาลัยยกนิ้วเกลี่ยเช็ดหยาดน้ำตา ไม่ต่างจากเหนือฟ้าที่กำลังน้ำตานองหน้าจนถึงกับพูดไม่ออกถึงสิ่งที่คู่หมั้นของลูกสาวตั้งใจทำให้
“ป้อกับแม่รับปาก” ภาคีวางมือลงบนแขนมาส เขาไม่แปลกใจเลยแม้แต่น้อยว่าทำไมตนเองถึงรู้สึกเอ็นดูเด็กคนนี้ เพราะมาสมีนิสัยเหมือนกับเขาราวกับแกะ รักที่ให้อีกฝ่ายได้โดยไม่หวังผลตอบแทน
หลังจากมาสแยกกับผู้ใหญ่ทั้งสี่คน เขาจึงให้โจฟกับฟู่พาไปยังร้านที่นิ่มฟ้าได้สั่งทำของขวัญไว้ให้ตน
“ขอโทษนะครับ ผมมารับของขวัญที่คนชื่อนิ่มฟ้า กฤตกล้าธนาดรทำไว้ พอดีน้องมาเอาเองไม่ได้ น้องป่วยอยู่ที่โรงพยาบาลครับ” มาสฉีกยิ้มละมุนให้กับแม่ค้ารุ่นป้า
“ถึงว่าหายหน้าไปเลย นี่จ้ะ นี่คือจิ๊กซอว์รูปถ่ายที่น้องผู้หญิงมาสั่งทำไว้ เห็นว่าจะเอาไปต่อกับแฟน ถ้าต่อเสร็จแล้วก็จะเอามาอัดกรอบที่ร้าน” ป้าร้านรูปส่งถุงใส่กล่องจิ๊กซอว์ให้มาส
“ขอบคุณมากครับ” มาสกระชับถุงของขวัญแล้วรีบตรงกลับบ้านเพื่อนำของดังกล่าวออกมาดู ซึ่งในถุงมีรูปภาพสกรีนตัวอย่างที่นิ่มฟ้าเอาไปสั่งทำเป็นต้นแบบแนบมาด้วย
ภาพดังกล่าวก็คือภาพในวัยเด็กของเขาและเธอที่กำลังยืนถ่ายรูปอยู่หน้าบ้านในจังหวัดนครนายก ตอนนั้นเธอเหมือนลูกหมูตัวสีชมพู ถักเปียหางปลา ทัดดอกชบาไว้หลังหู สวมเสื้อผ้าพื้นเมืองสไตล์เหนือ ส่วนเขาสวมเสื้อผ้าฝ้ายพื้นเมืองสีกรม สวมกางเกงผ้าฝ้ายขาสั้นสีน้ำตาล คีบแตะคนละสีกับเธอ
ขณะที่ด้านข้างเขากับนิ่มฟ้ามีควายแคระเผือกชื่อหุยหุย มีแพะแคระอีกสองตัวและหมาโกลเด้นอีกหกตัวยืนแอคท่าทางน่ารักดูชุลมุ่นวุ่นวายแต่ก็ให้ความรู้สึกอบอุ่นและสบายตาดีเหลือเกิน
นิ่มฟ้าพักฟื้นในโรงพยาบาลเป็นเวลาสิบกว่าวัน หมอจึงให้เดินทางกลับและกลับมาพักผ่อนที่บ้านของมาสต่อ โดยที่พี่น้องทั้งหกคนของเธอต่างแวะเวียนมาเยี่ยมเช้าเยี่ยมเย็น แต่วันนี้บะแต๋ง พี่ชายของเธอหอบหิ้วลูกสาวคนโตพ่วงด้วยแฝดสามตัวน้อยมาเยี่ยมที่บ้านของมาสเป็นครั้งแรกด้วย
“อานิ่ง อานิ่งสบายดีบ๋อ” บะเกี๋ยงโผเข้าจับขาอาที่นั่งอยู่บนวีลแชร์
“ไบไบดีบ๋อ” ไข่ป่ามวัยสองขวบครึ่งพูดตามพี่สาว
“สบายดีจ้ะ อย่าซนนักนะเดี๋ยวอามาสปวดหัว”
นิ่มฟ้าบีบแก้มอูมของหลานสาว
“มาก มาก” ส้มป่อยเดินเตาะแตะไปจับขามาสที่กำลังยืนทำอาหารเวียดนามให้นิ่มฟ้าและเด็ก ๆ รับประทานเป็นมื้อเที่ยง
“ครับ เดี๋ยวอามาสก็ทำเสร็จแล้ว ส้มป่อยไปนั่งรอที่โซฟาก่อนนะครับ ป้าเชอรี่ครับเปิดการ์ตูนให้เด็ก ๆ ดูหน่อยได้ไหมครับ” มาสตะโกนเรียกหัวหน้าแม่บ้าน
"ได้เลยค่ะ มาเร็วค่ะคุณหนูตัวน้อยทั้งหลายมาดูการ์ตูนสนุก ๆ กันดีกว่า" ป้าเชอรี่ต้อนไข่ป่ามกับส้มป่อยไปที่โซฟาหน้าทีวี
“งั้นเดี๋ยวอ้ายจ้วยมาสเตรียมกับข้าวเน้อ” บะแต๋งอาสาช่วยมาสเตรียมก๊วยจั๊บญวน ขณะที่คำแปงลูกชายคนเล็กกอดขาพ่อไม่ยอมปล่อย เนื่องจากเมื่อเช้าบะแต๋งรีบไปส่งปั้นหยา ภรรยาของตนที่นิทรรศการแสดงสินค้า ทำให้ลืมพาคำแปงไปด้วย
โชคดีที่น่านฟ้า น้องชายอีกคนแวะมาค้างคืนที่บ้านด้วย จึงโทรเรียกพี่ชายให้รีบกลับมารับลูกที่ถูกทิ้งไว้
“เมื่อเช้าน่านฟ้าโทรมาบ่นกับนิ่มว่าอ้ายแต๋งลืมคำแปงเหรอคะ เป๋นดิเอ็นดูขนาดเจ้า” นิ่มฟ้าเหลือบตามองหลานชายตัวน้อยที่นั่งกอดขาพ่อจนผล็อยหลับ
“ก็อ้ายรีบไปหน่อย ฮ่าฮ่า” บะแต๋งหัวเราะร่วนพลางลากขาไปที่อ่างล้างมือแล้วอุ้มคำแปงขึ้นมาจากพื้น พาไปนอนที่เบาะนอนเด็กที่หิ้วมาจากบ้านด้วย
“ต่อไปอานิ่งก็จะมีละอ่อนตัวน้อยกับอามาก” บะเกี๋ยงโพล่งขึ้นขณะที่กำลังนั่งเล่นตุ๊กตาไดโนเสาร์
“คงไม่ใช่ตอนนี้หรอกค่ะ อามาสเขาต้องรอให้อาเรียนจบก่อน จริงไหมคะ” นิ่มฟ้าหันไปฉีกยิ้มให้คู่หมั้นหนุ่มที่อยู่ในชุดผ้ากันเปื้อนลายหมี
มาสไม่ตอบแต่พยักหน้ารับเบา ๆ แล้วรีบเปลี่ยนประเด็นทันที “ก๊วยจั๊บญวนฝีมือเชฟมาสเสร็จแล้วครับ”
“เย่เย่ ป่อยเหวกะหนาด” ส้มป่อยกระโดดโลดเต้น
“แปลกจัง” ที่นิ่มฟ้ารู้สึกว่าคู่หมั้นของเธอมีท่าทางไม่ค่อยสดใส พฤติกรรมของเขาดูเย็นชาและเคร่งขรึม ตั้งแต่วันที่เธอออกจากโรงพยาบาล
